Dior จัดนิทรรศการเต็มรูปแบบที่เซี่ยงไฮ้ สะท้อนสถานการณ์โควิดในจีนที่กำลังดีขึ้นต่อเนื่อง!

     ภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความตื่นตระหนักไปทั่วโลก เชื้อไวรัสนี้ไม่ได้ทำร้ายของร่างกายมนุษย์ แต่ทำลายระบบโครงสร้างทางสังคมไปอย่างสิ้นเชิง วิถีชีวิตของคนแต่ละส่วนในโลกต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบกันไปไม่มากก็น้อย แบรนด์แฟชั่นชั้นนำเองก็ไม่ได้อยู่เหนือปัญหาแต่อย่างใด ทุกแบรนด์มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ความรุนแรงในหลายพื้นที่เริ่มทวีขึ้น บางพื้นที่กลับผ่อนคลายลง และตอนนี้ Dior ก็เปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่การแพร่ระบาดแห่งแรกๆ ของโลก

     นิทรรศการ “Christian Dior: Designer of Dreams” คืออีเวนต์สเกลใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายเดือนหลังเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากความหวาดระแวงและไม่อยู่ในอารมณ์สุนทรีจะเสพศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความลักชัวรี่ในแบบฉบับของแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ ทำให้แบรนด์แฟชั่นและเหล่าผู้จัดทั่วโลกต้องพับเก็บโครงการทั้งหมดลงในทันที แต่วันนี้พวกเขาเริ่มกลับมาเดินหน้านำเสนอความสวยงามในรูปแบบที่คนเพรียกหาอีกครั้ง ดิออร์ก็ตอบโจทย์ทันทีแบบชนิดคิดเร็วทำเร็ว แพลนเดิมที่เลื่อนมาจากเดือนพฤษภาคมถูกคิดทบทวนใหม่และจัดงานขึ้นอย่างไม่รอช้า ถือว่าเป็นการออกสตาร์ทนำร่องเพื่อสะท้อนความมั่นใจว่าแบรนด์แฟชั่นพร้อมเดินหน้าต่อแม้สถานการณ์อาจยังไม่ดีขึ้นทั่วทั้งโลกก็ตาม

     การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญก็จริงแต่ไม่ใช่แค่กับผลลัพธ์แต่หมายถึงวิธีการทำงาน พอบางส่วนของโลกอย่างเช่นเซี่ยงไฮ้สถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจากตรากตรำกับความหวาดกลัวมานานหลายเดือน หลายฝ่ายเริ่มจัดกิจกรรมให้เหมือนก่อนการโควิด-19 จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด ทว่ารูปแบบการได้มาซึ่งผลงานต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยปกติงานสเกลใหญ่จะมีการประชุมกันข้ามทวีปก่อนจะต้องมารวมตัวกันเพื่อสานต่องานช่วงสุดท้ายให้สำเร็จลุล่วง แต่ดิออร์และผู้จัดในจีนมิได้ทำอย่างนั้น เพราะทีมงานล้วนอยู่ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาซึ่งมีการแบนไม่ให้เข้าออกกันหลายประเทศ วิธีเดียวคือการทำงานแบบออนไลน์และปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องหน้างานบริหารจัดการเชิงกายภาพแต่เพียงผู้เดียว

     Oriole Cullen ผู้รับผิดชอบงานนิทรรศครั้งนี้เผยว่า “ทีมงานดิออร์ต้องส่งวิดีโอไปมากกว่า 80 ตัวเพื่ออธิบายว่าเสื้อผ้าในกรุเก่าของแบรนด์จะต้องสวมใส่อย่างไร” และเสริมด้วยว่า “เราประชุมผ่าน Zoom กันวันละมากกว่า 10 ชั่วโมงเพื่อสื่อสารกับทีมจีนว่านิทรรศการจะต้องจัดวางอย่างไร” ที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะไม่มีใครจากปารีส ลอนดอน และมอนทรีออลเดินทางได้แม้แต่คนเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าดิออร์นำเสนอวิถีการทำงานแบบใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่าง แน่นอนประเทศที่สถานการณ์ดีขึ้นก็อยากกลับมาใช้ชีวิตให้ปกติมากที่สุด งานกิจกรรมออนไลน์อาจไม่ตอบโจทย์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทว่าการจัดงานสเกลระดับนี้ที่ต้องใช้มันสมองจากหลายฝ่ายทั่วโลกก็มิอาจทำได้ในเชิงกายภาพเช่นกัน นี่คือคำตอบของความปกติใหม่ที่นิทรรศการถูกจัดขึ้นแบบจริงจังเช่นเดิม เพิ่มเติมคือมันถูกจัดผ่านการพูดคุยและแสดงตัวอย่างออนไลน์เท่านั้น!

