FASHION

เปลือยตัวตนไอดอลวง BNK48 และนักแสดงสาวอินดี้ พร้อมทำความรู้จักกับ กระสือกลางสยามสแควร์!

ไอดอลวง BNK48, นักแสดงหนังอินดี้ และผู้กำกับองค์บาก 3 ส่วนผสมแตกต่างที่ตุหรัดตุเหร่มาเจอกันในเรื่องราวของผีอันดับ 3 ในวัฒนธรรมไทย ในยุค ผีไทย โบกมือลาบ้านทุ่ง ไม่นุ่งโจง และกินของสดกลางสยามสแควร์

...

 

     “วัฒนธรรมผีบ้านเรามีผีหลายชนิดมาก ถ้าลองจัดอันดับผมว่าอันดับ 1 คือผีนางนาก อันดับ 2 คือผีปอบ ส่วนอันดับ 3 คงเป็นผีกระสือ” ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับที่ไม่ได้ทำแต่หนังบู๊อย่าง ต้มยำกุ้ง และ องค์บาก เล่าถึงหนังเรื่องใหม่ ซึ่งยังจับ “ศิลปะ” และ “วัฒนธรรมไทย” มาเล่าอยู่ดี

     “ผมรู้สึกว่ากระสือไม่น่าจะเป็นผี อาจเป็นเอเลี่ยนหรือสิ่งประหลาดจากต่างดาวก็เป็นไปได้” ปรัชญาเคยอัญเชิญผีสางในดวงใจมาสิงในหนัง กระสือ 2000 ต้อนรับมิลเลนเนียลมาแล้ว เวลานี้ปรัชญาอยากจับผีไทยปรัมปรามานั่งคุยกับเด็กเจนแซด และกระสือเดาะได้ชื่อใหม่ว่า SisterS “ผมตั้งคำถามว่าถ้าผีกระสือที่เรารู้จักมีอยู่จริง ในปัจจุบันชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร” เขา อาจอยู่ในรูปลักษณ์ของ “เด็กสมัยนี้” อย่างพลอยยุคล โรจนกตัญญู และนันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล หรือชื่อเล่น 2 พยางค์ตามวิถีเด็กไทยยุคใหม่ว่าโจโจ้และมิวนิค ซึ่งรายหลังมีนามสกุลในวงการบันเทิงว่า BNK48 ถามว่ารู้จักกระสือไหม ชาวไทยวัย 23 และ 16 ตอบว่ารู้ ถามว่ากระสือหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่แถวไหน พวกเธอดึงชุดภาพที่สั่งสมมาไม่รู้กี่รุ่นมาตอบว่า “ดูเป็นยายๆ นุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้า อยู่ต่างจังหวัด มีกองฟาง ทุ่งนา” แปลว่าในกรุงเทพฯไม่มีกระสือ พวกเธอตอบแน่ใจมากว่า “ไม่มี ถ้าอยู่ที่นี่แล้วจะกินอะไร หนูว่าต่างจังหวัดมีกระสือเพราะเลี้ยงวัว เลี้ยงสัตว์นั่นนี่ มีของสดให้กิน” นั่นซี สาวออฟฟิศเดินช็อปปิ้งเครื่องในสดแพ็กในกล่องอย่างดีที่วิลล่า…ภาพนั้นจะใช่กระสือไปได้อย่างไร “แต่หนังเรื่องนี้ไม่มีบ้านทุ่ง” โจโจ้เสิร์ฟ “เรื่องราวเกิดแถวสยาม” มิวนิคตบ บอกใบ้ว่ากระสือปี 2019 อาจเป็นคนคนนั้นที่เดินเข้าโรงหนังโรงเดียวกับคุณ หรือใช้บริการที่คลินิกศัลยกรรมที่เดียวกับคุณก็เป็นได้

