FASHION

เอเชียฟีเวอร์! เมื่อออสการ์เดินเกมตามกระแส #StopAsianHate ส่งให้คนเอเชียโชนแสงบนเวทีอีกครั้ง

หลังจากเมื่อปีที่แล้วคนเอเชียขึ้นรับรางวัลใหญ่ที่สุดไปหมาดๆ ล่าสุดออสการ์ปีนี้ก็ฉายสปอตไลต์ให้คนเอเชียได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในโลกฮอลลีวู้ด! #Oscars

     นับเป็นอีกหนึ่งเวทีประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ที่ตัดสินใจฝ่าสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังเข้มข้นในเวลานี้ จัดงานปกติเต็มรูปแบบ สำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 93 ที่นอกจากจะถูกบันทึกไว้แล้วว่าเป็นงานที่จัดขึ้นได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด ในปีนี้งานประกาศรางวัลออสการ์ยังได้สร้างหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายอย่างให้เกิดขึ้นในวงการฮอลลีวู้ด หนึ่งในนั้นคือ “กระแสนิยมในคนเอเชีย” ที่ถูกฉายสปอตไลต์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในงานปีนี้ เริ่มตั้งแต่การรัวแสงแฟลชบนพรมแดงของสื่อหัวใหญ่ระดับโลกนับไม่ถ้วน ที่หันมาจับตามอง และให้ความสนใจเหล่าศิลปิน และนักแสดงสายเลือดเอเชียมากขึ้น นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราได้เห็นภาพของดาราเอเชียชื่อดังถูกกระจายอยู่บนโลกโซเชียลมีเดียอย่างคับคั่งตลอดช่วงเวลาการจัดงาน

     ไม่เพียงแค่ช่วงเวลาพรมแดงเท่านั้น ที่สปอตไลต์ออสการ์ได้ส่องกระทบคนเอเชีย หากบนเวทีประกาศรางวัลในปีนี้ ยังมีหญิงชาวเอเชียถึง 2 คนที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้กับโลกฮอลลีวู้ด คนแรกคือ Chloé Zhao ผู้กำกับหญิงชาวเอเชียคนแรก ที่มีโอกาสได้ขึ้นรับรางวัลในสาขา “ผู้กำกับยอดเยี่ยม” ตามที่นักวิจารณ์ภาพยนตร์ทั่วโลกได้คาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้ ต่อจาก บองจุนโฮ ซึ่งเป็นผู้กำกับชาวเอเชียที่ได้รับรางวัลในสาขาเดียวกันนี้จากภาพยนตร์เรื่อง Parasite ไปเมื่อปีที่แล้ว อีกทั้งโคลเอ้ยังสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีออสการ์ด้วยการเป็นผู้กำกับหญิงคนที่ 2 ต่อจาก Kathryn Bigelow ที่สามารถคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นโมเมนต์สำคัญของชาวเอเชียในปีนี้ก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแค่ที่ออสการ์เท่านั้น ก่อนหน้านี้เธอยังเดินสายรับรางวัลมาแล้วเกือบทุกเวทีในปีนี้

     หญิงเอเชียคนที่ 2 ที่ได้ซีนใหญ่ไปเต็มๆ ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งนี้ก็คงต้องยกให้กับ นักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้วัย 73 ปี Yuh-Jung Youn ที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Minari ได้สำเร็จตามคาด โดยการได้รับรางวัลครั้งนี้ของเธอ ยังนับเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฮอลลีวู้ดครั้งใหม่ เพราะเธอได้กลายเป็นนักแสดงหญิงเกาหลีใต้คนแรกที่ชนะรางวัลออสการ์ด้านสาขาการแสดง ที่สามารถเฉือนเอาชนะตัวแม่อย่าง Glenn Close, Amanda Seyfried, Maria Bakalova และ Olivia Colman ไปได้ อีกทั้งยังเป็นนักแสดงหญิงเชื้อสายเอเชียคนที่สองที่ชนะในสาขารางวัลดังกล่าว ต่อจาก Miyoshi Umeki ในปี 1957 อีกด้วย

     จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็พอจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมคร่าวๆ แล้วว่า กลยุทธ์การวางเกมเดินหมากของงานออสการ์ปีนี้ เล่นล้อไปตามสถานการณ์ที่กำลังถูกถกเถียงอย่างกว้างขวางทั่วโลกนั่นคือ ประเด็นของ #StopAsianHate ที่เวทีออสการ์ต้องการแสดงจุดยืนเคียงข้างชาวเอเชีย ผ่านการโอบรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่มีมากขึ้นกว่าปีไหนๆ (และส่วนหนึ่งก็หวังกระชากเรตติ้งตามกระแสนิยม) อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้ชาวเอเชียได้เข้าไปยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์ อย่างทัดเทียม ไม่เคอะเขิน และภาคภูมิใจ ไม่ต่างจากนักแสดงโลกตะวันตก เพื่อเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญให้กับโลกใบนี้อย่างชัดเจนว่า ฮอลลีวู้ดไม่ได้หมายถึงแค่โลกตะวันตกอีกต่อไปแล้ว ซึ่งก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เพราะสิ่งนี้ไม่เพียงจะสร้างแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าเท่านั้น หากยังเป็นกำไรของผู้ชมที่ติดตามเวทีดังกล่าวให้ได้เห็นถึงความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเวทีระดับตำนานอย่างออสการ์เริ่มแหวกม่านโรงละครต้อนรับชาวเอเชียแล้ว มีหรือที่ว่าอีกหลายเวทีต่อจากนี้จะไม่ทำตาม ซึ่งนั่นเองที่ผู้เขียนมองว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่ดี และต้องจับตามองต่อไปอย่างใกล้ชิดเสียด้วย...

คีย์เวิร์ด: #Oscars #Oscar93th