FASHION

'เฌอปราง อารีย์กุล' เด็กหญิงเก็บอารมณ์ และ 'เจมส์ ธีรดนย์' พรอปที่ได้เป็นพระเอก

วิญญาณดวงหนึ่งถูกลอตเตอรี่จากสวรรค์ให้ลงมาอยู่ในร่างชั่วคราว พร้อมภารกิจสืบหาสาเหตุการตายของร่างที่เขามาขอ “โฮมสเตย์” ให้ได้ภายใน 100 วันแบบอย่าให้ใครจับได้ว่าเขาคือวิญญาณใหม่ในร่างเก่า

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ สาธยายขายหนังอย่างรู้หน้าที่ “คือเรื่องนี้เป็นพระเอก” เขาชี้ตัวเองอย่างทำเป็นเขินอาย เฌอปราง อารีย์กุล นางเอกของเขาเหลือกตามองโดยอัตโนมัติ “ตั้งแต่แสดงมาไม่เคยมีใครเรียกว่าพระเอก จนวันหนึ่งผู้กำกับกำลังบรีฟบท ‘ตอนที่พระเอกเดินเข้ามาเจอนางเอก’ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ พูดถึงใครน่ะ (ทำท่าขนลุก) ใช่เหรอ สายตาคนไทยที่มองภาพพระเอกต้องดูเป็นผู้ชายแลดูอบอุ่น ไม่แรด ไม่แต่งหน้าคือไม่ใช่ผู้ชายแบบนี้ (ชี้ตัวเอง)” เฌอปรางเบรกฝันฟินของพระเอกด้วยคำพูดสะกิดว่าให้บอกพี่เขาไปสิว่าในกองถ่ายเรียกเจมส์ว่าอะไร พรอป ผมเป็นแค่พรอปสำหรับทุกคน ‘ขอบคุณสำหรับรางวัลพรอปดีเด่นนะครับ ปีต่อๆ ไปผมก็จะ ตั้งใจเป็นพรอปที่ดีต่อไปขอบคุณครับ’ นี่เตรียมสปีชไว้พูดบนเวทีละ”

ปีกว่าที่ผ่านมาเฌอปรางได้ทำทุกอย่างเป็นครั้งแรกในชีวิต เป็นไอดอลครั้งแรก เป็นกัปตันวงครั้งแรก และได้แสดงหนังเป็นครั้งแรก “นางเอกคนก่อนหน้านี้ของจีดีเอชคือพี่ญาญ่า...แค่นั้นเอง” เจมส์พาดพิงถึงอุรัสยา เสปอร์บันด์ นางเอกหนัง 200 ล้านจาก น้อง.พี่.ที่รัก เพิ่มความกดดันมาบน 2 บ่าบางๆ ของแคปเฌอแห่ง BNK48 วงไอดอลระดับปรากฏการณ์ของประเทศ “ทำงาน เรียน ครอบครัว ตอนนี้ทำอยู่แค่นี้ พยายามอยู่นิ่งๆ ในกรอบนี้ให้มากที่สุด ยิ่งเราเป็นกัปตันทำอะไรนิดเดียวก็ส่งผลถึงวงมาก ตอนที่มีข่าวออกไปว่าเฌอเล่นหนังเรื่องนี้ คนก็คิดว่าเฌอถูกเลือกมาเพราะกระแส ต่อให้เฌอพยายามอยู่นิ่งๆ เพื่อให้เกิดดราม่าน้อยที่สุดก็ยังมีอยู่ดี เฮิร์ตนะคะ แต่เฌอได้คำตอบจากผู้กำกับแล้วว่าทำไมเลือกเฌอ