     ทำไมอยากเป็นเซนเตอร์ “หนูไม่ได้อยากเป็น”แต่หนูก็ได้เป็นแล้ว “ใช่ แต่ครั้งนั้นทำให้หนูไม่อยากเป็นอีก  ถ้าได้โอกาสมาก็อยากทำให้ดี แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากทำ มันทั้งเหนื่อย กดดัน เครียด หน้าที่ตรงนี้เป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่สำหรับเพลงนี้ เราต้องทำมันให้ดี” ไม่คิดหรือว่าที่ได้มาเพราะเราคู่ควร “ไม่ค่ะ ตอนที่ได้เป็นเซนเตอร์ก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ได้มา”

มิวนิค - นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล

 

     มิวนิคมองหน้าโจโจ้แล้วยิ้มแปลก “น้องสาวหนูเหมือนพี่โจ้มาก ทั้งหน้าตา ทรงผม นิสัย” พี่สาวในเรื่องถามกลับว่า “พูดแบบนี้แปลว่าดีหรือไม่” พวกเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกันในหนังที่อุทิศชื่อเรื่องให้นักแสดงนำหญิงทั้งสองว่า SisterS “เพื่อนถามว่าเล่นหนังเหรอ เล่นเป็นอะไร หนูบอกว่าเป็นนางเอก…มั้ง เพื่อนถามว่าแล้วใครเล่นเป็นพระเอก หนูบอกว่าไม่รู้ หนังเรื่องนี้ไม่มีพระเอก” โจโจ้ส่งประโยคบอกเล่าเชิงคำถามไปถึงตัวแทนค่ายหนังที่ตอบว่ามี “ในหนังเน้นความรักของพี่น้องที่มีรักสามเส้าเข้ามาเกี่ยวระหว่างพี่น้อง” เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตไหม โจโจ้ถามกลับทันควัน  “แบบไหน เรารักเธอแต่เธอไม่รักเราน่ะมีอยู่แล้ว แต่เรารักเธอแล้วเธอไปรักน้องเรานี่คิดอยู่” หลังจากคิดเป็นจริงเป็นจัง โจโจ้ตอบเราอย่างสุภาพว่า “ไม่มี”

      เด็กหน้าเหวี่ยงคนนี้เคยเล่นเป็นตัวเองในหนังชีวิตวัยรุ่นกรุงเทพฯ #BKKY ที่ผู้กำกับให้เธอเล่าเรื่องของตัวเองแล้วเอาไปเขียนเป็นบทหนังตัดต่อเข้ากับฟุตเทจสัมภาษณ์วัยรุ่นอีก 100 คน ทั้งเรื่องเรียน ครอบครัว ชีวิต และชีวิตรัก หนังเก็บคำชมและรางวัลตามเทศกาลหนังใน 20 ประเทศ ครั้นเมื่อได้สั่งสมบารมีจากต่างแดน แน่นอนว่าประเทศไทยค่อยเชิญมาเข้าโรงฉายเมื่อปี 2017 “มันง่าย เล่นเป็นตัวเอง เรื่องชีวิตตัวเอง” โจโจ้บอกว่าติดใจงานแสดงหนัง “แต่เข้าฉากวันแรกไม่อ่านบทมานะคนนี้” มิวนิคล้วงไส้พี่สาวมาแฉกันสดๆ “อ่านตัวหนังสือเยอะๆ แล้วง่วง อ่านบทก่อนเข้าฉากเลย จำได้แน่นอน” เธอบอกว่าเพิ่งเรียนจบและยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะทำอะไรต่อ “โชคดีที่เล่นหนังก่อน ถ้าเป็น BNK ก่อนคงมาเล่นหนังไม่ได้ปะ” เราตบเก้าอี้ข้างๆ บอกให้โจโจ้มานั่งสัมภาษณ์มิวนิคด้วยกันเสียเลย “อาจจะ” มิวนิคตอบ “มีหลายคนที่ไม่เข้าใจว่ามันคือการแสดง ตั้งคำถามว่าทำไมถึงรับบทแบบนี้ ทำไมต้องเล่นฉากนี้ แต่ถ้าหนูยังติดกับคำพูดคนอื่น ชีวิตคงไปต่อไม่ได้ อีกอย่างเรื่องนี้หนูรับไว้ก่อนจะเข้า BNK มันเป็นโอกาสดีที่หนูไม่ควรปฏิเสธ”

