FASHION

Emily Ratajkowski เผยความลับว่าเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลงดัง

เธอได้ออกมาเปิดเผยและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเพศให้กับทุกคนได้รับรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในเพลง Blurred Lines

     ตลอดระยะเวลานานนับศตวรรษอุตสาหกรรมบันเทิงถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปกปิดเรื่องราวดำมืดไว้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่โตที่หลายคนไม่เคยกล้าออกมาพูด แต่วันนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มเข้าใจบริบทรอบด้านและตระหนักถึงความย่ำแย่ของการกระทำอันนำมาซึ่งความหม่นหมองภายในจิตใจของเหยื่อมากขึ้น Emily Ratajkowski ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาพูดเกี่ยวกับประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลงดัง

Pharrell Williams, Robin Thicke และ Emily Ratajkowski ในมิวสิกวิดีโอเพลง Blurred Lines / ภาพ: Robin Thicke

     “I hate these blurred lines” หลายคนคงจำเนื้อเพลงท่อนนี้ได้อย่างติดหู แต่สำหรับเอมิลี่เธอมีเรื่องอยู่ในความทรงจำมากกว่าเนื้อเพลงสุดฮิตท่อนนี้ เธอออกมาเปิดเผยในหนังสือของตัวเองที่กำลังจะวางขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายนว่า Robin Thicke ศิลปินหนุ่มได้จับหน้าอกอันเปลือยเปล่าของเธอจากด้านหลัง ซึ่งเธอเสริมอีกว่าตอนนั้นโรบินอยู่ในอาการมึนเมา “ทันใดนั้น ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นและแปลกจากมือของคนแปลกหน้าที่สัมผัสหน้าอกเปลือยเปล่าของฉันจากด้านหลัง ฉันเดินออกไปตามสัญชาตญาณและมองย้อนกลับไปที่โรบินทันที” เธอกล่าวเสริมอย่างละเอียดในหนังสือของเธอเอง

Robin Thicke (ซ้าย) และ Pharrell Williams (ขวา) ขณะกำลังแสดงท่าทีหยอกล้อในกับนางแบบอีกคนหนึ่งในมิวสิกวิดีโอเพลง Blurred Lines / ภาพ: Robin Thicke

     ต้องบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงสร้างชื่อที่ทำให้โรบินก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงระดับโลก(ทั้งในทางดีและไม่ดี) วิดีโอเพลงนี้ก็ได้รับคำวิจารณ์ไม่น้อยเมื่อให้นางแบบ 3 คน เปลือยท่อนบนอวดเรือนร่างสุดเซ็กซี่ประกอบเนื้อเพลงที่มีความทะลึ่งตึงตังอยู่ไม่น้อย แต่เอมิลี่ไม่ได้ติดขัดเรื่องอวดโฉมความเซ็กซี่แต่อย่างใด เพราะเธอเองก็สนุกกับการถ่ายทำอยู่ตลอด จนกระทั่งโรบินเริ่มมึนเมาแล้วประพฤติตัวแย่ๆ กับนางแบบ ทว่าเอมิลี่ก็พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสและสบตา แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด เรื่องนี้สร้างความตระหนักเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในวงการบันเทิงอีกครั้ง เพราะนี่ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นและถูกเก็บเงียบมาโดยตลอด ตอนนี้อาจถึงเวลาที่ทุกคนต้องออกมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปพร้อมกันอย่างจริงจังเสียที

 

ข้อมูล:

nypost.com

nme.com