FASHION

ทำไมเด็กหนุ่ม 9 คนนี้ถึงมีฝีมือการแสดงน่าทึ่งเทียบรุ่นใหญ่

โว้กคุยกับ 9x9 แบบเจาะลึกถึงเบื้องหลังการแสดงของแต่ละคน

กว่า 1 ปีที่เราได้ยินชื่อ 9x9 (ไนน์ บาย นาย) เรารับรู้แค่เพียงเล็กน้อยว่านี่คือการรวมตัวกัน ของเด็กรุ่นใหม่ 9 คน ทั้งที่คุ้นหน้าและหน้าใหม่ที่หลายคนยังไม่เคยรู้จัก วันนี้พวกเขาทั้ง 9 พร้อมแล้วกับการเปิดตัว เปิดเผย และเปิดใจ ว่าทำไมเราต้องรู้จักและหลงรักพวกเขาทุกคน

There will be blood (and tears)

“ผมบอกได้เลยว่ามาตรงนี้ไม่ได้มาเล่นๆ” ต่อ เจเจ เจมส์ 3 หนุ่มที่ในวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีคำต่อท้ายใดๆ เราก็รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดีเอ่ยปากพร้อมกันทันทีที่เราถามว่าที่ตัดสินใจมาทำงานร่วมกับน้องๆ หน้าใหม่อีก 6 ชีวิตที่เหลือ เป็นแค่การมาเล่นสนุก หรือเปล่า เพราะทั้ง 3 คนต้องหยุดรับหรือแทบจะไม่ค่อยได้รับงานใดๆ เป็นเรื่องเป็นราวมากว่า 1 ปี เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ใหญ่ที่ทุกคนต้องมีชื่อต่อท้ายว่า 9x9 นี้ “ผมมองว่าถึงเราจะเป็นที่รู้จักแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดพัฒนาตัวเอง ยิ่งพอได้รู้ว่าโปรเจกต์นี้คือการมาพัฒนาทั้งในเรื่องของการแสดง การร้องเพลง และการเต้น เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายขึ้น และทำให้เรามีประสบการณ์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผมก็ยิ่งอยากเข้ามาลองแคสต์เพื่อให้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง” ใช่แล้ว แม้กระทั่งเจ้าของคำบอกเล่าอย่างเจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ก็ยังต้องผ่านการออดิชั่นจากทีมงานของ 4NOLOGUE เจ้าของโปรเจกต์ เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง 1 ใน 9 คนที่ต้องมาฝึกซ้อม เรียนรู้เพิ่มเติม เตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อการเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากลตามความตั้งใจของโปรเจกต์นี้

“ตัวผมเองอยากเป็นศิลปินในแนวทางนี้อยู่แล้วด้วย ผมมองว่าประสบการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับการมาทำงานศิลปะเพื่อสร้างความเป็นศิลปิน อย่างไรผมคงไม่มีทางปล่อยให้มันผ่านไป” จมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ เจ้าของผลงานอันหลากหลายก่อนหน้านี้ให้เหตุผลบ้าง “ที่ผมยอมหยุดนาฬิกาชีวิต หยุดไทม์ไลน์ที่เคยวางมาก่อนหน้า เพราะผมเชื่อว่ามันคุ้มที่จะทำงานนี้” ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ยืนยันปิดท้ายอีกหนึ่งเสียง และมันยิ่งทำให้เรารู้ซึ้งว่าพวกเขาทั้ง 3 คนไม่ได้เข้ามาทำงานในโปรเจกต์อย่างผู้ได้เปรียบในฐานะรุ่นพี่ในวงการ ทุกวัน ตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา พวกเขาทั้งเรียน ทั้งร้อง ทั้งซ้อม ศาสตร์แห่งการแสดงทั้งในจอ นอกจอเพื่อเป็นศิลปินจากโปรเจกต์ 9x9 เข้มข้นชนิดที่ทั้ง 3 คนยังยอมรับว่าเครียดและไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน “เครียดทุกวัน ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าเรื่องเต้นคือสิ่งที่หนักใจทุกวัน” ต่อรีบชิงตอบทันที “แต่นี่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าได้กลับมาเป็นน้องใหม่อีกครั้ง” ตรงกันข้ามกับเจเจที่บอกว่าตัวเองคือคนแห่งทางสายกลางที่ทำได้ทุกอย่างในระดับกลางๆ จนไม่ได้รู้สึกหนักใจกับการทำงานนี้ ในขณะที่เจมส์ลีดเดอร์หรือหัวหน้าวง 9x9 ยอมรับว่าเขาคาดหวังกับทุกคนในโปรเจกต์นี้อยู่ไม่น้อย “บางทีก็กลัวน้องๆ เขาเกลียดผมนะ แต่พอได้เริ่มทำงานจริงๆ มันก็ยิ่งทำให้ผมเห็นจุดบอดที่ต้องแก้ไขมากขึ้น ผมพยายามจะอุดตรงนั้นให้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อเราทุกๆ คน เลยหนักใจกับตรงนี้ที่สุด”

แน่นอนว่าความคาดหวังของคนดูย่อมเกิดขึ้นกับผลงานเปิดตัวชิ้นแรกคือละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง หลังประกาศรายชื่อทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังเมื่อไม่นานมานี้ “มันจะเป็นการปะทะกันของนักแสดงหน้าใหม่และหน้าเก่าที่เราทั้ง 9 คนเข้าไปมีส่วนร่วม และมันจะเป็นคำตอบว่าเราทั้ง 9 คนไม่ได้มาเล่นๆ แน่ๆ” ต่อยืนยัน

