FASHION

'เข็มกลัด' แอ็กเซสเซอรี่ขนาดเล็กที่มีบทบาทยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

การเดินทางข้ามเวลาของเข็มกลัดนั้นมากพอที่จะถูกจารึกเป็นเครื่องประดับชิ้นเก่าแก่ของมนุษย์

     เมื่อพูดถึงเครื่องประดับสักชิ้นแน่นอนว่าหลายคนมักมองถึงความเลอค่าของอัญมณีในรูปแบบสร้อยคอ กำไล และตุ้มหูก่อนสิ่งอื่นใด ทว่ามีเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นเครื่องบ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องระบุสถานะ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือแม้แต่เป็นแฟชั่นของทุกยุคทุกสมัย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่า “Brooch” หรือ “เข็มกลัด” นั้นมีความสำคัญอย่างไร โดดเด่นด้านไหน และเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หาคำตอบไปพร้อมๆ กันในบทความนี้

ตัวอย่างเข็มกลัดสมัยโบราณจากยุคสำริด / ภาพ: Met Museum

     หากจะย้อนถึงประวัติศาสตร์ของเข็มกลัดนั้นต้องย้อนกลับไปถึงยุคทองแดงเลยทีเดียว จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้เชื่อกันว่าเข็มกลัดนั้นติดประดับหรือที่เรียกว่า “เข็มกลัดตรึง” ในภาษาโบราณนั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างชัดเจนในยุคสำริด โดยมีลักษณะขดเป็นรูปทรงเรขาคณิตและลวดลายทางศิลปะต่างๆ แต่ยังไม่ได้ใส่รายละเอียดไปมากนักเนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ประโยชน์ ณ ตอนนั้นไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามแต่นักโบราณคดีคาดว่ามันใช้ในการติดเพื่อยึดเสื้อผ้าไว้ด้วยกัน หลังจากนั้นในยุคโลหะมีการสร้างสรรค์เข็มกลัดที่ดัดวัสดุให้โค้งจนสามารถติดประดับได้ ซึ่งแบบนี้เองถือเป็นต้นแบบของเข็มกลัดในปัจจุบัน แต่เข็มกลัดยุคดังกล่าวยังไม่มีอัญมณีมาประดับเป็นเพียงโลหะโล้นๆ และขึ้นรูปทรงแตกต่างกันไปเท่านั้น

เข็มกลัดจากฮังการีช่วงปลายยุคกลางซึ่งมีกลิ่นอายส่งต่อมาถึงต้นยุคเรเนซองส์ / ภาพ: Armour And Castings

     เข็มกลัดรูปทรงหลากหลายและประดับอัญมณีเกิดขึ้นในยุคกลาง ยุคที่หลายคนกล่าวว่าเป็น “ยุคมืด” แต่มันกลับเป็น “ยุคสว่าง” ของเข็มกลัด เพราะการพัฒนาค่อนข้างก้าวกระโดดมาจากสมัยยุคโลหะมาก ผู้คนเริ่มย้ายถิ่นฐานและนำกลิ่นอายวัฒนธรรมของตัวเองสอดแทรกลงไปในชิ้นงานทางศิลปะ เข็มกลัดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจน เพราะทั้งฟากของเยอรมัน เกาะอังกฤษ สแกนดิเนเวีย(ไวกิ้ง) และอีกหลากหลายพื้นที่มีหลักฐานการค้นพบเข็มกลัดเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างกันคือรูปทรง รายละเอียดในตัวเข็มกลัด รวมถึงการประดับอัญมณีต่างๆ ที่แต่ละพื้นที่มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน ซึ่งยุคนี้ถือว่าเข็มกลัดกลายเป็นจิวเวลรีที่มีมากกว่าแค่ฟังก์ชั่นการใช้ประโยชน์

ตัวอย่างเข็มกลัดจากยุคเรเนซองส์ที่สะท้อนความหรูหราและแง่มุมทางศิลปะอย่างชัดเจน / ภาพ: Kaleidoscope Effect

     ยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมยิ่งทำให้เข็มกลัดกลายเป็นของเลอค่ากว่าที่เคยและการแบ่งชนชั้นโดยการใช้เข็มกลัดก็เกิดขึ้นในยุคเรเนซองส์นี้เอง เนื่องด้วยช่วงประวัติศาสตร์ช่วงนี้คาบเกี่ยวกับการออกล่าอาณานิคมด้วยพอดี ดังนั้นการออกแบบเข็มกลัดในยุคเรเนซองส์โดยเฉพาะช่วงปลายยิ่งเต็มไปด้วยหินแร่ล้ำค่า มากไปกว่านั้นรูปแบบแฟชั่นเข็มกลัดยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมตามชื่อยุค การไหลเวียนของความสร้างสรรค์พร้อมทั้งทรัพยากรอันล้นมือของเจ้าอาณานิคมทำให้เข็มกลัดประดับเพชรพลอยกลายเป็นของล้ำค่าบ่งบอกฐานะอย่างชัดเจน อีกทั้งยังแสดงตัวตนการนับถือศาสนาอีกด้วย เนื่องจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าเข็มกลัดหลายชิ้นถูกออกแบบตามรูปทรงของสัญลักษณ์ในศาสนาคริสต์

ตัวอย่างเข็มกลัดจากยุครีเจนซี่และยุคนีโอคลาสสิก / ภาพ: Pinterest - Etsy

     เพชรและมุกยังคงเป็นวัสดุชิ้นอมตะในเข็มกลัดจนถึงยุคปัจจุบัน...ต่อยอดจากยุคเรเนซองส์สู่ยุคพระเจ้าจอร์จหรือยุครีเจนซี่ ความหรูหราของเข็มกลัดทำเพื่อแสดงสถานะความเหนือกว่าของผู้กลัด นอกจากนี้ยุครีเจนซี่เป็นยุคเริ่มต้นของการสร้างลวดลายบุคคล สิ่งของ หรือแม้แต่สัตว์ลงบนเข็มกลัดอีกด้วย ทว่ามาถัดมาในยุคนีโอคลาสสิกเข็มกลัดกลับกลายเป็นของสำหรับผู้คนทั่วไปมากขึ้น ความอู้ฟู่หรูหราค่อยๆ เลือนหายไปตามยุคสมัย ยิ่งมีกระแสการปฏิวัติฝรั่งเศสทำให้เครื่องประดับล้ำค่าของชนชั้นสูงเสื่อมความนิยม เหรียญตราและเข็มกลัดในยุคนี้จึงลดทอนความฟุ้งเฟ้อสู่การออกแบบเชิงศิลปะที่เข้าถึงทุกคนมากขึ้น

ตัวอย่างความหรูหราคุ้นตาของเข็มกลัดยุคอาร์ตนูโวและยุคเอ็ดเวิร์ด / ภาพ: Lang Antique & Estate Jewelry - Dress Jewellery

     การระลึกถึงใครสักคนหรือเหตุการณ์บางอย่างกลายเป็นประเด็นหลักในการรังสรรค์เข็มกลัด สำหรับยุควิกตอเรียนเริ่มมีการใช้เข็มกลัดเป็นสัญลักษณ์ของการหวนนึกถึงคนที่จากไป ก่อนภายหลังจะเริ่มขยายวงกว้างสู่บุคคลสำคัญที่ยังมีชีวิต งานศิลปะยังคงเป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์เข็มกลัดใหม่ๆ ในยุคนี้ ก่อนที่ยุคอาร์ตนูโวจะกลายเป็นยุคแห่งความเบื่อหน่ายกับบรรทัดฐานความงามอันเรียบง่าย และหันกลับมานิยมเข็มกลัดประดับอัญมณีเต็มชิ้นอีกครั้ง ก่อนเข็มกลัดหรูหราจะเฟื่องฟูสุดขีดอีกครั้งในยุคเอ็ดเวิร์ดที่เริ่มมีการใช้แพลตทินัมหรือทองขาวพร้อมประดับเพชร ซึ่งเข็มกลัดชิ้นตำนานหลายชิ้นกำเนิดขึ้นหรือได้รับแรงบันดาลใจมากจากชิ้นงานเข็มกลัดในยุคนี้นี่เอง

เข็มกลัดยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคนิคการรังสรรค์และการประดับเพชร / ภาพ: Gem & Jewelry Library

