FASHION

ชำแหละทุกรายละเอียดหนังสั้น 'Le Mythe Dior' เมื่อเหล่าทวยเทพกลายเป็นนางแบบโอตกูตูร์!!

ตลอด 14 กว่านาทีที่ได้ดำดิ่งลงไปในห้วงเรื่องราวของ “Le Mythe Dior” นั้น นับเป็นเวลาที่คุ้มค่าไม่น้อย และอยากจะให้ทุกคนได้เปิดใจเดินทางไกลเข้าสู่โลกแห่งความลับของแบรนด์ดิออร์ ที่บัดนี้ได้เปิดให้คุณได้ดื่มด่ำกันแล้ว...

     “Le Mythe Dior” คือภาพยนตร์สั้นเรื่องล่าสุดของแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง Dior ผู้ที่เคยเปลี่ยนกรุงปารีสให้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกแฟชั่นมาแล้ว โดยภาพยนตร์สั้นเรื่องดังกล่าได้สร้างรอยจำ และบุกเบิกหนทางบนหน้าประวัติศาสตร์วงการแฟชั่นยุคใหม่ (หลังโควิด-19) เพราะนับเป็นการนำเสนอคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2020 ตามวิถีใหม่ครั้งแรกของโลกก็ว่าได้ (เพราะยังไม่มีแบรนด์ใดทำมาก่อน) ที่ครั้งนี่โว้กไม่ปล่อยผ่าน พาคุณไปชำแหละรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์สั้นดังกล่าว ที่ตอนนี้ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของใครหลายคนแล้วเรียบร้อย

     “Le Mythe Dior” โดยฝีมือการร่วมสร้างสรรค์ระหว่าง Maria Gracia Chiuri ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์คนปัจจุบัน กับ Matteo Garrone ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังชาวอิตาลี ที่ได้พาเราเดินทางเข้าสู่ดินแดนอันแสนลึกลับ (เฉกเช่นเดียวกับชื่อเรื่อง Le Mythe ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ความลับ) พร้อมกับนายทหารทั้ง 2 นายที่แบกหามบ้านตุ๊กตาที่ถูกจำลองมาจากอาคาร 30 Avenue Montaigne สถานที่สร้างสรรค์ผลงานอันเลื่องชื่อของแบรนด์ดิออร์ ทว่าความน่าสนใจไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อทหารทั้งสองนายนั้นได้เปิดบ้านตุ๊กตานั้นออก ผู้ชมยังจะได้พบกับชุดโอตกูตูร์ขนาดเล็กที่ถูกตั้งเรียงรายกันอยู่ในบ้านตุ๊กตากล่อง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังพาเราย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทางรอดของอุตสาหกรรมแฟชั่นโอตกูตูร์ในช่วงปี 1945 อีกด้วย

     ย้อนกลับไปในช่วงปี 1945 อุตสาหกรรมแฟชั่นยังได้เคยเนรมิตงานนิทรรศการอันเลื่องชื่ออย่าง “Théâtre de la Mode” (เตอาตร์ เดอ ลา โมด) หรือในชื่อไทยว่า “โรงละครแฟชั่น” งานจัดแสดงตุ๊กตาสวมชุดโอตกูตูร์กว่า 230 ตัวของดีไซเนอร์ชื่อดังในปารีส ที่ถูกนำไปจัดแสดงทั่วทวีปยุโรปในเวลานั้น เพื่อหารายได้พลิกฟื้นอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนิทรรศการดังกล่าวนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับกล่องตุ๊กตาที่นายทหารทั้ง 2 คนแบกหามอยู่ในภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ความลับของดิออร์” ครั้งนี้ ไม่เพียงเท่านั้นเพราะหากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว เราต่างจะพบว่าการนำคอนเซปต์เรื่อง “Théâtre de la Mode” กลับมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักอีกครั้งในเวลานี้ ก็ไม่ได้ต่างจากช่วงสงครามโลกสักเท่าไหร่ เพราะพิษของวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็สร้างความเสียหายให้กับวงการแฟชั่นไม่น้อย การนำบ้านตุ๊กตานี้กลับมาก็คือการหันมามองแก่นแท้ของแฟชั่นโอตกูตูร์อย่างหนึ่งว่า แท้จริงแล้วหัวใจหลักของ โอตกูตูร์นั้นคือ “Made To Order” เฉกเช่นเมื่อครั้งสงครามโลกที่ประชากรต่างประสบภาวะขาดแคลนทุกด้าน ไม่เว้นแม้แต่วงการแฟชั่น จึงได้ทางรอดด้วยการสร้างสรรค์แบบชุดโอตกูตูร์ในขนาดที่เล็กเพื่อแสดงโชว์ (เพื่อเป็นการประหยัดวัสดุในการสร้างผลงาน) แทนการตัดชุดในขนาดจริงให้นางแบบสวมใส่อย่างฟุ่มเฟือย

