FASHION

ย้อนรอยทำความรู้จัก 'Bar Jacket' ไอเท็มชิ้นตำนานที่สร้างชื่อให้ Dior จนโด่งดัง!

     ในปี 2020 นี้ นับเป็นโอกาสพิเศษที่เราจะได้เฉลิมฉลองให้กับอีกหนึ่งไอเท็มชิ้นสำคัญตลอดกาลของแบรนด์ Dior อย่าง “Bar Suit” หรือ "Bar Jacket" ที่กำลังจะมีอายุครบ 73 ปีบริบูรณ์ หนึ่งในตำนานของชุดแฟชั่นที่ช่วยให้สุภาพสตรีทั่วโลกมีทรวดทรงดั่งนาฬิกาทรายสุดคลาสสิก ผลงานชิ้นเอกของ คริสเตียน ดิออร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดิออร์ ทว่ามากกว่าความงามที่ดิออร์ได้มอบให้หญิงสาวผ่านชุดสวยชุดนี้ คือพลังภายในของเหล่าสุภาพสตรี ที่ผสมผสานความเย้ายวน เมื่อได้สวมใส่ และไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่...ชุดที่เรากำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้ ยังเปลี่ยนให้ยุคหลังสงครามที่มืดมน กลับกลายเป็นยุคแห่งความเบิกบานของชีวิต (Joie de Vivre) อีกด้วย อีกทั้งยังนับเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นด้วยเช่นกัน

     ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1947 วันที่หนาวเหน็บที่สุดวันหนึ่งในกรุงปารีส เป็นฤดูหนาวที่เลวร้ายที่สุดเมืองหนึ่งเคยพบเจอมามาตั้งแต่ปี 1870 ถ่านหินกลายเป็นสินค้าขาดตลาด ขุดเอาความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับสภาวะขาดแคลนในช่วงสงครามให้กลับมาทำร้ายผู้คนในเมืองนี้อย่างเจ็บปวด ทว่าในขณะเดียวกันภายในแฟชั่นเฮาส์ เลขที่ 30 บนถนนอาเวอนิว มงตาญ ณ กรุงปารีส เหล่าสุภาพสตรีชั้นสูงกำลังนั่งเฝ้าที่เก้าอี้วีไอพี เพื่อรอรับชมผลงานแสดงคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ครั้งแรกของ คริสเตียน ดิออร์ หากทันทีที่นางแบบปรากฏตัวในชุดบาร์สูทตัวนั้น ก็ทำเอาโลกทั้งใบของเหล่าผู้ชมหยุดหมุน ด้วยความงามของซิลูเอตที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็นสิ่งไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน สามารถเรียกความตื่นเต้นจากผู้ชมที่นั่งชมอยู่รอบๆ ได้อย่างอยู่หมัด ก่อนจะกลายเป็นที่พูดถึงมาจนกระทั่งปัจจุบัน

(ซ้าย) ชุด Bar Suit ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 1947 และ (ขวา) ภาพของ Press Release อธิบายคอลเล็กชั่นเดียวกันนี้ ในปี 1947

 

     ทันทีที่ Bar Suit ชุดนั้นของดิออร์ปราฏตัวต่อสายตาสาธารณชน ก็ได้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของอุตสาหกรรมการสร้างสรรค์ทันที อาภรณ์ดังกล่าวได้รับการรังสรรขึ้นจากผ้าไหมขนาด 4 หลา ในเฉดสีงาช้าง ที่ให้ความรู้สึกละมุน และอ่อนนุ่ม อย่างที่ความงามในยุคก่อนไม่เคยให้ได้ ซึ่งมาพร้อมกับซิลูเอตน่าสนใจที่ช่วยเสริมช่วงสะโพก ทำให้ได้รูปทรงของผู้หญิงที่โค้งมนมากขึ้นตามนิยามความงามนาฬิกาทราย ที่ยังคงทิ้งร่องรอยมาจากอดีต มีเรื่องเล่าว่า Pierre Cardin ซึ่งเป็นผู้ช่วยอายุ 21 ปีของ คริสเตียน ดิออร์ ในเวลานั้น ถูกส่งตัวออกจากห้องเสื้อเพื่อไปหาซื้อแผ่นสำลีเพื่อนำมาเสริมให้ชุดบนตัวของนางแบบนั้นดูยั่วยวนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกระโปรงพลีตสีดำที่ถูกขนานนามว่า Corolle นั้น ก็ยิ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ชุดในตำนานชุดนี้มีกลิ่นอายความดรามาติกสะดุดตาผู้ชม ในตอนนั้นเหล่าสุภาพสตรีที่อัดตัวอยู่ในแฟชั่นเฮ่าส์แห่งนั้น เวลานั้น รู้ทันทีว่าดิออร์ได้สร้าง "New Look" ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเป็นบรรทัดฐานความงดงามที่ถูกส่งไม้ต่อในเวลาต่อมา...