     มิวนิคเป็นพิธีกรและนักแสดงที่ส่วนใหญ่รับบทวัยเด็กของนางเอก “มีช่วงหนึ่งที่หนูรู้สึกว่าเริ่มอิ่มตัวกับการแสดง” คนเข้าวงการตั้งแต่ 4 ขวบบอก “ได้บททั่วไป มีงานโฆษณาบ้าง สงสัยว่าชีวิตเราจะเดินต่อไปอย่างไร เลยอยากลองอะไรใหม่ๆ ก่อนสมัคร BNK หนูรู้ว่าทางนี้อาจไม่ใช่ทางของหนู  ถ้าสมัครแล้วไม่ได้คงไม่ลองด้านนี้อีก เราคงไม่เหมาะจริงๆ แต่ถ้าได้ก็จะได้รู้จักตัวเองว่าเราทำอะไรได้อีกบ้าง” เธอได้รู้ตัวเองว่าร้องเพลงไม่เพราะ ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเอง และไม่ชอบเล่นโซเชียล แต่ชอบเต้นและชอบทำอะไรก็ได้ที่ได้เจอคนเยอะๆ “หนูรักความเป็นส่วนตัวมาก แต่ทุกอย่างที่ต้องทำขัดแย้งกับตัวตน มีช่วงที่หนูไม่มีความสุขกับการอยู่ตรงนี้เลย ต้องเปลี่ยนตัวเองเยอะมาก เราอยู่ตรงนี้ควรจะสื่อสารกับแฟนคลับทุกวัน แต่หนูไม่ติดโทรศัพท์ ไม่ค่อยถ่ายสตอรี่ เวลาไปเที่ยวเจอวิวสวยๆ ก็ไม่ถ่ายรูป และไม่ชอบเลยเวลาไปกับพ่อแม่แล้วเขาเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายก่อนกินข้าว ตอนอยู่กับครอบครัวหนูจะยิ่งไม่แตะโทรศัพท์เลย พอได้อยู่ BNK แล้วรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวมีค่า” และได้ค้นพบอีกว่าชีวิตมีเป้าหมายและท้าทายสมใจอยาก “ใน BNK การแข่งขันสูงมาก เรามีกัน 51 คน แต่คนที่โดนเลือกไปออกงานมีแค่ 16 คน ครึ่งของครึ่งของครึ่งเรามีทั้งความโลภและความเสียใจ แน่นอนว่าหนูก็อยากเป็น 1 ใน 16 คนที่ได้ไปออกงาน แต่ก็อยากให้เพื่อนที่ซ้อมมาด้วยกันได้ไปกับเรา แต่มันก็ไม่ได้ แต่ระบบนี้ช่วยให้เรากระตุ้นตัวเองตลอดเวลา เราทำได้แล้วต้องทำให้ดีขึ้นอีก” แข่งขันกันทำตัวให้โดดเด่นเข้าตาเพื่อให้โดนเลือกเป็น 1 ใน 16 คน และใน 16 คนนั้นยังต้องแข่งขันกันให้โดนเลือกเป็นเซนเตอร์ในแต่ละเพลง

โจโจ้ - พลอยุคล โรจนกตัญญู

 