     จากเรื่องราวทั้งหมดจะเห็นว่าเข็มกลัดมีวิวัฒนาการเริ่มมาอย่างยาวนาน มีพลวัตผลัดเปลี่ยนรูปแบบความนิยมและสะท้อนรูปแบบสังคมแต่ละยุคเสมอมา พอยุคปัจจุบันเราเห็นการกลัดเข็มกลัดมากขึ้น ไม่ใช่แค่กับชนชั้นนำทางสังคมอย่างเดียว แต่เรากำลังหมายถึงผู้คนทุกกลุ่มที่เริ่มกลัดเครื่องประดับชิ้นนี้จนนิยมไปทั่วโลก งานฝีมือขั้นสุดยอดถูกรังสรรค์ขึ้นไม่เปลี่ยนแปลง ฟาสต์แฟชั่นเองก็เข้ามาหยิบจับเข็มกลัดเช่นกัน หรือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำก็มีเข็มกลัดที่โด่งดังและได้รับความนิยมไปทั่วโลก

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงติดเข็มกลัด Richmond Brooch ในพระราชพิธีพระศพของเจ้าชายฟิลิป / ภาพ: Yui Mok - AP

     เข็มกลัดเพื่อแสดงสถานะทางสังคมและมรดกทางสายเลือด ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเข็มกลัดที่ส่งทอดคุณค่ามาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นนั้นเป็นอย่างไร ลองสังเกตเข็มกลัด “Richmond Brooch” ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในพระราชพิธีพระศพของเจ้าฟิลิป เข็มกลัดชิ้นนี้ถือเป็นของล้ำค่าที่ส่งทอดจากสมเด็จพระราชินีแมรี พระอัยยิกาของพระองค์ โดยเข็มกลัดชิ้นนี้รังสรรค์โดย Hunt & Roskell และมอบให้แด่สมเด็จพระราชินีแมรีเป็นของขวัญในโอกาสเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับพระเจ้าจอร์จที่ 5 ในปี 1893 และต่อมาเมื่อเสด็จสวรรคตในปี 1953 เข็มกลัดชิ้นดังกล่าวจึงกลายเป็นสมบัติตกทอดมาสู่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จนปัจจุบัน เข็มกลัดชิ้นนี้จึงถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่แสดงถึงสถานะของการเป็นสมาชิกราชวงศ์และมรดกทางสายเลือดอันทรงคุณค่าสืบไป

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Age ในเมืองแคนเบอร์ราประเทศออสเตรเลีย ที่พาดหัวข่าวเกี่ยวกับเข็มกลัด Australian Hibiscus Royal Brooch ที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนีทรงติด / ภาพ: The Age

     อีกหนึ่งความสำคัญของเข็มกลัดก็คือของขวัญล้ำค่าเพื่อโอกาสพิเศษ สำหรับพิธีแต่งงานหรือการเยือนประเทศต่างๆ ของบุคคลสำคัญ ของขวัญที่นิยมให้กันคือจิวเวลรี ซึ่งหลายครั้งก็มาในรูปแบบของเข็มกลัด ตัวอย่างเช่นสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนีที่ทรงติดเข็มกลัด “Australian Hibiscus Royal Brooch” ซึ่งเข็มกลัดชิ้นนี้เป็นเข็มกลัดที่ทางการออสเตรเลียมอบเป็นของขวัญให้แก่ราชวงศ์อังกฤษ เมื่อใดที่มีงานเกี่ยวข้องกับประเทศออสเตรเลียพระองค์ก็ทรงติดเข็มกลัดชิ้นนี้เสมอ ถือเป็นการขอบคุณผู้ให้และอีกแง่หนึ่งคือการสานสัมพันธไมตรีโดยระบบคิดการทูตทางอ้อม มากไปกว่านั้นยังส่งเสริมภาพลักษณ์ความใส่ใจรายละเอียดการเลือกเครื่องประดับเพื่องานต่างๆ อีกด้วย

คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ กับเข็มกลัดของหน่วย The Rifles ประดับเพชรและมรกตพิเศษ ชิ้นเดียวกับที่ทรงติดมาพระราชพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิป / ภาพ: Clarence House

     ตำแหน่ง ยศ และการรำลึกถึงบุคคลผู้เป็นที่รัก ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เข็มกลัดรูปแบบต่างๆ มีคุณค่ามากกว่าด้านมูลค่าสิ่งของ คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ทรงติดเข็มกลัดประจำหน่วย “The Rifles” ในพระราชพิธีพระศพของเจ้าชายฟิลิป เข็มกลัดชิ้นนี้พิเศษกว่าเข็มกลัดระบุสังกัดทั่วไป เพราะเข็มกลัดชิ้นนี้ประดับด้วยเพชรและมรกต ซึ่งดัชเชสได้รับพระราชทานมาในเดือนตุลาคม 2020 เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง Colonel-in-Chief ต่อจากเจ้าชายฟิลิป โดยการติดประดับเข็มกลัดชิ้นนี้แสดงได้ทั้งยศ สังกัด และการรำลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักอย่างดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์กับดยุกแห่งเอดินบะระ