I had a dream

สำหรับกัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, เติร์ด-ลภัส งามเชวง และแจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัยแล้ว ความฝันที่จะเป็นศิลปินของพวกเขาดูเหมือนจะค่อยๆ เจือจางจนเกือบจะเลือนหายไปแล้ว แต่ 9x9 ทำให้ทุกอย่างกลับมาเข้มข้นจริงจังจนยากที่จะเชื่อเช่นกัน

“ผมเดินบนทางสายศิลปินมาตั้งแต่อายุน้อยๆ แล้วก็ต้องหยุดพักไป พอมีโปรเจกต์นี้ผมไม่อยากปิดกั้นตัวเอง อยากลองดูอีกสักครั้ง” เติร์ดหนุ่มหล่อเจ้าของบทบาท “เต๋า” ในละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง บอกเหตุผลในการพยายามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ 9x9 ซึ่งดูจะไม่ต่างกับกรณีของกัปตันที่หลายคนรู้จักเขาในฐานะนักแสดงวัยรุ่นจากซีรี่ส์ดังมาก่อนแล้ว รวมถึงข่าวคราวพาดหัวหน้าหนึ่งที่เกือบทำให้เขาหมดโอกาสที่จะได้ทำตามความฝัน เขาเองก็ยอมรับเช่นกันว่าการเข้ามาใน 9x9 ทำให้ทุกอย่างน่าจะไปได้สวย หากทุ่มเทเต็มที่ “ผมชินกับทุกคนในนี้เหมือนอยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว ผมรู้สึกว่ามันเป็นมากกว่าการทำงาน มันคือการใช้ชีวิตด้วยกัน ยิ่งทำให้ผมต้องทุ่มเทและตั้งใจมากขึ้นเพราะไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง” เมื่อมาดูแผนงานของ 9x9 ที่กำลังจะมีทั้งซิงเกิลเพลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ และคอนเสิร์ตใหญ่ ณ อิมแพ็ค อารีน่าในช่วงต้นปีหน้า เรายิ่งอยากรู้ว่าพวกเขาจะฝันและลงมือทำได้ดีแค่ไหน

“ทุกครั้งที่เห็นใครวิ่งช้า ทุกคนพร้อมจะช่วยกันดึงขึ้นมา ใครมีปัญหา ทุกคนพร้อมให้กำลังใจ ซึ่งมันทำให้ผมยิ่งต้องทำงานออกมาให้ดีที่สุดครับ" เติร์ดเล่าถึงความประทับใจเพื่อนๆ ทุกคนในทีม ตอกย้ำความมั่นใจให้เราว่าทุกก้าวของพวกเขาต่อจากนี้ต้องมั่นคงและแข็งแรงกว่าที่ผ่านมาแน่นอน “ผลงานที่กำลังจะออกมาเป็นสิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาเอง เลยทำให้เรารู้สึกภูมิใจกับมันมากๆ ครับ” แจ๊คกี้ส่งท้ายด้วยความมั่นใจ

The New Kids

ถาม 3 หนุ่มที่เหลือ ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต และริว-วชิรวิชญ์  อรัญธนวงศ์ ว่ารู้สึกอย่างไรกับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ 9x9 แต่ละคนให้คำตอบแตกต่างกัน พวกเขามองสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ในแง่บวก สดใส และมีความหวัง 

“ผมคาดหวังว่าตัวเองจะมีการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปแม้จะยังไม่ถึงฝันที่วางไว้แต่ก็ได้รับสิ่งดีๆ ที่จะทำให้ผมไปถึงฝันได้ในวันข้างหน้า” ปอร์เช่หนุ่มนักเต้นที่ครั้งหนึ่งหลายคนเคยรู้จักเขาในฐานะศิลปินหน้าใหม่เล่าด้วยน้ำเสียงสดใส ส่วนไอซ์บอกว่าการได้มาเริ่มต้นเรียนรู้อยู่ในโปรเจกต์นี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ ทั้งในเรื่องของการแสดง การร้อง และการเต้น ไปไว้ใช้ทำงานต่อไปในสังกัดของตัวเองในอนาคต “ผมคาดหวังกับตัวเองมากกว่าจะไปคาดหวังกับคนอื่น คือพยายามทำให้ตัวเองพัฒนามากที่สุดในช่วงเวลาที่ได้มาเรียนรู้การทำงานในครั้งนี้” ไอซ์หนุ่มหล่อสังกัดนาดาวเล่าถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเข้ามาเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปีที่ผ่านมา แต่ถ้าถามนักกีฬาปิงปองทีมชาติ ริวหนุ่มอายุน้อยที่สุดแต่เสียงดังที่สุดเล่าให้เราฟังพร้อมรอยยิ้มว่า “ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์ตรงนี้เหมือนคนอื่น แต่ผมตั้งใจที่จะเรียนรู้และฝึกซ้อมให้มากที่สุด ผมเข้ามาทีหลังสุด ต้องปรับตัวค่อนข้างมากทั้งในแง่ความสัมพันธ์และความสามารถซึ่งผมต้องกดดันตัวเองเพื่อตามพวกพี่ๆ ให้ทัน แต่ผมเชื่อว่าผมทำได้” อดใจรออีกไม่นานนี้ เราทุกคนจะได้พิสูจน์กันว่าพวกเขาทั้ง 9 คนจะช่วยกันผลักและดันโปรเจกต์นี้ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างทวีคูณหรือไม่

 

Edited by Ston Tantraporn
แต่งหน้า: สุธิพัฒน์ ปิ่นฉ่ำ, วิศรุต จุลละศร / ทำผม: เริงฤทธิ์ อภิสิทธิ์วชิรเมธี,
ธานุพล ภู่เทพอมรกุล / สไตลิสต์: อารยะ นาคฤทธิ์ / ช่างภาพ: ธาเกียรติ ศรีวุฒิชาญ