FASHION

5 สิ่งที่ควรทำ ก่อนชีวิตจะพังไม่เป็นท่าเพราะสภาวะ 'Burn Out' จากการต้องทำงานที่บ้าน

เราไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับแค่วิกฤตการณ์โควิด-19 แต่ยังมีวิกฤติ Work From Home ที่อาจทำให้ชีวิตของพวกเราพังไม่เป็นท่าอีกด้วย

     คุณทำงานที่บ้านมานานแค่ไหนแล้ว...นี่คือคำถามที่ผู้เขียนอยากจะถามผู้อ่านก่อนจะเริ่มบทความต่อไปนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงจะต้องกางนิ้วขึ้นมานับกันอย่างแน่นอน แต่ที่น่ากังวลไปมากกว่าการจะมีนิ้วนับพอหรือไม่พอ ก็เห็นจะหนีไม่พ้น “ความเปลี่ยนแปลง” ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และจิตใจของพวกเรา ในสถานการณ์ที่วิกฤตการณ์โรคระบาด และมาตรการของรัฐบาลนั้นยังบีบบังคับให้เราต้องทำงานอยู่ที่บ้านไปอีกนาน นั่นจึงอาจทำให้หลายคนต้องเผชิญกับสภาวะ “Burn Out” หรือ “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” จากความเครียดเรื้องรังที่ไม่อาจปฏิเสธได้ กระนั้นก่อนที่อะไรๆ จะแย่ไปมากกว่านี้ โว้กมี 5 ทางเลือกมาแนะนำให้กับผู้อ่านที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวให้ลองทำตามเพื่อพาตัวเองออกมาจากความเครียดเหล่านั้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็ยังพอช่วยให้ตารางชีวิตไม่โกลาหลไปมากกว่านี้

 

ตั้งนาฬิกาชีวิต

     การตั้งนาฬิกาชีวิตเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องทำงานจากที่บ้าน เพราะการจมจ่อมอยู่กับงานหนักแบบหามรุ่งหามค่ำโดยไม่แบ่งเวลาให้กับชีวิตส่วนตัวเลยนั้น จะยิ่งทำให้สภาวะความเครียดในจิตใจเพิ่มสูงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการตั้งนาฬิกาเริ่มงาน และเลิกงานให้ตรงเวลา แบบเดียวกันกับเมื่อครั้งที่คุณตื่นนอนไปทำงานที่ออฟฟิศตอนเก้าโมงเช้า และคว้ากระเป๋าตอกบัตรออกจากงานในแต่ละวันตอนหกโมงเย็น ซึ่งสิ่งนี้เองจะทำหน้าที่เป็นเส้นกั้น ขีดแบ่งเวลาทำงาน และเวลาส่วนตัวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (เลิกงานเมื่อไหร่ก็หยุดทำเมื่อนั้น) ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้หมายถึงแค่ขอบเขตการทำงานเท่านั้นที่ต้องทำในเวลางาน แต่หมายถึงการเว้นจากการตอบไลน์ อีเมล์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ (กับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย) ในเรื่องงาน และแม้ว่าเราจะทำงานที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องยอมเสียพื้นที่ชีวิตส่วนตัวให้กับงานทั้ง 24 ชั่วโมง นี่คือสิ่งที่สาวแฟ(ชั่น) ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ

 

สถานที่ทำงาน และสถานที่ใช้ชีวิต

     “อย่าพยายามยกแล็ปท็อปตามเราไปทุกที่ในบ้าน” นี่คือประโยคที่ต้องท่องให้ขึ้นใจอีกหนึ่งประโยค ทุกที่ในบ้านไม่ใช่สถานที่ทำงาน ควรจัดแบ่งโซนการทำงานเอาไว้ให้ชัดเจน ซึ่งโซนการทำงานในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องมีห้องทำงานหรูเป็นสัดส่วนเสมอไป แต่หมายถึงที่ที่จะสามารถกองงานเอาไว้ตรงนั้นได้โดยมั่นใจว่ามันจะไม่มายุ่มย่าม หรือรบกวนชีวิตส่วนตัวมากเกินไป อาจเป็นโต๊ะเล็กๆ เรื่อยไปจนถึงโต๊ะกินข้าวสักมุมหนึ่ง หรือกระทั่งโต๊ะทำงานที่จะสามารถผละออกมาจากงานได้ทันทีเมื่อนาฬิกาชีวิตตีหมดเวลาทำงาน ทั้งนี้การแบ่งโซนดังกล่าวก็เปรียบเสมือนการสร้างออฟฟิศจำลองแยกออกจากพื้นที่ชีวิตส่วนตัว ซึ่งในทางกลับกันยังช่วยให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เพราะเมื่อเราได้นั่งเข้าประจำที่ทำงานที่เราจัดเอาไว้ เราจะได้รู้ว่านี่คือเวลาทำงาน และเลิกสนใจสิ่งเร้ารอบตัว อื่นๆ นั่นเอง

 

ตั้งเป้าหมายในแต่ละวัน

     นี่คืออีกหนึ่งคำแนะนำที่อยากจะให้ผู้อ่านทุกคนได้ลองทำตามกันดู กับการเขียนลิสต์รายการที่จะต้องทำในแต่ละวันทุกเช้า เพื่อให้เรานั้นมีเป้าหมายว่าวันนี้ต้องทำงานชิ้นใดเสร็จบ้าง อีกทั้งการเขียนลิสต์รายการเอาไว้ในแต่ละวันยังจะเป็นเหมือนเงื่อนไขบังคับกลายๆ ให้เราได้เพ่งสมาธิในการทำงานเพื่อให้สำเร็จลุล่วงตามที่คาดหวังได้ในที่สุด กระนั้นการจัดสรรลิสต์งานในแต่ละวันก็จำเป็นต้องคำนึงถึงระยะเวลา ว่าจะสามารถสะสางงานเหล่านั้นได้ทันหรือไม่ เพราะหากอัดแน่นมากเกินไปก็อาจจะเพิ่มความกดดันที่ส่งผลให้เรานั้นเครียดมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถแนะนำได้ก็คือให้คุณยึดหลัก และจำนวนงานที่คุณเคยทำในแต่ละวันเหมือนเมื่อครั้งที่คุณทำงานที่ออฟฟิศ ไม่ให้น้อยหรือมากเกินไป

 

เลือกวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม

     แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายคนก็ยังคงไม่คำนึงถึงข้อนี้กันมากนัก ในสถานการณ์ที่เราต้องทำงานจากที่บ้าน ทำให้การสื่อสารแบบไม่เห็นหน้า ในบางครั้งอาจเกิดความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนกันได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้แอปพลิเคชั่น หรือวิธีในการสื่อสารที่เหมาะสม ดังเช่นหากเราพูดถึงแอปพลิเคชั่นไลน์แล้ว ก็คงจะเหมาะกับการพิมพ์พูดคุยสื่อสารที่เป็นบทสนทนาทั่วไป ขยับขึ้นมาหน่อยก็คงหนีไม่พ้นการใช้อีเมล สำหรับงานที่มีไฟล์แนบและมีความเป็นทางการมากขึ้น ต่อมาก็คือการโทรศัพท์ที่ควรใช้สื่อสารในเรื่องด่วน หรือต้องการอธิบายด้วยน้ำเสียงจากปากผู้พูดไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากการตีความ และสุดท้ายที่เหมือนว่าหลายคนจะเอียนกันแล้วก็คือการใช้ Zoom หรือแอปพลิเคชั่นประชุมออนไลน์อื่นๆ ที่เหมาะกับการประชุมนำเสนองาน เมื่อรู้แบบนี้แล้วการเลือกใช้วิธีการสื่อสารครั้งต่อไปก็คงจะทำให้ชีวิตการทำงานจากบ้านของคุณง่ายขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว

 

การพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็น

     ข้อแนะนำสุดท้าย หลายคนคงเบื่อที่ต้องขลุกตัวอยู่ในบ้านตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะใช้ชีวิตส่วนตัวหรือแม้แต่ต้องทำงาน ทุกอย่างเกิดขึ้นที่บ้านมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เพราะฉะนั้นการพักผ่อนที่นอกจากการนอนหลับก็เป็นเรื่องสำคัญ การพักผ่อนจะช่วยให้ผ่อนคลาย เช่นการหาดูซีรีส์ หรือฟังเพลงที่ชอบ ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก และถ้าให้ผู้เขียนแนะนำระหว่างที่คุณนั่งทำงานอย่างหมกมุ่น อาจจะเปิดเพลงบรรเลงคลอไปด้วยได้ตลอดทั้งวันเพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้เครียดจนเกินไป หรือแม้แต่การตั้งลิสต์ซีรีส์เรื่องที่อยากดูไว้หลังเลิกงาน ก็เหมือนจะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้คุณทำงานได้ไม่ยาก หรืออีกหนึ่งสิ่งที่สาวๆ สายแฟ(ชั่น)หลายคนมักจะทำกันเพื่อสร้างบรรยากาศ ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเทียนหอมกลิ่นที่ชอบสักอัน ที่จะช่วยทำให้อารมณ์ของคุณผ่อนคลาย และส่งผลให้งานที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพ และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

      อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ก็คือ ทั้งหมดข้างต้นเป็นแค่ข้อเสนอบางส่วนที่จะทำให้ใครหลายๆ คนได้หลุดออกมาจากภาวะหมดไฟได้บ้าง แต่ผู้เขียนก็ยังเชื่อว่าทุกคนมีหนทางในการจัดการตารางชีวิตเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลางัดกลยุทธ์เหล่านั้นขึ้นมาใช้กันแล้ว

ข้อมูล : thebalancecareers.com, World Health Organization, bangkokhospital.com และ Short Recap

คีย์เวิร์ด: #VogueList #Covid19 #WorkFromHome #BurnOut