     ไม่เพียงที่เราจะได้เห็นมาเรียนำเสนอแก่นแท้เป็นตัวเลือกให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นในเวลานี้ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่น และน่าสนใจในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ยังรวมไปถึง “ฉากหลัง และตัวละคร” มาเรีย และแมตเตโอ พาผู้ชมเข้าสู้ป่าอันแสนลึกลับ ไปพบกับเหล่าตัวละครมากมายที่ไม่ใช่มนุษย์ โดยมีตัวละครทหาร 2 นายนั้นแบกกล่องบ้านตุ๊กตาไปให้พวกเธอ (ที่ไม่ใช่มนุษย์) ได้เลือกสรรชุดที่อยากใส่ พร้อมวัดสัดส่วน สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำเนินการของการสร้างสรรค์ผลงานโอตกูตูร์อย่างแท้จริง กระนั้นแล้วฉากหลัง และตัวละครที่ว่านี้คืออะไรกันแน่...

     เหล่าตัวละครสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษที่คุณได้เห็นกันในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ คือตัวละครที่หลุดออกมาจากโลก “ตำนานเทพปกรณัม" อย่างแท้จริง เราได้พบทั้งเหล่านางเงือก, หอยทากที่มีสุภาพสตรีผมเงินอาศัยอยู่ด้านใน, นางไม้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคือ “Nymph” เหล่าสตรีที่เป็นร่างตัวแทนของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ หรือเป็นผู้ติดตามของเหล่าทวยเทพ ซึ่งตามตำนานเทพปกรณัมเล่าไว้ว่า พวกเธอมักเป็นเหยื่อของตัวซาไทร์ ไปจนถึงเรายังได้พบกับ “Narcissus” บุรุษรูปงามผู้ถูกสาปให้หลงใหลในห้าตาของตนเองที่หลายคนต่างคุ้นเคยกับตำนานนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นก็คงจะเห็นแล้วว่าตัวละคร และฉากหลังทั้งหมดไม่ใช่โลกที่เราเหยียบเท้ายืนอยู่เป็นแน่ หากเป็นอีกโลกหนึ่งที่เป็นโลกใหม่ โลกที่ไร้วิกฤตการณ์ต่างๆ ดังที่ตัวแบรนด์เองอาจจะต้องการสื่อว่า “แฟชั่นโอตกูตูร์ และอุตสาหกรรมแฟชั่น กำลังเดินทางเข้าสู่โลกใหม่แล้วเป็นที่เรียบร้อย” นั่นเอง

  

 

     สำหรับผู้เขียนเองตลอด 14 กว่านาทีที่ได้ดำดิ่งลงไปในห้วงเรื่องราวของ “Le Mythe Dior” นั้น นับเป็นเวลาที่คุ้มค่าไม่น้อย และอยากจะให้ทุกคนได้เปิดใจเดินทางไกลเข้าสู่โลกแห่งความลับของแบรนด์ดิออร์ ที่บัดนี้ได้เปิดให้คุณได้ดื่มด่ำกันแล้ว...

คีย์เวิร์ด: #DiorCouture