     ขาดอะไร “หนูว่าหนูขาดหลายอย่าง มีคนที่พร้อมกว่าและครบกว่าหนู เวลาเข้าคลาสรวมกันใน BNK มีทั้งคนเก่งและไม่เก่ง เวลาเจอคนเก่งหนูจะรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้ แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนูเลยคิดว่าใน BNK ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ ทุกคนมีจุดด้อย เราจะพยายามทำต่อไปเพื่อให้สักวันหนึ่งจะรู้สึกว่าตรงนี้ไม่เป็นจุดด้อยของเรา เพราะจุดแข็งของหนูก็มี หนูคิดว่าตัวเองแก้ไขสถานการณ์ได้โอเค ส่วนใหญ่เจอเรื่องเล็กๆ บนเวที ไมค์ดับเพลงไม่ติด เวทีเล็กเกินไป” เวลาเจอเรื่องพวกนี้ หนูทำอย่างไร “ยิ้มค่ะ บางทีก็พูดแก้ไขเบี่ยงเบนประเด็น”

     แล้วอยากกำจัดความรู้สึกผิดต่อเพื่อนบ้างไหม “เคยมีนะคะ แต่ทุกครั้งที่หนูคิดแบบนั้นและผ่านจุดนั้นมาได้ หนูรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อยู่ตรงนี้มาไม่กี่เดือน หนูรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเยอะมาก ช่วงแรกร้องไห้ทุกวัน เหนื่อย เครียด ชีวิตเราไม่เคยเจอเรื่องที่เลิกเรียนปุ๊บต้องดิ่งไปซ้อม เลิก 4 ทุ่ม กว่าจะได้นอนตี 1 ตื่นตี 5 ไปโรงเรียน ไม่มีวันหยุด วนไปอยู่อย่างนี้ จนหนูคุยกับแม่ว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ว่าขอออกจาก BNK แต่ขอออกจากเรียน หนูตกลงกับแม่ว่าจะออกมาสอบเทียบ” ตอนนี้มิวนิคอายุ 16 ปี สอบเทียบผ่านและเป็นนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

     คิดว่าชีวิตตัวเองเร่งวุ้นเร่งสีมากไปไหม “หนูก็เคยคิดเหมือนกันค่ะ แต่หนูไม่อยากปล่อยเวลา 1 ปีให้มันว่างไป ถ้าตามอายุเพื่อนๆ แล้วหนูเข้ามหาวิทยาลัยได้ปีหน้า แต่ด้วยอะไรๆ ในปีนี้ลงตัว หนูเลยลองสอบดูแล้วปรากฏว่าได้” ไม่อยากใช้ชีวิตเป็นเด็ก 16 ไปโรงเรียน เล่นกับเพื่อน เรียนเสร็จกลับบ้าน “ม่ายค่ะ หนูชอบทำงาน” 

     ที่บอกว่าเข้า BNK เพราะอยากรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร ตอนนี้รู้หรือยัง “(ทำท่าคิด) ยังไม่เจอค่ะว่าชอบอะไร”ทำมาตั้งหลายอย่าง ไม่มีที่คะแนนนำบ้างเลยหรือ “(คิดหนัก) หนูชอบเล่นหนัง มันยากดี” ตลอดเวลามิวนิคนั่งหันหลังให้เราเพื่อแต่งหน้า ก่อนหันไปเธอเป็นสาว 16 พอหันกลับมาอีกทีเป็นสาวเต็มตัวไปแล้ว ไม่ใช่ด้วยเครื่องสำอางบนหน้า แต่รู้สึกว่าเธอโตขึ้นในทันทีเมื่อเปิดปากพูด

      พี่น้อง 2 สาวผลัดกันลองรองเท้า คุยกันเรื่องสัพเพเหระ ไม่พูดถึงเรื่องงาน ไม่มีกังวลหรือแม้แต่จะฝันหวานถึงอนาคต พลันก็กลับกลายเป็นแค่เด็กสาววัยรุ่น แต่แน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเธอเป็นคนธรรมดา

      SisterS 4 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์...

คีย์เวิร์ด: #BNK48 #VogueCultureInterview