FASHION

ทศวรรษแห่งความบันเทิง! ย้อนสำรวจวงการบันเทิงโลก ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แวดวงบันเทิงเกิดอะไรขึ้นบ้าง GossipGun กูรูตัวจริงในวงการเปิดแฟ้มทบทวนความเป็นไปและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์

 

Marvellous Marvel

 

 

     ตำแหน่งแชมป์หนังทำเงินตลอดทศวรรษที่ผ่านมาต้องยกให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel หนังในจักรวาลนี้ทั้ง 23 เรื่องสามารถกวาดรายได้จากทั่วโลกรวมกันสูงถึง 22,585 ล้านเหรียญสหรัฐ (ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญสหรัฐ!) โดยมีถึง 5 เรื่องที่ขึ้นแท่นหนังทำเงินสูงสุดประจำปีนั้น ได้แก่ The Avengers ในปี 2012, Iron Man 3 ในปี 2013, Guardians of the Galaxy ในปี 2014, Black Panther ในปี 2018 และ Avengers: Endgame ในปีนี้

     ความสำเร็จของจักรวาลมาร์เวลเกิดจากการวางแผนอย่างแม่นยำของ Kevin Feige ประธาน Marvel Studio ที่วางหมากแนะนำตัวละครเริ่มจากหนังเดี่ยวของ Iron Man ภาคแรกจนกระทั่งรวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ใน The Avengers แล้วค่อยๆ สร้างจักรวาลขยายเส้นเรื่องให้ใหญ่โตและซับซ้อนมากขึ้น นำไปสู่บทสรุปใน Avengers: Endgame ผ่านเรื่องราวการตามหา Infinity Stone เพื่อครอบครองจักรวาลของตัวละครชื่อทานอส โดยนักวิเคราะห์ต่างมองว่าในทศวรรษต่อไปจักรวาลมาร์เวลจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ถึงแม้ว่าตัวละครสำคัญอย่าง Iron Man และ Captain America จะวางมือไปแล้วก็ตาม แต่แผนการในอนาคตรวมถึงการขยายเรื่องราวต่อยอดในรูปแบบซีรี่ส์เพื่อปล่อยฉายใน Disney+ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของดิสนีย์จะยิ่งสร้างความเหนียวแน่นในกลุ่มผู้ชมมากขึ้น

 

Netflix Breaks the Internet

     ทศวรรษที่ผ่านมาพฤติกรรมการดูหนังของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก เมื่อค่าตั๋วแพงขึ้นและคอหนังมีทางเลือกชมภาพยนตร์ในรูปแบบสตรีมมิ่งที่สะดวกสบายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบันซึ่งสามารถดูหนังได้ทุกที่ ทุกเวลา และเลือกชมได้ไม่จำกัดเรื่อง ทำให้ Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายแรกๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก และเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปี

     นอกจากภาพยนตร์จากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ที่มีให้เลือกดูไม่จำกัดแล้ว จุดเด่นของค่ายนี้คือคอนเทนต์ออริจินัลที่ผลิตเอง ไม่สามารถหาชมได้ที่ไหน อย่างซีรี่ส์ยอดนิยม Stranger Things, The Crown และ House of Cards รวมถึงภาพยนตร์ดัง Bird Box, Murder Mystery และ Bright ทำให้คอหนังทั่วโลกจำเป็นต้องสมัครสมาชิกเพื่อให้เข้าถึงภาพยนตร์และซีรี่ส์เรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ Netflix ยังเริ่มมีบทบาทสำคัญบนเวทีประกาศรางวัลด้วย ปีที่แล้ว Alfonso Cuaron ได้ออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Roma ส่วนปีนี้มี The Irishman ภาพยนตร์มาเฟียทุนสร้าง 175 ล้านเหรียญสหรัฐของผู้กำกับชั้นครู Martin Scorsese เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งผู้ชมทั่วโลกสามารถดูได้เฉพาะช่องทางพิเศษเท่านั้น

 

Women Empowerment

     ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงในฮอลลีวู้ดเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งการเรียกร้องเรื่องโอกาสและรายได้ที่เท่าเทียมเพศชาย สิทธิสตรีในวงการภาพยนตร์ รวมถึงภาพยนตร์สำหรับผู้หญิง และภาพยนตร์ที่มีผู้หญิงเป็นตัวเดินเรื่องนั้นก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตารางหนังทำเงิน อาทิ Wonder Woman หนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงเดี่ยวเรื่องแรก ซึ่งสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ The Hunger Games ที่ทำเงินทั้ง 4 ภาครวมกันเฉียด 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

     หนังโรแมนติกที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงก็สามารถทำเงินแซงหน้าหนังฟอร์มยักษ์ได้ ยกตัวอย่าง The Fault in Our Stars, Crazy Rich Asians และ Fifty Shades of Grey ทั้ง 3 ภาค รวมไปถึงหนังที่แสดงถึงบทบาทพลังหญิงอย่าง The Help และ Hidden Figures ที่ได้รับความนิยมอย่างคาดไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีการรีเมกหนังดังในฉบับตัวละครหญิงล้วนอีกหลายเรื่อง เช่น Ghostbusters และ Ocean's 8 ซึ่งก็สามารถกวาดรายได้ไปอย่างน่าพอใจ

 

Tales as Old as Time

     นับจากความสำเร็จของ Alice in Wonderland ฉบับรีเมกที่ได้ Tim Burton มากุมบังเหียนและกวาดรายได้ทั่วโลกทะลุหลักพันล้าน ทำให้ 10 ปีที่ผ่านมาดิสนีย์ทยอยหยิบการ์ตูนคลาสสิกในสังกัดมาสร้างใหม่ในรูปแบบ Live-Action (คนแสดง) มีทั้งเวอร์ชั่นที่ซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับอย่าง Cinderella, Beauty and the Beast, The Jungle Book และในแบบที่เปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องอย่าง Maleficent ซึ่งนำ Sleeping Beauty มาถ่ายทอดใหม่ในมุมของตัวร้าย ความสำเร็จของภาพยนตร์กลุ่มนี้การันตีได้จากจำนวนที่ออกฉายในปีนี้ที่มีถึง 5 เรื่อง ได้แก่ Dumbo, Aladdin, The Lion King, Maleficent: Mistress of Evil และ Lady and the Tramp โดยเรื่องหลังสุดปล่อยฉายใน Disney+ บริการสตรีมมิ่งของดิสนีย์เอง

 

Space Reincarnation

     ใครจะไปคิดว่าแฟรนไชส์ที่เก่าแก่อายุ 40 ปีจะกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงสุดอีกครั้งในทศวรรษนี้ หลังดิสนีย์ประกาศสร้างไตรภาคใหม่ของ Star Wars เป็นเอพิโซด 7-9 เล่าเรื่องราวต่อจากภาค Return of the Jedi โดยดึง 3 นักแสดงระดับตำนานจากหนังต้นฉบับคือ Harrison Ford, Mark Hamill และ Carrie Fisher กลับมารับบทฮาน โซโล, ลุค สกายวอล์กเกอร์ และเจ้าหญิงเลอาอีกครั้งใน The Force Awakens, The Last Jedi และ The Rise of Skywalkers ภาคสุดท้ายที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดสร้างภาคแยกอย่าง Rogue One และ Solo: A Star Wars Story ซึ่งเรื่องหลังสุดเล่าถึงต้นกำเนิดของตัวละครฮาน โซโล และแม้ว่าเส้นเรื่องหลักของสงครามอวกาศกำลังจะถึงคราวอวสาน แต่ดูเหมือนเรื่องราวอื่นๆในจักรวาลนี้ยังรอให้สตูดิโอเลือกหยิบบางช่วงบางตอนมาถ่ายทอดอีกเพียบ