1 / 3

ชุด Acacias suit ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 1949




2 / 3

ชุด Unesco suit ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 1949




3 / 3

ชุด Premier Avril suit ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 1950


     ชุดบาร์สูทในตำนานชุดนี้ของห้องเสื้อดิออร์ ถูกตั้งชื่อตามบาร์ที่ Plaza Athénée ซึ่งคริสเตียน ดิออร์ เคยแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้ง และในส่วนของบาร์สูทดังกล่าว ก็ไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านั้น เพราะคริสเตียน ดิออร์ ยังขยันดัดแปลง และปรับปรุงดีไซน์ของเจ้าบาร์แจ็กเก็ตที่เป็นส่วนหนึ่งของชุดดังกล่าวให้มีความทันสมัยอยู่เสมอๆ หลังจากที่กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สุภาพสตรีชนชั้นสูง ซึ่งเห็นได้จากผลงานกูตูร์ทั้ง 22 คอลเล็กชั่น ตลอดชีวิตการทำงานของเขา ก่อนที่คริสเตียน ดิออร์ จะจากโลกใบนี้ไปในปี 1957 ที่เราจะได้เห็นบาร์แจ็กเก็ตในรูปแบบใหม่ แฝงตัวอยู่ในแต่ละคอลเล็กชั่นเสมอ

     หลังจากการจากไปของคริสเตียน ดิออร์ เกมเก้าอี้ดนตรีของหัวเรือใหญ่คนใหม่ของแบรนด์ดิออร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เริ่มจากปี 1958 -1960 ที่เด็กหนุ่มขี้อาย หัวขบถ แต่มีความสามารถอย่างมาก นามว่า Yves Saint Laurent ได้เข้ามาเขย่าอัตลักษณ์ของรสนิยมบางอย่างในแฟชั่นเฮาส์สัญชาติฝรั่งเศสแห่งนี้ให้แปลกออกไป โดยเขาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงซิลูเอตของบาร์แจ็กเก็ต ให้กลายเป็นทรวดทรงใหม่ที่เรียกว่า Trapeze Line ซึ่งแตกต่างออกไปจากเดิม โดยมีรายละเอียดน่าสนใจเตะตาผู้ชมมากขึ้นกว่าเดิม ทว่าความขบถของเขาในครั้งนี้ กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ ที่ได้รับการวิพากษ์ วิจารณ์อย่างกว้างขวางในวงการแฟชั่นขณะนั้น ก่อนที่ในยุคต่อมา Brit Marc Bohan จะเข้ามาถือหางเสือเป็นโต้โผคนสำคัญของแฟชั่นเฮาส์ดิออร์ต่อเป็นเวลานานกว่า 28 ปี จากปี 1961 จนกระทั่งปี 1989 ในระหว่างนั้นมาร์กยังได้รื้อสร้างอัตลักษณ์ของแจ็กเก็ตบาร์นี้ ให้มีความละมุน และเรียบมากขึ้นจากซิลูเอตเดิมที่โรลองต์ทิ้งไว้ให้ พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นเฟมินีนให้มากขึ้น ที่ได้แรงบันดาลใจสำคัญมาจากเจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโก และโซเฟีย ลอเรน จนทำให้แจ็กเก็ตบาร?ดั้งเดิมถูกขนานนามใหม่ในยุคของมาร์กว่า "Slim Look" ที่สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ที่มีความเยาว์วัยแฝงอยู่มากขึ้นอีกด้วย

(ซ้าย) ภาพถ่ายโฆษณาชุดสูท ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 1968 โดย Marc Bohan และ (ซ้าย) รีโปรดักชั่นชุด Bar Suit ในคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ประจำปี 1987

 

     เมื่อโลกหมุนมาถึงปี 1989 ก็ถึงคิวของ Gianfranco Ferré นักออกแบบมือฉมังชาวอิตาลี ที่ได้นำเอาความมีชีวิตชีวาของการสร้างสรรค์มาสู่แฟชั่นเฮาส์ในตำนานแห่งนี้ เพื่อให้เหล่าสาวกของแบรนด์ได้ดื่มด่ำกับความรุ่งเรือง และความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ ดังนั้นการตีความหมายของชุดบาร์สูท ยังถูกเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เต็มไปด้วยรายละเอียดที่บ่งบอกถึงสไตล์ของเฟอร์เร่อย่างแท้จริงกระทั่งเมื่อเฟอร์เร่ได้ตัดสินใจแยกทางกับดิออร์ในช่วงปี 1996 ดีไซเนอร์ผู้มีพรสวรรค์ และวิสัยทัศน์ในการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบชื่อ John Galliano ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนการแสดงของดิออร์ ให้กลายเป็นประสบการณ์การแสดงละครอันน่าทึ่ง ที่ไม่เคยมีใครคาดฝันมาก่อน บาร์แจ็กเก็ตในยุคของจอห์น กาลิอาโน่ จึงการเป็นอุปรากรณ์แสนหวือหวา ที่พร้อมจะเตะตาผู้ชมทุกคนที่แม้ไม่ได้หันมองมันก็ตาม