     เนื้อหาสำคัญของแบรนด์ถูกนำเสนออย่างครบถ้วนแม้ผู้ดูแลโดยตรงและคนของแบรนด์จากสำนักงานใหญ่จะไม่ได้เห็นของจริงแม้แต่เสี้ยวเดียว ความเป็นอมตะเหนือกาลเวลาถูกนำเสนอราวกับคนของดิออร์จากทุกยุคทุกสมัยมาช่วยกันเล่าถึงแม้ที่จริงจะไม่ได้จัดด้วยมือตัวเอง “Miss Dior” กับลวดลายดอกไม้ยังคงหวานละมุนสะท้อนความเฟมินีนได้อย่างดี เสื้อผ้าโอตกูตูร์ที่ถูกนำเสนอผ่านกรอบคำว่า #DiorSavoirFaire ที่ออกมาสมบูรณ์แบบ รวมถึงการเล่นสีสันเป็นสายรุ้งสะท้อนมิติความหลากหลายของแบรนด์ และที่ขาดไม่ได้คือ “New Look” สุดยอดไอคอนิกพีซในตำนานที่อยู่ในทุกบันทึกประวัติศาสตร์วงการแฟชั่น นอกจากนี้ยังมีภาพสเกตช์ของเหล่าผู้สานต่อความสำเร็จของดิออร์ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงดีไซเนอร์คนปัจจุบันอย่าง Maria Grazia Chiuri ชุดทั้งหมดนับจำนวนได้กว่า 275 ชุดแบบยังไม่รวมสิ่งของประกอบอื่นๆ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการแฟชั่นที่ใหญ่มากๆ และยิ่งเทียบกับรูปแบบการจัดงานช่วงนี้ก็นับว่าเป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นจริงๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่งก็ว่าได้

      “ยิ่งใหญ่แต่ไม่ละเลย” เราขอนิยามการจัดงานของดิออร์ไว้เช่นนี้ เพราะถึงแม้แบรนด์จะเชิญแขกเข้าชมนิทรรศครั้งนี้กว่า 700 คน! ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาลถ้าพูดถึงการรวมกลุ่มในยุคหลังโควิด ทว่าแบรนด์กรองผู้เข้าร่วมงานอย่างดีและจำกัดพื้นที่เสี่ยงเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะฮ่องกงและปักกิ่ง ซึ่งยังมีแนวโน้มความเสี่ยงที่ไม่น่าปลอดภัยนัก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดและแขกเริ่มมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นหลังจากไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ยังคงต้องอยู่กันแต่ในบ้านของตัวเอง ออกมาใช้ชีวิตได้ในยามจำเป็นเท่านั้น วันนี้มันเปลี่ยนไป เปลี่ยนเข้าสู่ภาวะความปกติรูปแบบใหม่ที่ทุกคนต้องการใช้ชีวิตแต่ก็ไม่ละเลยความปลอดภัยจนอาจเกิดเป็นอันตรายได้

     สุดท้ายการจัดนิทรรศการของดิออร์ครั้งนี้สะท้อนให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า ในท้ายที่สุดมนุษย์ต้องการออกมาใช้ชีวิต สัมผัสประสบการณ์จริง การใช้ชีวิตอยู่บนโลกเสมือนหรือเสพศิลปะบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอาจไม่ใช่คำตอบของชีวิตที่แท้จริง รายละเอียดยิบย่อย ความอลังการ อารมณ์ร่วม ทั้งหมดถูกออกแบบให้รับสัมผัสได้ก็ต่อมาพบเจอของจริงเท่านั้น ความตระการตาน่าตื่นเต้นหรือที่เราเรียกกันว่า “Wow Factor” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิ่งๆ หนึ่งพิเศษเสมอ และนั่นก็เป็นคำตอบว่าทำไมดิออร์ลงทุนลงแรงอย่างหนักเพื่อให้นิทรรศสุดยิ่งใหญ่เกิดขึ้นได้ในช่วงสถานการณ์ไม่ค่อยปกติแบบนี้ โดยนิทรรศการ Christian Dior: Designer of Dreams จะจัดขึ้นที่ Long Museum West Bund ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 4 ตุลาคม 2020 คอยติดตามกันว่างานนิทรรศการนี้หรืองานลักษณะเดียวกันที่เปิดให้คนเข้าชมจนเกือบปกตินี้จะเกิดทั่วทุกหัวระแหงของโลกเมื่อใด เราหวังว่าคงเป็นเร็วๆ นี้...

 

ภาพ: Courtesy of Dior และ Dirk Weiblen

อ่านเพิ่มเติม:

  1. หุ่นจำลองจิ๋วใส่โอตกูตูร์! ภาพจำของวงการแฟชั่นยุคดิจิทัลที่พาเราย้อนไปกว่า 70 ปีจาก Dior
  2. เฟมินิสต์เต็มตัว! Dior จับมือ UNESCO ช่วยเหลือเด็กหญิงด้อยโอกาสทางการศึกษา
  3. โว้กรวมทุกลุคคอลเล็กชั่นครูส 2021 จากแบรนด์ Dior ส่งตรงมาจากเมืองเลชเช่ ประเทศอิตาลี
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล