FASHION

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับเจ้าหญิงเพลงป็อป Taylor Swift

ยีงมีอีกหลายเรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับเจ้าหญิงเพลงป็อป Taylor Swift วันนี้โว้กรวมมาให้แล้ว 10 เรื่องจะมีอะไรบ้างตามมาอ่านกัน

 

ข้อ 1.

เพราะเพลงดังที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างเพลง Love Story ทำให้เทย์เลอร์เป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีซิงเกิ้ลติดชาร์ตอันดับที่ 1 ของชาร์ต Billboard ในสหรัฐฯ ทั้งสาขาเพลงป็อปและเพลงคันทรี่ในเวลาเดียวกัน โดยเพลงนี้เธอได้แรงบันดาลใจมาจากแฟนหนุ่มของเธอในตอนนั้นที่ใครๆ ต่างก็ไม่ปลื้ม เหมือนกับความรักในแบบโรมิโอและจูเลียต นี่จึงเป็นที่มาของเพลง Love Story นั่นเอง

 

ข้อ2.

เรารู้กันดีว่าสกิลการเล่นกีตาร์ของเธอนั้นเก่งมาก เพราะเพลงทุกเพลงที่เธอแต่งเริ่มต้นขึ้นจากฉบับกีตาร์เกือบทั้งหมด แต่รู้หรือไม่ว่านักร้องสาวเริ่มเล่นกีตาร์ด้วยวัย 12 ขวบ และแม้ว่าเธอจะได้แรงบันดาลใจในการเล่นกีตาร์มาจากศิลปินฝั่งคันทรี่อย่าง Shania Twain และ Faith Hill แต่เพลงแรกที่เธอฝึกเล่นดันเป็นเพลงป็อปวัยใสอย่างเพลง Kiss Me จากวง Sixpence None the Richer ต่างหาก

ข้อ 3.

รู้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่ Kanye West ขึ้นมาขัดขวางการกล่าวสปีชรับรางวัล Best Female Video ของเทย์เลอร์บนเวที MTV VMAs Awards ในปี 2009 นั้นเธอมีอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น โดยคานเย่มองว่าคนที่ควรจะได้รับรางวัลในปีนั้นคือ Beyoncé จากเพลง Single Ladies (Put a Ring on It) ต่างหาก ซึ่งไม่ใช่เทย์เลอร์เท่านั้นที่ตกใจ เพราะบียอนเซ่เองก็ทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกัน ที่สำคัญเรื่องนี้ยังฝังใจนักร้องสาวมาโดยตลอดเมื่อเธอเผยผ่านสารคดีจากช่อง Netflix อย่าง Miss Americana ว่าเธอเข้าใจมาตลอดเกือบสิบปีว่าที่ผู้คนในฮอล์ “โห่” ไล่นั้นเป็นคานเย่ไม่ใช่ตัวเธอเอง

 

ข้อ 4.

แม้จะเคยได้รางวัลมากมายรวมถึงรางวัลสำหรับสาขานักแต่งเพลง แต่เทย์เลอร์กลับเคยถูกวิพากย์วิจารณ์จากหลากหลายคนว่าเธอไม่ได้เป็นคนแต่งเพลงเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วเพลงในแต่ละอัลบั้มเธอมักมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงตลอด เพื่อตอกกลับเสียงวิจารณ์แง่ลบและพิสูจน์ความสามารถให้บางคนที่ยังไม่เคยรู้ เธอเลยตอบแทนพวกเขาด้วยการแต่งเพลงทั้งหมดทุกเพลงในอัลบั้มที่สามอย่าง Speak Now โดยไม่มีความช่วยเหลืออื่นเลย ยกเว้นแค่เพลงเดียวเท่านั้นที่ได้ Martin Johnson มาร่วมแต่งด้วย โดยอัลบั้มนี้มีเพลงฮิตติดหูอย่าง Mine, Speak Now และ Back to December

ข้อ 5.

หากใครยังไม่รู้ แต่จริงๆ แล้วเทย์เลอร์มีสายตาที่แย่มากๆ ถึงขนาดว่าถ้าเธอไม่สวมคอนแทคเลนส์หรือแว่นสายตาก็อาจจะทำให้มองไม่เห็นเลยก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเธอเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดทำเลสิกตาไปเมื่อเดือนตุลาคม โดยรายการ The Tonight Show starring Jimmy Fallon นำภาพวีดีโอที่แม่ของเธอถ่ายไว้หลังจากที่เธอเข้ารับการผ่าตัดมาให้ชมกันผ่านรายการ และแน่นอนว่าเธอดูจะไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่กับคลิปวีดีโอส่วนตัวคลิปนั้น

 

ข้อ 6.

ถ้าพูดถึงเรื่องรางวัลตามสาขาต่างๆ แล้วล่ะก็นักร้องวัย 30 ปีคนนี้ชนะมาแล้วทั้งหมด 306 รางวัล และมีรายชื่อเสนอเข้าชิงรางวัลถึง 747 ตัว ในขณะที่เธอเคยเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัล Album of the Year จาก Grammy Awards ในอัลบั้ม Fearless ตอนนั้นเธออายุ 20 ปี ก่อนจะถูกแทนที่สถิติด้วยนักร้องขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ Billie Eilish เมื่อเธอชนะรางวัลนี้ด้วยอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น

 

ข้อ 7.

หากใครรู้จักหรือเคยฟังเพลง Gorgeous ในอัลบั้ม Reputation ของเทย์เลอร์แล้ว ก็จะได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงพูดคำว่า “Gorgeous” ในช่วงอินโทรก่อนเข้าเพลง ซึ่งเสียงพูดนั้นไม่ใช่ของใครอื่นแต่เป็นเสียงลูกสาวของเพื่อนสนิทเธออย่าง Blake Lively และ Ryan Reynolds ที่ชื่อว่า James เป็นคนพูดนั่นเอง โดยเธอยังให้เครดิตกับหนูน้อยเจมส์ไว้ที่สมุดเพลงของอัลบั้มด้วยว่า “Baby intro voice by James Reynolds”

ข้อ 8.

เทย์เลอร์เป็นศิลปินอีกหนึ่งคนที่ไม่สนับสนุน Donald Trump อย่างแรง และเธอก็ออกมาพูดพร้อมกับประกาศตัวต่อต้านเขาผ่านโซเชียลมิเดียอย่างทวิตเตอร์ที่มีคนตามมากถึง 86.5 ล้านคน ด้วยมาตรการของทรัมป์ที่มีหลายเรื่องที่ไม่สนับสนุนเพศที่สาม ถึงขนาดแฟนเพลงของเธอพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเพลง You Need To Calm Down นั้นเธอหมายถึงตัวประธานาธิบดีหรือเปล่า และแม้ว่าเทย์เลอร์จะไม่ได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการ หากวันที่เธอปล่อยเพลงนี้ดันไปตรงกับวันคล้ายวันเกิดของทรัมป์เข้าพอดิบพอดี เรียกว่างานนี้ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเธอจงใจกันแน่

 

ข้อ 9.

ปกติแล้วช่วง Celebrity Host ในรายการ Saturday Night Live จะมีคนเขียนและดูแลเรื่องบทพูดให้อยู่แล้ว แต่เทย์เลอร์เป็นเซเลบฯ โฮสต์คนแรกที่ขอคิดบทพูดด้วยตัวเอง โดยเธอแต่งเป็นเพลงที่ใช้ชื่อว่า My Monologue Song ซึ่งในเพลงนั้นยังประกอบด้วยท่อนเสียดสีแฟนเก่าอย่าง Joe Jonas และคู่กรณีอย่าง Kanye West ยังรวมไปถึงท่อนที่เธอกล่าวถึงจูบของเธอกับแฟนหนุ่ม ณ ตอนนั้น Taylor Lautner อีกด้วย

 

ข้อ 10.

จะเรียกว่าเป็นช่วงอกหักที่หนักสุดๆ ก็ว่าได้ เพราะเพลงที่มีชื่อว่า All Too Well ในอัลบั้ม Red ของนักร้องสาวเป็นเพลงที่เธอออกปากเลยว่าใช้เวลาแต่งนานที่สุดเท่าที่เคยแต่งเพลงมา เพราะเป็นเพลงที่ Emotional มากๆ โดยเพลงนี้ฉบับแรกสุดมีความยาวที่นานถึง 24 นาที จากนั้นก็ถูกตัดลงให้สั้นเพียงแค่ 10 นาที และสุดท้ายคือฉบับจริงที่ถูกปล่อยออกมานั้นคือความยาวที่ 5.30 นาที โดยเพลงนี้แฟนๆ ของเธอพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอแต่งถึงคนรักที่เพิ่งเลิกรากันไปอย่างพ่อหนุ่มตาหวาน Jake Gyllenhaal นั่นเอง