FASHION

Thames Malerose เด็กที่โตมาพร้อมการอ่านการ์ตูนสู่การเป็น Cosplayer เต็มตัวกว่า 14 ปี

เปิดโลกคอสเพลย์ไปกับ Thames Malerose ไม่ใช่แค่การแต่งตัวเลียนแบบแต่คือศิลปะอีกแขนงที่มีชั้นเชิง

     The World We Live เป็นโปรเจกต์สำคัญที่โว้กกำลังพูดถึงอย่างเข้มข้น เราตระหนักถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจากอิทธิพลของวัฒนธรรมและความชอบที่แตกต่างและหลากหลาย เกิดเป็นกลุ่มคนที่ให้ความสนใจในเรื่องที่ต่างกันออกไป วันนี้โว้กขอพูดถึงอีกหนึ่งกลุ่มที่เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์อย่าง 'คอสเพลย์' 

     หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ตามกระแสโลกของการ์ตูนและอนิเมชั่นในไทยก็คงต้องเคยผ่านหูและผ่านตากับวงการคอสเพลย์มาบ้าง วันนี้โว้กได้โอกาสต่อสายตรงพูดคุยกับหนึ่งในคอสเพลย์เยอร์ไทยมืออาชีพที่สั่งสมประสบการณ์และคร่ำหวอดอยู่ในวงการคอสเพลย์ของเมืองไทยมาตั้งแต่อุตสาหกรรมนี้ยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่ และ “Thames Malerose” คือรายชื่อที่เราหยิบขึ้นมาหลังจากได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของเขาอยู่พักหนึ่ง  

01

     “เริ่มต้นจากความชอบ” 

     เสียงปลายสายจาก เทมส์​-สรณ​ ขุนพลพิทักษ์ หรือที่แฟนๆ รู้จักกันดีในนามของ Thames Malerose คอสเพลย์เยอร์มืออาชีพพูดตอบกลับมาจากคำถามที่ว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นในการก้าวเข้าสู่วงการแห่งคอสเพลย์

     ไม่ใช่มาสคอตตัวการ์ตูน

     ไม่ใช่การแต่งตัวเลียนแบบ

     แต่คือศิลปะอีกหนึ่งแขนงที่ต้องทุ่มทั้งเวลาและเททั้งกายใจ

     คอสเพลย์ในเมืองไทยกำลังงอกเงยขึ้นอย่างเต็มกำลัง โดยมีเทมส์เป็นหนึ่งในฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนวงการนี้ให้แผ่ขยายออกไปได้กว้างมากขึ้น ใครจะไปคิดว่าแค่ความชอบการ์ตูนในวัยเด็กของเขาจะกลับกลายมาเป็นตัวถางทางให้เรื่องที่ฟังดูเป็นไปไม่ได้จากโลกของตัวการ์ตูนได้มีชีวิตขึ้นในโลกของความจริง 

     แม้การเริ่มต้นเป็นคอสเพลย์เยอร์ของเทมส์จะเกิดขึ้นเพราะคำชวนของเพื่อนสนิทในรั้วมหาวิทยาลัยก็ตาม แต่มันกลับกลายเป็นนิมิตรหมายอันดีว่าสิ่งที่เขาชอบสามารถส่งคืนอะไรบางอย่างให้กับเขาได้ จากการไปร่วมงานคอสเพลย์ตามคำชวนของเพื่อนครั้งแรกทำให้เขาได้รู้ซึ้งว่ามันเป็นศิลปะที่ทำได้ ‘จริง’ และจากนั้นเป็นต้นมาความ ‘อิน’ ก็พุ่งทะยานมากขึ้นจนวัยรุ่นผู้ชื่นชอบการ์ตูนในวันนั้นกลายมาเป็นคอสเพลย์เยอร์เต็มตัวในวันนี้ “เวลาทำสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วมันได้อะไรกลับมามันทำให้เราสามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆ” เหมือนกับได้เห็นรอยยิ้มตอนที่เขาพูดประโยคนี้

ตัวละคร Cloud จากเกม Final Fantasy

 