เข็มกลัดดวงตรา ทช. ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของประเทศไทย / ภาพ: ของเก่า ของสะสม

     เข็มกลัดถือเป็นความภาคภูมิใจและรางวัลอันทรงเกียรติได้เช่นกัน เปรียบให้เห็นภาพง่ายที่สุดคือเหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ ที่มีหลายประเภทมาในรูปแบบเข็มกลัด ซึ่งเราจะเห็นได้จากการติดประดับในชุดเต็มยศสำหรับงานพิธีสำคัญต่างๆ โดยเหรียญ เข็มกลัด และสายสะพายนั้นแสดงถึงคุณประโยชน์อันทรงเกียรติของบุคคลนั้นๆ จนได้รับรางวัลเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจเป็นการตอบแทน มีทั้งส่วนพลเรือนและส่วนทหาร มีเงื่อนไขการได้รับแตกต่างกันไปในหลายประเทศและโอกาส

Elle Fanning กับเข็มกลัด Chanel หลากหลายรูปแบบที่สะท้อนถึงแฟชั่นเข็มกลัดยุคใหม่ / ภาพ: Elle Fanning Fashion

     แฟชั่นและความสวยงามแบบไร้ขีดจำกัดในปัจจุบัน แน่นอนว่าในปัจจุบันหากไม่ใช่เครื่องแบบเฉพาะหรือเข็มกลัดพิเศษนั้นก็ไม่ได้แบ่งแล้วว่าการติดเข็มกลัดแบบใดแบบหนึ่งจะเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคมอีกต่อไป ตอนนี้เมื่อความลื่นไหลทางวัฒนธรรมได้ผสมปนเปกันจนรวมเป็น “วัฒนธรรมโลก” การติดเข็มกลัดจึงกลายเป็นแฟชั่นที่เสริมให้ลุคดูน่าสนใจยิ่งขึ้น แบรนด์ชั้นนำหลายแบรนด์เองก็มีเข็มกลัดเป็นแอ็กเซสเซอรี่ชิ้นเด่นอย่างเช่น Chanel ที่โดดเด่นด้วย CC Logo และดอกคามิลเลีย หรือแบรนด์จิวเวลรีสายตรงอย่าง Tiffany & Co. ก็ยังคงสืบสานการทำเครื่องประดับประเภทนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน สิ่งของบางอย่างอาจเปลี่ยนผ่านเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่สำหรับเข็มกลัดไม่เคยหลุดหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์นับตั้งแต่มันกำเนิดขึ้นในยุคสำริด ตอนนี้มันเพียงปรับรูปแบบเข้ากับยุคสมัยและยังคงสร้างความโดดเด่นให้กับผู้ติดประดับต่อไป

เข็มกลัดประดับเพชรรูปช้างในแคมเปญพิเศษของ Tiffany & Co. / ภาพ: Courtesy of Brand

     สุดท้ายเรารับรู้ตั้งแต่ประวัติมาจนถึงเรื่องการติดเข็มกลัดเพื่อแสดงเป้าประสงค์บางอย่าง ความสำคัญที่ขาดไม่ได้คือเข็มกลัดเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ระบุได้ค่อนข้างชัดเจนว่าสิ่งของชิ้นนั้นหรือสิ่งของกลุ่มเดียวกันมาจากยุคใด หรือพูดในภาษาทางการว่า “เข็มกลัดเป็นเครื่องมือในการใช้ระบุยุคสมัยทางประวัติศาสตร์” ความหรูหราทำให้เข็มกลัดโดดเด่นก็จริง แต่ที่สำคัญตัวเข็มกลัดเองต่างหากคือเครื่องหมายการจารึกเรื่องราวของตัวเองได้ดีที่สุด ต่อไปใครหาเครื่องประดับสักชิ้น เข็มกลัดเป็นอีกคำตอบที่ไม่ควรมองข้ามจริงๆ

 

ข้อมูล: Write Royalty, The Court Jeweller, Vogue Australia, Dresser Jewelry และ Wiki Commons