FASHION

เปิดแฟชั่นฉลองคืนข้ามปียุค 1930s ที่ยังคงเป็นรากฐานของชุดปาร์ตี้จนถึงปัจจุบัน

แฟชั่นจากเมื่อกว่า 100 ปีก่อนยังคงมีกลิ่นอายหลงเหลือจนถึงปัจจุบัน และมันกลายเป็นบรรทัดฐานของชุดราตรีทั่วโลก

ภาพ: Mutual Art

     “แฟชั่นหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา” คำพูดนี้อาจจะจริง แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นชนิดพลิกฝ่ามือ เพราะกลิ่นอายต่างๆ จากแฟชั่นยุคก่อนยังส่งอิทธิพลถึงแฟชั่นยุคปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้ ความน่าสนใจในความอมตะเหนือกาลเวลาทำให้แฟชั่นวินเทจ หรือแฟชั่นจากยุคเกือบศตวรรษที่แล้วยังคงมีความสำคัญอยู่เสมอ ย้อนกลับไปยุค ‘20s กับแฟชั่น Flapper Dress ที่หลายคนคุ้นเคย มันช่างเหมาะกับการปาร์ตี้และงานเลี้ยงฉลอง แต่ถัดมาอีกทศวรรษแฟชั่นยุค ‘30s ที่ลดกลิ่นอายความจัดจ้านลงเล็กน้อย กลับมีชุดสำหรับงานกลางคืนที่ต่อมากลายเป็นต้นแบบของแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ

ชุดเดรสสำหรับงานเลี้ยงฉลองคืนข้ามปีในยุค 30s / ภาพ: The Glam Pad

     “Elegant Party” ถือเป็นคอนเซปต์การปาร์ตี้ที่มุ่งเน้นในเรื่องความหรูหราดูดีมีระดับ ดังนั้นชุดเดรสสั้นสำหรับเต้นรำอาจไม่ใช่ไอเท็มที่ตอบโจทย์มากนัก เพราะแฟชั่นสำหรับงานเลี้ยงฉลองในยุค ‘30s เน้นความสวยงามที่ทั้งสวยงามและซ่อนกลิ่นอายความเซ็กซี่ไว้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นอิทธิพลจากกระแสสตรีนิยมที่เริ่มผลักดันให้ชุดผู้หญิง เหมาะกับผู้หญิงจริงๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่หมายถึงการขับความเฟมินีนออกมาอย่างเต็มที่ การจับระบาย ผ้าลูกไม้ และผ้าชีฟองถือเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้ชุดปาร์ตี้ยุคนี้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์

ชุดปาร์ตี้จากยุค 30s ที่ทั้งให้กลิ่นอายความหรูหราและเอื้อต่อการขยับเขยื้อนร่างกายพอสมควร / ภาพ: Pinterest

     ยุค ‘30s ถือเป็นยุคที่มีการออกแบบเสื้อผ้าให้สอดรับกับร่างกายผู้หญิงมากขึ้น โดยดีไซเนอร์ในยุคนั้นมักเลือกซิลูเอตที่โค้งเว้าไปตามเรือนร่าง ในขณะเดียวกันก็ทิ้งพื้นที่ว่างให้ขยับเขยื้อนได้อย่างอิสระ ดังนั้นชุดสำหรับงานปาร์ตี้ในยุคดังกล่าวจึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงาม การแสดงตัวตน และฟังก์ชั่นการใช้งาน ถ้าใครกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการแต่งกายสำหรับงานปาร์ตี้ เริ่มเจาะลึกกับเสื้อผ้ายุคนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะไอเท็มจากยุคนี้สามารถสื่อสารความเฟมินีนได้อย่างดีที่สุด และเป็นความเฟมินีนที่มาจากผู้หญิง ไม่ใช่การตีความและกำหนดนิยามผ่านมุมมองของผู้ชายแต่อย่างใด

อีกหนึ่งรูปแบบของชุดงานปาร์ตี้ยามค่ำคืนของผู้หยิงยุค 30s / ภาพ: Pinterest

     การปาร์ตี้ในชุดราตรีก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของยุค ‘30s เช่นกัน และจุดเด่นตรงนี้เองที่ทำให้เราเห็นภาพงานฉลองที่คล้ายคลึงกันของยุค ‘30s และปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามีชุดเดรสยาวที่สอดรับกับสัดส่วนผู้หญิงเป็นอย่างดี เผยรายละเอียดความเซ็กซี่ด้วยซิลูเอตเว้าหน้า เว้าหลัง ชุดราตรีจากยุคนั้นกลายมาเป็นต้นแบบของชุดราตรีในยุคปัจจุบันที่เราจะเห็นกันได้ตามงานเลี้ยงฉลองสำคัญๆ อย่างเช่นงานแต่งงาน เป็นต้น แม้มันจะไม่ใช่ชุดที่เหมาะสำหรับการโยกย้ายร่างกายสุดเหวี่ยง แต่มันก็เป็นชุดที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างการยืนจิบเครื่องดื่มอย่างหรูหรา กับการโปรยเสน่ห์ผ่านการขยับตัวออกสเต็ปแบบพอเหมาะพอดี ถ้ายังนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกงานปาร์ตี้ค็อกเทลที่ผู้หญิงจะมาในชุดราตรี และสังสรรค์กันอย่างมีสไตล์