02

เป็นนักแปลงโฉมมืออาชีพ

     การเดินทางจากจุดเริ่มต้นจนปัจจุบันเป็นเวลาร่วมกว่า 14 ปี ผ่านการคอสมาแล้วหลายร้อยครั้งและหลากคาแร็กเตอร์ หากเขาได้เรียนรู้ถึงหัวใจหลักที่ทำให้การคอสเพลย์ในแต่ละครั้งยังคงน่าตื่นเต้นและสดใหม่อยู่เสมอ “มันคือความท้าทาย แต่ละครั้งที่คอสมันคือประสบการณ์ใหม่ตลอด เพราะคาแร็กเตอร์แต่ละตัวมีดีเทล การแต่งเมกอัพ และอุปกรณ์ที่ต่างกัน เราต้องสื่อให้ออกมาเป็นคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้น มากกว่าการที่ผมแต่งเป็นตัวนั้นเสียอีก” 

     “การเตรียมตัวนานหลายวันเพียงเพื่อ 3 ชั่วโมงน้อยๆ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

     เราพอรู้มาบ้างว่าศิลปะการแต่งคอสเพลย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจะประกอบขึ้นเป็นตัวละครหนึ่งตัวต้องใช้รายละเอียดมากมายที่มากกว่าแค่การแต่งหน้า ทำผม ทำอุปกรณ์ แต่มันยังรวมไปถึงการศึกษาคาแร็กเตอร์ การยืน นั่ง พูด และสายตา เทมส์บอกกับเราว่า “วงการนี้อุตสาหะมากนะ เบื้องหลังกว่าจะเสร็จเป็นชุดเป็นอุปกรณ์แต่ละชิ้น ลักษณะท่าทางการแสดงออก ถ้าไม่ชอบจริงๆ แต่งไม่นานก็เลิก การเตรียมตัวมันใช้เวลานานพอสมควร มันต้องสมบูรณ์แบบที่สุด แม้เราจะสวมคาแร็กเตอร์เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม” 

ตัวละคร Todoroki Shoto จากการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia

เป็นอาร์ตทิสที่ภูมิใจในงานศิลปะของตัวเอง

     เราเห็นด้วยกับประโยคที่คอสเพลย์เยอร์หนุ่มบอกว่า “ถ้าไม่รักจริงไม่นานก็เลิก” มันคือความชอบและความสนุกที่มาจากใจรัก เพราะทุกรายละเอียดคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้การคอสในแต่ละครั้งออกมาได้สมจริงมากที่สุด อาจด้วยการจบจากรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ที่ทำให้วิธีการถ่ายทอดคาแร็กเตอร์แต่ละครั้งของเขาถึงเหมือนจริงและโดดเด่นจนเป็นที่รู้จัก เขาถูกปลูกฝังให้งานทุกอย่างที่คราฟต์ขึ้นด้วยตัวเองต้องประณีต จริงจัง และใส่ใจรอบด้านในทุกรายละเอียด “ขึ้นอยู่กับดีเทลของแต่ละตัว เราต้องศึกษาตัวละครเสมอ ส่วนตัวแล้วผมจะร่างตัวละคร เสื้อผ้า ออกมาเป็นรูปก่อน เพื่อทำความเข้าใจว่าหน้าตาเขาเป็นแบบไหน ชุดที่ใส่ การจัดร่างกาย มันทำให้เราได้ศึกษาทุกมุมของตัวละครจริงๆ เพื่อให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนออกแบบคาแร็กเตอร์นั้นๆ มันคือการลอกเลียนแบบความคิดของคนสร้างคาแร็กเตอร์ ทำให้เราลงดีเทลกับมันได้มากขึ้น”

