FASHION

ไขข้อสงสัยสีในวันตรุษจีนหมายถึงอะไรกันแน่?

โว้กอธิบายความหมายเกี่ยวกับสีมงคลประจำวันตรุษจีน

     “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562) ถือเป็นวันตรุษจีนประจำปีนี้ เหล่าคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายต่างเฉลิมฉลองและสวมเสื้อผ้าชุดจีนเป็นสีแดง ทอง และสีมงคลอื่น ๆ กลายเป็นวันที่ท้องถนนและสถานที่ต่าง ๆ เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายความเป็นจีนชัดเจน แต่บางครั้งเราปฏิบัติบางอย่างตาม ๆ กันโดยที่อาจจะไม่รู้ความหมายหรือที่มาที่ไปอย่างแท้จริง อย่างเช่นการเลือกสีในวันตรุษจีนแบบนี้ วันนี้เราจึงพาสาว  ๆ ร่วมหาคำตอบเกี่ยวกับความหมายของสีมงคลหลัก ๆ ในวันตรุษจีนภายในบทความนี้

 

1.สีแดง

ภาพ: The Urban List

     เริ่มกันที่สีแดงเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าสีที่เรียกได้ว่าประจำเชื้อชาติจีนเลยคือสีแดง สีที่ให้ความสดใส สว่างตา ดูร้อนแรง แต่นอกจากความหมายเชิงอารมณ์ ในความเชื่อของชาวจีนเกี่ยวกับความแสงสว่างและไล่สิ่งอัปมงคลซึ่งมันมีที่มาที่ไปคือ ในตำนานเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดอันดุร้ายชื่อว่า “กั้วเหนียน” หรือ “เหนียน” ที่มักออกอาละวาดสร้างความหวาดกลัวอยู่ตลอด แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียบพร้อมเพียงใดย่อมมีจุดอ่อนเสมอ มี 2 ตำนานเล่าเกี่ยวกับการปราบเจ้าสัตว์ร้ายนี้คือผู้เฒ่าเมื่อครั้งที่พบเจอเหนียนเขาได้เปลื้องผ้าออกทั้งหมดเหลือไว้เพียงชุดชั้นในสีแดงและเจ้าสัตว์แข็งแกร่งนี้กลับสยบยอมลงอย่างง่ายดายจนสามารถพาเหนียนที่ดุร้ายไปสู่สวรรค์ ส่วนอีกทางหนึ่งเล่าว่าเหนียนเตรียมออกอาละวาดตามเมืองแต่ได้พบกับเสื้อผ้าสีแดงที่ตากอยู่ตามบ้านเรือนและกองเพลิงตามถนนทำให้เจ้าตัวร้ายตกใจและหนีหายไป สะท้อนถึงการไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปในวันแสนมงคลอย่างตรุษจีนผ่านตำนานเรื่องเล่าอันเป็นกุศโลบายนี้ได้อย่างมีเหตุมีผล และสีแดงยังแสดงถึงความรุ่งโรจน์และโชคดีมีสุขด้วย ตอนนี้สาว ๆ คงเตรียมเฉิดฉายในชุดสีแดงพร้อมกับการไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิตในวันมงคลของปีเช่นนี้อยู่อย่างแน่นอน



1 / 3

Gucci




2 / 3

Disaya




3 / 3

Roger Vivier


2.สีเหลืองทอง

หมูทองสัญลักษณ์ประจำตรุษจีนปีนี้ / ภาพ: OCZ

     สีเหลืองทองถูกให้คำนิยามในวัฒนธรรมจีนว่า “สีเหลืองสร้างหยินและหยาง” หมายถึงเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่ง สะท้อนถึงความโชคดีและความสมบูรณ์แบบนั่นเอง ซึ่งสีเหลืองทองนี้ถือเป็นของสูงตัวแทนจักรพรรดิ เมื่อผู้คนรักกษัตริย์ของตนเองย่อมมีความเจริญก้าวหน้า มั่งคั่ง สมบูรณ์ และจะเกิดความต้องการให้เกิดสิ่งดี ๆ ต่อคนที่เรารักเช่นเดียวกับที่รักกษัตริย์ ถ้าหากสีแดงคือการไล่สิ่งอัปมงคล สีอันสว่างสดใสนี้คงเปรียบเสมือนโชคชะตาแห่งความเพียบพร้อมที่จะเข้าไปเติมเต็มความมงคลให้กับผู้คนชาวจีนให้มีความสุขในทุก ๆ โอกาส ไม่เฉพาะแค่วันตรุษ สาว ๆ เตรียมใส่ชุดทองเตรียมมั่งคั่งรับทรัพย์ในวันนี้ได้เลย



1 / 4

Saint Laurent




2 / 4

Versace




3 / 4

Cartier




4 / 4

Jim Thompson


3.สีอื่น ๆ

ภาพ: Guo Pei

     จากที่คนทั่วไปรู้กันอาจจะมีสีมงคลเห็นเป็นหลักแค่แดงกับเหลืองทอง ในความจริงตามวัฒนธรรมจีนมีมากกว่านั้นอยู่พอสมควร วันนี้เราจะมาสรุปสั้น ๆ และอธิบายความหมายคร่าว ๆ ให้กับสีที่ถูกให้ความสำคัญรองลงมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมประเทศไทย เริ่มที่สีเขียว สีฟ้า สีเขียวอมฟ้าซึ่งเป็นตัวแทนของธรรมชาติอย่างต้นไม้ที่สะท้อนถึงการเจริญเติบโตก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ที่ดีขึ้น แต่สีหลักของจีนยังคงโน้มไปในโทนสีแดง ฉะนั้นสีม่วงก็เป็นอีกหนึ่งสีแห่งความมงคลซึ่งจะมีใกล้เคียงกับสีแดงแต่มีความทรงพลังกว่า หนักแน่นกว่าแต่ทว่าศักดิ์ของสีก็ไม่สูงส่งเท่าสีกษัตริย์อย่างเหลืองทองอยู่ดี หรือจะเป็นสีส้มที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ในชีวิต ต่อกันด้วยสีน้ำตาลอันมีความหมายสอดคล้องกับโทนสีเขียวฟ้าเพราะแสดงถึงลำต้นของต้นไม้ที่มีความมั่งคงและยั่งยืนเปรียบเสมือนอายุที่ยืนยาวของบรรพบุรุษชาวจีน มาถึงโทนรองสุดท้ายนั่นคือสีชมพูก็เหมือนกับความหมายสากลที่หมายถึงความรักอันบริสุทธิ์ และความเบิกบานในชีวิต และปิดท้ายด้วยโทนสีดำที่ให้ความหมายเรื่องน้ำสามารถสอดรับได้กับทุกสิ่งในโลกใบนี้ เปรียบกับการปรับตัวและลื่นไหลไปสู่สิ่งดี ๆ ในชีวิตประจำวันตรุษจีนนี้

 

     สุดท้ายนี้โว้กขอให้แฟน ๆ ทุกคนประสบความสำเร็จ มีความสุขในการเฉลิมฉลองวันปีใหม่จีนประจำปีนี้ และหวังว่าจะได้เข้าใจรากฐานเบื้องต้นของสีประจำวันตรุษและวัฒนธรรมจีนซึ่งทุกคนไม่ว่าจีนหรือไม่ย่อมเคยเห็นและมีส่วนร่วมกับสีมงคลเหล่านี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว

คีย์เวิร์ด: #Chinese New Year