รูปแบบของชุดเดรสช่วงยุค 30s ที่เรายังสามารถสัมผัสกลิ่นอายแบบนี้ได้ในชุดเดรสสำหรับงานเลี้ยงฉลองสำคัญในยุคปัจจุบัน / ภาพ: FashionLady

     ความหลากหลายเรื่องความยาวเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เห็นว่าแฟชั่นยุค ‘30s สามารถเป็นต้นแบบของแฟชั่นของทุกยุคหลังจากนั้นได้ ตามบันทึกประวัติศาสตร์แฟชั่นนั้นมีการระบุเรื่องความยาวของชุดผู้หญิงว่ามีความหลากหลายมาก มีตั้งแต่ระดับเข่า หน้าแข้ง เรื่อยไปจนถึงข้อเท้า นั่นแปลว่าชุดหลากหลายรูปแบบถูกออกแบบมาเพื่องานที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับปัจจุบันที่ความยาวไม่สามารถระบุเทรนด์แฟชั่นได้ชัดเจนเหมือนเมื่อกว่า 100 ปีก่อนอีกต่อไป หากจะสวมชุดเต้นก็เลือกที่สั้นหน่อยเหมาะแก่การขยับตัว หรือถ้าจะขยับตัวเล็กน้อยและดื่มไปพลางๆ ชุดเดรสยาวก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แฟชั่นจากยุค ‘30s มีความลื่นไหลได้ไม่ต่างจากแฟชั่นยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

ชุดราตรียาวผ่าหลังที่ได้รับความนิยมจากปัจจุบันนั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นยุค 30s / ภาพ: Vintage Everyday

     ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือแฟชั่นจากยุค ‘30s มีแพตเทิร์นคล้ายคลึงกัน ถึงแม้จะหลากหลายในเรื่องรายละเอียดต่างๆ แต่ผู้หญิงแทบทุกคนจะแต่งกายออกมาในลักษณะเดียวกัน ผิดจากแฟชั่นยุคปัจจุบันที่รับอิทธิพลมาก็จริง แต่สุดท้ายทุกคนสามารถเลือกชุดที่ตนเองต้องการได้อย่างอิสระมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ยุค ‘30s ในวันที่มีงานปาร์ตี้ทุกคนจะดูรูปแบบงานว่าเป็นแบบไหน เพื่อที่จะเลือกชุดและระดับความยาวได้เหมาะสม แต่ในปัจจุบันงานแต่ละงานมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ทุกคนสามารถเลือกได้เอง บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องสวมชุดราตรียาวในงานแต่งงานเสมอไป สุดท้ายขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลมากกว่าธรรมเนียมปฏิบัติ สิ่งที่ควรคำนึงอย่างเดียวคือกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ควรดูระดับความทางการและความเหมาะสมอย่างรอบคอบ สิ่งสุดท้ายที่แยกวิถีแฟชั่นยุค ‘30s ออกจากแฟชั่นยุคปัจจุบันคือความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน ในสมัยก่อนชุดในรูปแบบคล้ายคลึงกันถูกใช้ทั้งในกลางวันและกลางคืน เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนเนื้อผ้า หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ทุกชุดก็ยังแสดงความชัดเจนในเรื่องเทรนด์ได้เป็นอย่างดี กลับกันในยุคนี้กลางวันอาจจะสวมกางเกงยีนส์กับเสื้อยืด พองานเลี้ยงกลางคืนก็เลือกสวมชุดเดรสเรียบหรู แฟชั่นต่างขั้วแบบนี้อาจเป็นความโดดเด่นของโลกยุคปัจจุบันที่ทำให้มันแตกต่างจากแฟชั่นยุค ‘30s ในวันที่กาลเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ แฟชั่นก็ปรับเปลี่ยนตามไป แต่เชื่อเหลือเกินว่าต้นตำรับชุดปาร์ตี้จากเมื่อเกือบ 100 ปีก่อนจะยังคงทรงอิทธิพลต่อไปในอนาคต

 

ข้อมูล: 

fashionhistory.fitnyc.edu

theglampad.com

vintagedancer.com

vogue.co.uk