     และในขณะเดียวกันที่โลกเตรียมจะอ้าปากถามเรื่อง ‘ความยั่งยืน’ จากทุกคนและทุกอาชีพราวกับกำลังจ้องจับผิดว่าคุณหันมาใส่ใจเรื่องนี้บ้างแล้วหรือยัง เทมส์ตอบกับเราอย่างสบายๆ ว่า “อุปกรณ์หรือแมททีเรียลต่างๆ เราเอามาใช้ใหม่เรื่อยๆ เลย ทั้งที่ใช้กับคาแร็กเตอร์เดิม รวมถึงการเอาแมททีเรียลที่มีอยู่มาทำใหม่เพื่อการรียูสอีกครั้งหนึ่ง” เรียกว่าก่อนความยั่งยืนจะเป็นเทรนด์ เราเชื่อว่าการนำสิ่งที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่อีกครั้งยังเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ใครหลายคนทำอยู่จนทุกวันนี้

 

03

การรวมตัวกันของนักคอสเพลย์

     อุตสาหกรรมคอสเพลย์ได้มีโอกาสขยับขยายมากขึ้นเมื่ออิทธิพลของโลกโซเชียลก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ รวมไปถึงวัฒนธรรมที่เราอ้าแขนรับเข้ามาอย่างเต็มอกเต็มใจทั้งนักร้อง ไอดอล การ์ตูน และเกมส์ เหล่านี้คือผลพวงที่ทำให้คอสเพลย์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งวัยรุ่นและวัยไม่รุ่นผู้หลงใหลในโลกของการ์ตูนเองก็หันมาเอาดีด้านการคอสเพลย์หลังจากที่เห็นแล้วว่ามันคือศิลปะประเภทหนึ่งที่ไม่แค่ละเอียดอ่อนประณีตเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าไม่ต่างกับงานศิลปะชิ้นอื่นๆ เช่นกัน คอมมูนิตี้นี้ถึงเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ เทมส์เล่าติดตลกให้เราฟังกับเหตุการณ์ที่เขาต้องเตรียมอุปกรณ์เพื่องานอีเว้นท์ในวันรุ่งขึ้น “ผมต้องทำอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง แต่ด้วยความที่เครื่องพ่นกาวผมไม่มีเลยต้องไปยืมบ้านเพื่อน ปรากฏว่าขับรถไปถึงก็ไปเจอเพื่อนอีกหลายสิบคนมานั่งขอยืมเครื่องพ่นกาวเพื่อทำอุปกรณ์สำหรับงานวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน” การได้เพื่อนใหม่คืออีกหนึ่งผลพลอยได้จากการเป็นคอสเพลย์เยอร์ของเทมส์ที่เขาได้โอกาสในการปรึกษาพูดคุย และที่สำคัญกลายมาเป็นประสบการณ์ดีๆ ระหว่างคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน

ตัวละคร Sebastian จากการ์ตูนเรื่อง Black Butler

     เทมส์ออกตัวเลยว่าเขาพูดไม่เก่ง เพื่อนก็มีน้อย หากวงการนี้ทำให้เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดหลายด้านในแบบที่เขาไม่คิดว่าทำได้ “พอมาทำคอสเพลย์มันทำให้เราได้ฝึกฝนทักษะหลายๆ อย่าง ทั้งเมกอัพ การตัดเย็บ ได้สกิลการพูด ได้เรียนภาษา มันเป็นศาสตร์ที่ได้หลายแขนงมาก และที่สำคัญคือได้เพื่อนใหม่ด้วย” 

 

04

คอสเพลย์คือศาสตร์ที่มีชั้นเชิง

     ศิลปะคือสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยตาเพียงอย่างเดียว ไม่ต่างกับคอสเพลย์ที่เปรียบเหมือนมะละกอสีสดที่ต้องถูกปอกเปลือกเพื่อพินิจ พลิกดูเพื่อเข้าใจ และลิ้มรสเพื่อให้รู้สึก เพราะศาสตร์ของคอสเพลย์คือการรวบรวมความซับซ้อนและมีชั้นเชิงทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและท่าทางการแสดง สำหรับเทมส์แล้วเขาชื่นชอบตัวละครที่มีความลึก เพราะแม้คาแร็กเตอร์ตัวแรกที่เขาเลือกคอสจะเป็นตัวละครสุดเท่อย่าง Vergil จากเกมส์แอคชั่น Devil May Cry ที่มีผมสีเงินโดดเด่นและดาบซามูไรคู่ใจก็ตาม แต่ที่ชอบมากที่สุดกลับกลายเป็นการคอสตัวที่ 2 อย่าง L จากการ์ตูนเรื่อง Death Note ที่แม้คอสตูมจะดูธรรมดาๆ อย่างเสื้อแขนยาวและกางเกงสีดำ หากอารมณ์และท่าทางที่เข้มข้นทำให้เป็นตัวละครที่โดดเด่นและดึงดูดความสนใจได้ดี “คาแร็กเตอร์เขาชัดเจนมากทั้งท่าทางที่เด่นชัด และเมกอัพ ที่เราชอบเพราะมันสนุกตรงที่เราได้แสดงท่าทางของ L นี่แหละ พอคาแรกเตอร์ตัวไหนมันชัดเจนเวลาเราแสดงออกมาคนก็จะจำได้ง่าย”