คำตอบที่ว่านั้นจากปากของผู้กำกับก็คือ “ผมเริ่มสนใจเฌอเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ยังไม่ดัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็น BNK48 เห็นภาพน้องผูกผมเปีย หน้าตาเหมือนภาพตัวละครที่ผมคิดเอาไว้เลยให้ฝ่ายแคสติ้งติดต่อไปซึ่งพอเปิดเทปแคสติ้งของเฌอปราง หน้าเขามีเสน่ห์ขึ้นกล้องมากโดยเฉพาะดวงตาที่สะกดให้เราสนใจเขาได้และตัวตนตรงตามคาแร็กเตอร์มาก กระทั่งวิธีเหลือบมองคนผมบอกทีมงานว่าผมเลือกคนนี้ ไม่ดูเทปของคนอื่นแล้ว ยอมเสี่ยงเลือกคนที่ไม่เคยแสดงมาก่อน แต่พวกเราจะฝึกไปด้วยกัน”

 

นอกจากใหม่เอี่ยมกับการแสดง เฌอปรางยังต้องอยู่ในหนังทัดเทียมกันกับเจมส์และนักแสดงลายครามของเมืองไทยอย่างเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, นพชัย ชัยนามจนถึงสู่ขวัญ บูลกุล “เฌอโดนนวดหนักที่สุดแล้ว ถ้าเป็นผมคงเครียดตาย” พระเอกคนแรกของเฌอปรางทำน้ำเสียงเห็นใจแท้จริง “เฌอไม่เคยรู้ตัวว่าเหตุการณ์นี้ฝังใจมานาน จนทำให้เรากลายเป็นคนกดอารมณ์ตัวเอง กรี๊ด ร้องไห้ ตะโกน หรือแม้แต่หัวเราะดังๆ ไม่เป็นมาตั้งแต่เด็ก เฌอเคยปั่นจักรยานลงมาจากทางลาดแล้วล้มกลิ้งลงมา นั่งกองอยู่กับพื้นกลางแดดร้อนๆ พยายามร้องไห้เสียงดังที่สุดเพื่อให้คนในบ้านได้ยิน แต่ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครออกมาช่วย สุดท้ายเฌอต้องหยุดร้องไห้แล้วลุกเดินเข้าบ้านด้วยตัวเอง ฝังใจว่าต่อให้เราแสดงอารมณ์ออกไป สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดี การกรีดร้องเป็นอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะเรา ทุกวันนี้ถ้าจะร้องไห้จะนับ 1-2-3-4 แล้วหยุดให้ได้ บอกตัวเองว่าเราต้องเข้มแข็งต้องแกร่ง จนมาเล่นหนังเรื่องนี้ที่เราต้องขุดทุกอารมณ์ที่เราไม่เคยทำในชีวิตจริงออกมาใช้ เหมือนได้ปลดล็อกตัวเอง”  

การเป็นนักแสดงไม่ต้องมีตัวตนเพราะแสดงเป็นคนอื่น แต่นักร้องต้องมีตัวตนชัดเจน การต้องทำ 2 อย่างพร้อมกัน ทะเลาะกับตัวเองบ้างไหม “เฌอสับสนชีวิตไปเลยอยู่ช่วงหนึ่ง ร่าเริงมากตอนอยู่บนเวที อีกวันต้องแสดงเป็นตัวละครที่อารมณ์หลากหลายแล้วก็ต้องกลับไปเป็นศิลปินบนเวทีอีก ช่วงธันวาคมปีที่แล้วเฌอไม่มีความสุขกับการขึ้นเวทีเลย ฉันทำอะไรอยู่ นี่คืออะไร เฌอคงต้องการพักมั้งคะ แล้วยังมารู้ทีหลังด้วยว่าเฌอทำให้น้องๆ ในวงไม่สบายใจ น้องน้อยใจ พี่เฌอตีตัวออกห่าง ไม่มีใครเข้าหน้าติดเลย (หันไปบอกเจมส์) ถ้าขึ้นสเตจบ่อยๆ อาจจะมีสับสนบ้างนะคะ พี่เจมส์”

ติดตามบทสัมภาษณ์ของทั้งคู่ฉบับเต็มกันต่อที่นิตยสารโว้กประเทศไทยฉบับเดือนตุลาคม 2561 ทุกแผงทั่วประเทศแล้ววันนี้!