FASHION

จะเป็นอย่างไรเมื่อ Albert Elbaz ดึงเอาห้วงเวลาแห่งความสุขมาสร้างสรรค์ผลงานกับ Tod's

Albert Elbaz จับมือกับ Tod's สร้างสรรค์โปรเจกต์แห่งความสุขในชื่อ "Happy Moments"

     โปรเจกต์การคอแลบอเรชั่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโลกของแฟชั่น แบรนด์สตรีตใช้กลยุทธ์การร่วมมือกันสร้างสรรค์ไอเท็มชิ้นพิเศษจนเป็นที่ต้องการ กระแสนี้เริ่มเข้ามาแวดวงแฟชั่นระดับไฮเอนด์ Tod’s แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำจากอิตาลีเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หันมาให้ความสนใจกับการคอแลบฯ จนเกิดเป็นโปรเจกต์ Tod’s Happy Moments ซึ่งเป็นการร่วมมือกับดีไซเนอร์มากฝีมืออย่าง Alber Elbaz เราจึงพาแฟนๆ โว้กสัมผัสว่าช่วงเวลาแห่งความสุขในแบบฉบับของทั้งคู่ว่าเป็นอย่างไรผ่านบทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับอัลแบร์

Q: การคอแลบอเรชั่นกับทอดส์เกิดขึ้นได้อย่างไร

Albert: ผมถูกแนะนำให้รู้จักกับดิเอโก เดลลา วัลเล เมื่อไม่กี่ปีก่อนโดยเพื่อนรักซึ่งก็คือฟรังก้า ซอสซานี่ ผู้ซึ่งผมรักและเคารพและแอนนา วินทัวร์ ผู้ที่ผมรักและเคารพเช่นกัน พวกเขาคิดว่าเราควรได้มาเจอกันและสุดท้ายเราก็ได้เจอ เราได้ติดต่อกันมาตลอดช่วงเวลาหลายปีและทานมื้อค่ำด้วยกันอีกหลายมื้อในปารีส เพราะเราต่างก็ชอบอาหารและแฟชั่นเหมือนๆ กัน แล้วมื้อค่ำคืนหนึ่งดิเอโกก็ชวนผมมาทำงานด้วยกันในแคปซูลคอลเล็กชั่นของทอดส์และผมก็ตอบตกลง

 

Q: สิ่งที่โน้มน้าวให้คุณตัดสินใจตอบตกลง

A: เหตุผลเพราะดิเอโกเลย เขารู้ดีว่าเขาต้องการอะไร วันหนึ่ง ดิเอโกได้ชวนผมไปโรงงานสุดโมเดิร์นของเขาในเลอ มาร์เช่ ซึ่งน่าประทับใจมากจริงๆ เขาโชว์รอบๆ ให้ผมเห็นว่าพวกเขากำลังทำงานอะไรกันอยู่ และเพื่อให้ได้พบกับเหล่าคนทำงานที่สร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ ผมได้เจอกับครอบครัวของทอดส์  ผมรู้สึกปลื้มใจมากและชื่นชมในวิสัยทัศน์ของกรรมผู้จัดการใหญ่รายนี้ ตั้งแต่นั้นผมก็รู้เลยว่าผมอยากจะร่วมทำโปรเจกต์พิเศษกับเขา

Q: ทำไมถึงต้องเป็น “Happy Moments” และหมายถึงอะไร

A: เราต่างก็ต้องการความสุข และวันนี้ก็ต้องการมากกว่าที่ผ่านมา แต่เราสามารถมีความสุขตลอดเวลาได้หรือไม่...ผมเกรงว่าความสุขมันจะไม่ได้มาในรูปแบบใหญ่โตเสมอไป แต่บางครั้งมันก็มาเป็นเรื่องเล็กๆ เมื่อช่วงเวลาแห่งความสุขมาถึง ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเท่าไหร่ เราต่างต้องโอบกอด ดูแล และจดจำมันไว้ นั่นแหละคือช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับผม

 

Q: ได้สร้างสรรค์ผลงานตามแรงบันดาลใจที่ได้มาอย่างไรบ้าง

A: สัญชาตญาณแรกของผม ง่ายๆ เลยคือการทำให้คนมีความสุขในช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา ผมอยากจะเก็บช่วงเวลาแห่งความสุขบางช่วงอย่างเช่นความสุขที่ได้มีความรัก การเป็นครอบครัวใหญ่ เป็นต้น จุดเริ่มต้นของผมคือหาวิธีที่จะเปลี่ยนแต่ยังคงจิตวิญญาณของรองเท้า Driving shoes อันเป็นเอกลักษณ์ของทอดส์ ผมเป็นนักออกแบบไม่ใช่เซเลบริตี้ในอินสตาแกรม ดังนั้นผมจึงจัดการโปรเจกต์ในฐานะของนักออกแบบ โดยการตีความดีเอ็นเอของทอดส์เสียใหม่ในแบบฉบับตัวผมเอง รถยนต์ไร้คนขับจะเป็นอนาคตและผมอยากที่จะสร้างสรรค์รองเท้าใหม่ๆ สำหรับการ “ขับขี่” ของทุกคน