ตัวละคร Shuten Doji จากเกม Onmyoji

ไม่ได้ดีกว่าใครแต่โดดเด่นในแบบของตัวเอง

     เมื่อเรายิงคำถามว่าจุดเด่นอะไรที่ทำให้เทมส์แตกต่างกว่าคนอื่น เขาปฏิเสธทันควันพร้อมโยนคำตอบว่าเพราะวงการนี้ผู้ชายน้อยมากกว่าตัวเขาไม่ได้เก่งอะไร “อาจเพราะคอสเพลย์เยอร์ชายยังน้อยอยู่มากกว่าเราเลยดูเด่น เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายที่แต่งคอสเพลย์จะเลือกสวมหน้ากากมากกว่าการแต่งหน้า แต่ผมลงเมกอัพด้วยเลยดูต่างกัน” เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบเพิ่มกลับมาว่า “หรืออาจเพราะผมเรียนศิลปะมาด้วยมั้ง มันทำให้ผมต้องศึกษาดีเทลหลายอย่างกว่าจะได้มาสักคาแรกเตอร์หนึ่ง เลยคิดว่าจุดนี้มากกว่าที่ช่วยพัฒนาและส่งเสริมการคอสให้กับผม” 

เสน่ห์ของการเป็นคอสเพลย์เยอร์

     “ผมว่ามันคืองานที่ท้าทายไม่จบไม่สิ้น มันเกิดประสบการณ์ใหม่ให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา” จากที่เขาเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการประกอบเป็นตัวละครแล้ว เสน่ห์ของมันเลยแน่ๆ อยู่ที่ลูกเล่นงานคราฟต์ ตามมาด้วยการแสดง และสุดท้ายต้องยกให้กับความอุตสาหะที่เป็นตัวต้อนให้ทุกองค์ประกอบได้เข้าที่เข้าทาง หากก่อนวางสายกันไปเทมส์ทิ้งประโยคสุดท้ายให้กับเราไว้ว่า “ความสนุกของการคอสเพลย์เลยจริงๆ แล้วสำหรับผมมันคือการที่เราได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ได้คราฟต์งานขึ้นมาเอง มันมีความภูมิใจซ่อนอยู่ในนั้น”

     แม้เสียงจากปลายสายจะฟังราบเรียบติดหัวเราะปนมาบ้างตลอดเกือบ 40 นาทีที่ได้คุยกันและแม้เขาจะออกตัวตลอดเวลาที่ได้สัมภาษณ์ว่าพูดไม่เก่ง แต่ความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และน้ำเสียงที่จริงใจคือเนื้อความสำคัญที่บ่งบอกเลยว่าผู้ชายคนนี้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่ทำเขากำลังทำอยู่นั้น “เขารักมัน” 

 

ตามติดซีรีส์ The World We Live พร้อมเปิดมุมมองโลกวัฒนธรรมอื่นๆ ไปพร้อมกันกับตอนที่ 1: เปิดโลก Sartorial ของ กาย The Decorum ผู้ชายที่สวมสูททุกวัน ได้ที่นี่ 

 

ข้อมูล: สรณ​ ขุนพลพิทักษ์

ประสานงาน: ภา​วิณี  อังคณา​รักษ์​ ​