 

In Nolan We Trust

     หลังความสำเร็จอย่างสูงของ The Dark Knight ก็ส่งให้ Christopher Nolan ขึ้นแท่นผู้กำกับวิสัยทัศน์กว้างไกลแห่งยุค โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมาผลงานทั้ง 4 เรื่องล้วนประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ แถมยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้หนังแนวนั้นๆ ไล่ตั้งแต่ Inception ปี 2010 ที่เปิดมิติใหม่ของหนังฟอร์มยักษ์ที่สามารถเล่าเรื่องซับซ้อนให้น่าติดตามได้ The Dark Knight Rises ปี 2012 กับการปิดไตรภาคอัศวินรัตติกาลได้อย่างงดงาม Interstellar ปี 2014 ในฐานะหนังอวกาศที่วางโครงเรื่องได้ล้ำสมัย ปิดท้ายด้วย Dunkirk ในปี 2017 หนังสงครามที่สมจริงและเล่าเรื่องไม่เหมือนใคร ผลงานลำดับถัดไปของผู้กำกับรายนี้คือ Tenet ในปีหน้า คอหนังเตรียมตัวตื่นเต้นและลุ้นกันว่าเรื่องนี้จะพาฮอลลีวู้ดทศวรรษใหม่ก้าวไปสู่จุดไหน

 

The Spooky Universe

     จักรวาลหนัง The Conjuring คือปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในแวดวงหนังสยองขวัญ สามารถขยายเรื่องราวกลายเป็นหนังผีที่มีตัวละครเชื่อมโยงกันได้ถึง 7 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่องหลัก The Conjuring เล่าถึงสามีภรรยานักปราบวิญญาณตระกูล Warren ซึ่งสร้างออกมาแล้ว 2 ภาค และกำลังจะมีภาคใหม่เข้าฉายในปีหน้า ต่อยอดมาเป็นหนังตุ๊กตาผี Annabelle ที่ฉายไปแล้วถึง 3 ตอน นอกจากนี้ยังมีหนังผีแม่ชี The Nun และหนังผีหญิงร่ำไห้ The Curse of Weeping Woman ทั้ง 7 เรื่องใช้ทุนสร้างรวมกันเพียง 139 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่กลับกวาดรายได้จากทั่วโลกมากถึง 1.9 พันล้าน กลายเป็นจักรวาลหนังสยองขวัญที่ทำเงินมากที่สุดตลอดกาล

 

And the Oscar Goes to…

     ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของวงการภาพยนตร์เมื่อทศวรรษที่ผ่านมาคือการที่นักแสดงยอดฝีมือ Leonardo DiCaprio สามารถคว้ารางวัลออสการ์มาครองได้สำเร็จเสียทีจาก The Revenant ในปี 2016 หลังชวดมาแล้ว 4 ครั้ง คำกล่าวขอบคุณบนเวทีของพระเอกคนดังก็สร้างความประทับใจให้ผู้ชมทั่วโลก โดยเรียกร้องให้ทุกคนให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของตัวเอง แต่เขาก็ยังสละเวลาบนเวทีทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

     แล้วใครเล่าจะลืมช่วงเวลาบีบคั้นอารมณ์บนเวทีประกาศรางวัลครั้งที่ 89 ปี 2017 ได้ลง เมื่อชื่อภาพยนตร์เพลง La La Land ได้รับการประกาศให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี...เพียงเพื่อจะส่งต่อตุ๊กตาทองให้ผู้ชนะที่แท้จริงคือทีมผู้สร้าง Moonlight ในอีกไม่กี่อึดใจถัดมา งานนี้ชาวเน็ตยำเละด้วยการนำไปผูกโยงกับการประกาศผลบนเวทีนางงามจักรวาลซึ่งเกิดความผิดพลาดทำนองเดียวกันเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า

คีย์เวิร์ด: #ADecadeInReview #VogueDecemberIssue2019