Q: โรงงานของทอดส์มีความสำคัญกับเรื่องนี้ขนาดไหนและคุณค้นพบอะไรที่นั่นบ้าง

A: ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นที่โรงงานคือความมหัศจรรย์ ถ้าหากไร้ความสามารถและความทุ่มเทจากช่างฝีมือเหล่านี้ แคปซูลคอลเล็กชั่นก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลย สุดท้ายแล้วเรื่องราวมันก็เกี่ยวกับผู้คนเสมอ ความเรียบง่ายที่สะท้อนถึงผู้คนเต็มใจจะทุ่มเทและทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผมเจอสิ่งเหล่านี้ ณ โรงงานของทอดส์

 

Q: สิ่งใดที่ทำให้ทอดส์ (Tod’s) เป็นอิตาเลียนอย่างสมบูรณ์แบบ

A: ชาวอิตาเลียนไม่ยอมแพ้กับความท้าทายใหม่ ดิเอโกเป็นคนที่เปิดรับกับทุกสิ่งอย่างเต็มที่ และช่างฝีมือของทอดส์ ที่โรงงานก็เช่นกัน พวกเขามักจะพูดเสมอว่า “Come No? - ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ถึงแม้บางไอเดียมันอาจจะบ้าไปสักหน่อยก็ตาม ตอนที่ผมเสนอให้ทำนีโอพรีนสำหรับลองเท้าโลเฟอร์ พวกเขาก็เปิดใจกับมันถึงแม้ว่าเหล่าช่างฝีมือและแบรนด์จะไม่เคยใช้สิ่งนี้สำหรับรองเท้ามาก่อน ในฐานะนักออกแบบประโยค “Come No?” เหมือนเป็นเสียงสวรรค์ที่สะท้อนให้ได้ยินว่าการจะก้าวไปข้างหน้าต้องทดลองอะไรใหม่ๆ เสมอ

Q: สังเกตได้ว่าไม่มีสนีกเกอร์อยู่ในคอลเลคชั่นนี้เลย คุณตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือเปล่า

A: ตลาดแฟชั่นในตอนนี้เต็มไปด้วยบรรดาสนีกเกอร์และผมคิดว่าการที่ผมจะเพิ่มเข้าไปสักหนึ่งคู่ในคอลเล็กชั่นนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องสำคัญสักเท่าไหร่ สำหรับผมสิ่งสำคัญคือการสร้างสรรค์ในส่วนของการดีไซน์แบบแอร์โรไดนามิกและเพิ่มคุณสมบัติในด้านความคล่องแคล่วผสมผสานไปกับดีเอ็นเอของทอดส์  หรือเรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์รองเท้าสไตล์ไฮบริดที่สะดวกสบายขณะสวมใส่

 

Q: ทำไมถึงคอลเล็กชั่นนี้ถึงมีโลโก้เต็มไปหมด

A: โลโก้จะทำให้รู้สึกมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความสับสนที่มีสินค้าใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายทั้งเรื่องดีไซน์และระดับราคาสินค้า โลโก้ควรจะเป็นสิ่งที่นำเสนอดีไซน์และความชำนาญในงานฝีมือได้ดีที่สุด ผมได้เพิ่มความคิดแปลกๆ ของผมไปที่โลโก้อันเป็นที่จดจำของทอดส์ด้วย

Q: ช่วงแห่งความสุขที่อยากได้จากคอลเล็กชั่นนี้คืออะไร

A: หลายชั่วโมงของการทำงานกับดิเอโกและครอบครัวของทอดส์ไมได้สร้างแค่รองเท้าดีๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างเรื่องราวที่สวยงามเกี่ยวกับผู้คน มันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับตัวสินค้าเท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนจิตใจผู้คน เรื่องราวที่ทำให้หลายคนมีความสุข

 

Q: คุณจะสรุปประสบการณ์นี้ว่าอย่างไร

A: มีความสุขและสนุกที่สุด! มันเป็นการฝึกบทสนทนาที่มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างดีไซน์ งานฝีมือชั้นเลิศ การค้า และความคิดว่าจะสร้างสะพานที่แข็งแกร่งในการเชื่อมอดีตเข้ากับอนาคตได้อย่างไร 

     นี่ถือเป็นโปรเจกต์คอแลบอเรชั่นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าสนใจของโลกแฟชั่น แบรนด์รองเท้าจากอิตาลีผนวกเข้ากับความสร้างสรรค์จากมันสมองของดีไซเนอร์อย่างอัลแบร์ เอลบาซ ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวถึงมันออกมาในรูปแบบของไอเท็มชิ้นพิเศษจากแบรนด์ ฉะนั้นสาวๆ ที่ได้สวมใส่จากคอลเล็กชั่นนี้คงเปรียบเสมือนกำลังเสพย์ความสุขอย่างไม่ต้องสงสัย

คีย์เวิร์ด: #tod's
more