FASHION

Alexander McQueen เผยแนวทางใหม่ให้ลูกค้าคืนไอเท็มเก่าแลกเป็นเครดิตซื้อของเพื่อความยั่งยืน

เมื่อแนวทางความยั่งยืนไม่ใช่แค่การทำเสื้อผ้าด้วยวัสดุสุดยั่งยืนเท่านั้น แต่หมายถึงการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีระบบ

     ยิ่งเวลาผ่านไปผู้คนก็ยิ่งให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นในทุกๆ ด้าน แฟชั่นก็เป็นศาสตร์อีกแขนงที่งัดเอาความรู้เชิงเทคนิคไปจนถึงรูปแบบการทำตลาดมาปรับใช้เพื่อตอบสนองแนวทางความยั่งยืนในอนาคต Alexander McQueen ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ชื่อดังที่ก้าวกระโดดเข้ามาในเส้นทางสายนี้อย่างจริงจัง และไม่ใช่แค่เข้าร่วมแต่แบรนด์ยังใช้วิธีการที่ยากจะเห็นได้แบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรี่ ความแปลกใหม่นั้นสามารถสร้างปรากฏกการณ์ให้เกิดขึ้นในโลกแฟชั่นได้อีกครั้งอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับประเด็นฮอตในขณะนี้

Shalom Harlow ในโชว์คอลเล็กชั่นสาดสีแห่งความทรงจำ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 1999 / ภาพ: Courtesy of Alexander McQueen

     แบรนด์ดังจากอังกฤษจับมือกับ Vestiaire Collective แพลตฟอร์มขายของวินเทจและของมือ 2 ชื่อดังระดับโลกเพื่อเปิดโปรเจกต์ใหม่ “Alexander McQueen x Vestiaire” โปรเจกต์ที่สามารถนำของเก่ากลับมาหมุนเวียนอย่างมีคุณค่าและสามารถตอบสนองความต้องการของแบรนด์ได้เช่นกัน ของวินเทจหรือของมือ 2 ไม่ใช่ศัตรูของเหล่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดอีกต่อไป แต่คือการสร้างภาพลักษณ์รวมถึงคาแรกเตอร์เด่นให้คนจดจำเสื้อผ้าเราได้หลายคอลเล็กชั่นที่อยู่ยั้งยืนยงสามารถเก็บเป็นไอคอนิกพีซได้สบายๆ

Alexander McQueen คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 1996 ที่มีนักสะสมต้องการชุดเหล่านี้ไม่น้อยเลยทีเดียว / ภาพ: REX

     การจับมือกันครั้งนี้มีคอนเซปต์ง่ายๆ คือ “แลกคืนรับเครดิต” แบรนด์จะติดต่อลูกค้าคนสำคัญและเสนอเครดิตซื้อสินค้าในร้านให้แลกกับการคืนเสื้อผ้า แอ็กเซสเซอรี่ รวมไปถึงรองเท้าจากคอลเล็กชั่นก่อนหน้า ถ้าลูกค้าตัดสินใจเริ่มกระบวนการเมื่อของส่งถึงร้านเมื่อใดจะมีการตรวจสอบทันทีเพื่อรับประกันสภาพรวมถึงการันตีว่าของแท้แน่นอน ซึ่งหลังจากนั้นไอเท็มที่ถูกคืนมาและได้รับการรับรองแบรนด์จะปล่อยขายบนแพลตฟอร์มคลังของมือ 2 ระดับโลกแห่งนี้

กระโปรงลายตารางจากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2006 ที่แบรนด์รับรองให้ขายผ่าน Vestiaire Collection เป็นครั้งแรก / ภาพ: Robert Fairer, Teen Vogue, September 2006

                การร่วมมือกันครั้งนี้กำลังพาโลกแฟชั่นเข้าสู่ยุคแห่งการหมุนเวียนมากไปกว่านั้นยังกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจด้านแฟชั่นอีกด้วย ความเรียบง่ายที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือจุดง่ายๆ ที่ Emmanuel Gintzburger ไม่ปล่อยผ่าน เขาดีใจที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ และการรับรองไอเท็มเก่าของแบรนด์เหมือนเป็นการสร้างเรื่องราวเบื้องหลังให้กับแบรนด์ผ่านไอเท็มชิ้นนั้นๆ อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอเล็กซานเดอร์ แม็กควีนใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมาพักใหญ่แล้ว เห็นได้จากการสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นในสหราชอาณาจักร การรังสรรค์ผลงานจากวัสดุเก่า เรื่อยไปจนถึงการบริจาคของเหลือใช้ให้กับนักเรียนแฟชั่นรวมถึงดีไซเนอร์หน้าใหม่ในประเทศ

ชุดทักซิโด้จาก Alexander McQueen คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2011 ที่ผ่านการรับรองเป็นชิ้นทืี่ 2 / ภาพ: Monica Feudi / GoRunway.com

     ไอเท็ม 2 ชิ้นแรกที่ปล่อยในโปรเจกต์นี้คือชุดไอคอนิกพีซที่ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งออกแบบร่วมกับ Sarah Burton ดีไซเนอร์คนปัจจุบัน มาจากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2006 และชุดทักซิโด้แขนกุดจากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2011 ถือเป็นไอเท็มระดับตำนานที่หลายคนอยากหามาครอบครอง วันนี้แบรนด์ยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนช็อปปิ้งของเก่าของแบรนด์พร้อมทั้งการันตีว่าแท้แน่นอน พร้อมให้นักสะสมหรือคนสายแฟชั่นเก็บสะสมอย่างสบายใจ ครั้งนี้ถือเป็นการก้าวไปข้างหน้าของโลกแฟชั่นอีกครั้งที่ก้าวไปโดยหันมาให้คุณค่ากับสิ่งเก่าๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ต้องหวือหวาและสรรสร้างมันด้วยกรอบจำกัดเสมอไป เพียงแต่อยากให้ลองกลับมาใช้เพิ่มคุณค่าให้กับของเดิมมากยิ่งขึ้น เท่านี้แฟชั่นไอเท็มยุคดิจิทัลที่รวดเร็วปานสายฟ้าจะไม่ถูกทิ้งลืมอย่างสูญเปล่าอีกต่อไป

คีย์เวิร์ด: #AlexanderMcQueen