(ซ้าย) ชุด Diosera suit จากคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 1997 โดย John Galliano / (กลาง) ภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตจากคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ฤดูกาลใบร่วง/ฤดูหน่ว ประจำปี 2009 โดย John Galliano / (ขวา) ภาพบนรันเวย์โอต กูตูร์ฤดูกาลใบร่วง/ฤดูหน่ว ประจำปี 2009 โดย John Galliano

 

     ไม่นานหลังจากยุครุ่งเรื่องของกาลิอาโน่ สไตล์การสร้างสรรค์แบบสมัยใหม่ของ Raf Simons ก็ได้เข้ามาเป็นยาแก้พิษชั้นดีต่อรอยอารยธรรมที่จอห์น กาลิอาโน่ได้ทิ้งเอาไว้ที่แฟชั่นเฮาส์แห่งนี้ โดยคอลเล็กชั่นแรกของราฟ นับเป็นอะไรที่น่าจดจำ เพราะเสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนั้นได้แสดงความเคารพต่อความรักที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของ คริสเตียน ดิออร์ อย่างชัดเจน ทว่าเขาได้รังสรรค์มันขึ้นด้วยวิธีของเขา ด้วยการย้าย และเปลี่ยนองค์ประกอบสัญลักษณ์บางส่วนของบาร์แจ็คเก็ต ให้กลืนไปกับเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ในคอลเล็กชั่นนั้นอย่างที่อัจฉริยะคนหนึ่ง ที่มีความเคารพอย่างที่สุดต่อผู้ก่อตั้งแบรนด์จะทำได้ อีกทั้งยังคงความสง่างามที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเวลานั้น



1 / 3

ภาพถ่ายบนรันเวย์ของคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2012 โดย Raf Simons




2 / 3

ภาพถ่ายบนรันเวย์ของคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2012 โดย Raf Simons




3 / 3

ภาพถ่ายบนรันเวย์ของคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2012 โดย Raf Simons


     ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์หญิงคนแรกของแฟชั่นเฮาส์แห่งนี้ ในปี 2015 Maria Grazia Chiuri ก้าวขาเข้ามาในเขตแดนที่ชายเคยเป็นใหญ่ พร้อมกับวิสัยทัศน์ และแนวความคิดด้านศิลปะ ที่พร้อมโอบกอดมุมมองสตรีนิยมที่นับเป็นแนวความคิดสำคัญของเธอจนถึงปัจจุบัน  เราจึงได้เห็นผลงานการออกแบบของเธอที่ยังคงมอบความสง่างามให้กับเพศหญิงเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง คริสเตียน ดิออร์ ระลึกถึงอยู่เสมอเช่นเดียวกัน อีกทั้งซิลูเอตที่ทันสมัยของผลงานยังเป็นมิตรกับสุภาพสตรีทั่วโลกอย่างน่าทึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่กราเซียจะได้สร้างสรรค์ชุด Bar Suit ออกมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับไอเท็มที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของผู้หญิงทั่วโลก แฝงตัวอยู่ในคอลเล็กชั่นของเธอทุกฤดูกาล ที่แม้ว่าจะถูกดัดแปลงไปให้มีความทันสมัยมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากก็ยังคงความคลาสสิกได้อย่างน่าสนใจ และยังคงมอบอำนาจความเย้ายวนคืนให้กับผู้หญิงที่ได้สวมใส่เช่นเดิม



1 / 5

ภาพถ่ายจากคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2017 โดย Maria Grazia Chiuri




2 / 5

ภาพถ่ายชุด Bar Suit จากคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2017 โดย Maria Grazia Chiuri




3 / 5

ภาพถ่าย Psychose suit จากคอลเล็กชั่นโอต กูตูร์ ฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2018 โดย Maria Grazia Chiuri




4 / 5

ภาพถ่ายจากครูซ ประจำปี 2020 โดย Maria Grazia Chiuri และ Mickalene Thomas




5 / 5

ภาพถ่ายจากครูซ ประจำปี 2020 โดย Maria Grazia Chiuri และ Grace Wales Bonner


     สำหรับคอลเล็กชั่นรีสอร์ตของเธอในปี 2020 ที่เธอได้ร่วมงานกับศิลปินอย่าง Mickalene Thomas นักออกแบบชาวอเมริกันเชื้อสาย แอฟริกัน-อเมริกัน และนักออกแบบชาวอังกฤษชื่อ Grace Wales Bonner ซึ่งพวกเขาก็ยังร่วมสร้างสรรค์ผลงานบาร์แจ็กเก็ต จับคู่กับกระโปรงลายพิมพ์ออกมา ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และจินตนาการ ที่ไม่อาจจะมีใครปฏิเสธได้...

คีย์เวิร์ด: #Dior #BarJacket