FASHION

แสบตาที่สุด! นี่คือ 10 อันดับจิวเวลรีที่แพงที่สุดในโลก

โว้กพาไปยลโฉมเหล่าจิวเวลรีที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดในโลกทั้ง 10 อันดับ

     จิวเวลรีนับเป็นสินค้าแฟชั่นที่เป็นทั้งความฝัน และสร้างความหลงไหลให้กับหญิงสาวนับไม่ถ้วน นับแต่อดีตกาลกระทั่งจนถึงปัจจุบัน ดังที่เราได้เห็นเมื่อครั้งฉากเปิดของภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ในปี 1961 กับ Audrey Hepburn ในขุดเดรสสั้นสีดำที่โลกแฟชั่นในตำนานขนานนามว่า A Little Black Dress ยืนนิ่งเพื่อเพ่งมองเครื่องเพชรเลอค่าในร้านเพชรที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อของภาพยนตร์ เรื่อยมาจนถึงเทียร่าในพิธีเสกสมรสของเหล่าราชนิกุลแห่งอังกฤษ ที่สาวๆ หลายคนอยากจะตกกระไดพลอยโจนกันเสียให้ได้ หรือแม้แต่การโจรกรรมเครื่องเพชรของทั้ง 8 สาวในภาพยนตร์เรื่อง Ocean’s 8 ที่เพิ่งผ่านไป นั่นคงประจักษ์แล้วว่าจิวเวลรีได้วาดประวัติศาสตร์คู่กับเหล่าหญิงสาวมานแสนนาน ด้วยความงามระยับเมื่อต้องแสง และราคาสูงลิบลิ่วที่เอาไว้คุยโวต่อกันในงานสังคมสักที่หนึ่ง...

     ครั้งนี้โว้กจึงขอรวบรวม 10 อันดับชิ้นจิวเวลรีที่แพงที่สุดมาให้สาวๆ ได้ยลโฉมไปพร้อมกันกับเรา

 

10. Chopard 201 - Carat Watch

ภาพ : alux.com

 

     มูลค่า : 25 ล้านดอลลาร์

     โชปาคืออีกหนึ่งแบรนด์ที่สามารถรังสรรค์เรือนเวลาออกมาได้อย่างประณีต ไม่เพียงแต่คุณภาพ หากยังรวมไปถึงดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเรือนเวลาทั่วไป และนี่คงเป็นอีกครั้งที่เรือนเวลาจากโชปาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะนี่ไม่เป็นเพียงเรือนเวลาที่เอาไว้บอกเวลาเท่านั้น หาก Chopard 201 ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี 2000 นั้น ยังทำหน้าที่เป็นดั่งเครื่องประดับล้ำค่าที่ใครหลายคนใฝ่ฝันถึง ด้วยเพชรมากกว่า 874 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 25 ล้านดอลลาร์  พร้อมเพชรเม็ดใหญ่ทั้ง 3 เม็ด เรียงตัวรายล้อมหน้าปัดนาฬิกา ไล่จากสีชมพู สีฟ้า และสีขาว ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ เมื่อผู้สวมใส่ได้สัมผัสที่จักรกลทำงานแล้วนั้น เพชรทั้งสามเม็ดจะสามารถเปิดออกเป็นดั่งกลีบดอกไม้แรกแย้มเมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็ไม่ปาน

 

9. Hutton -  Mdivani Jadeite Necklace

ภาพ : Elist10.com

 

     มูลค่า : 27.4 ล้านดอลลาร์

     คนจีนเชื่อกันว่าหยกคืออัญมณีล้ำค่าที่เป็นดั่งตัวแทนของชนชั้นสูง และความมั่งคั่งสมบูรณ์ และหากจะพูดถึงหยก โว้กก็คงจะต้องขอพูดถึง Hutton -  Mdivani Jadeite Necklace สร้อยคอหยกในตำนาน ที่ถูกร้อยขึ้นด้วยหยกสีเขียวมรกตใส โยงด้วยรูบี, เพชร, แพลททินัม และเข็มกลัดทอง อันเคยเป็นสมบัติของ Barbara Hutton หนึ่งในนักสะสมจิวเวลรีในตำนาน ในช่วงปี 1912 - 1979  และเจ้าหญิง Nina Mdivani น้องสะใภ้ของบาบาร่าเอง ก่อนที่จะถูกประมูลไปด้วยราคา 27.4 ล้านดอลลาร์ ในงาน Sotheby’s Hong Kong Magnificent Jewels and Jadeite อีกทั้งตัวของมันยังถูกขนานามว่าเป็นสร้อยคอลูกปัดหยกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการประมูลอีกด้วย

 

8. Graff Pink

ภาพ : thejewelleryeditor.com    

 

     มูลค่า : 46.2 ล้านดอลลาร์

     เจ้าของดั้งเดิมของจิวเวลรีล้ำค่าชิ้นนี้คือ Harry Winston มันถูกเก็บเอาไว้ในคอลเล็กชั่นส่วนตัวมานานนับทศวรรษ ก่อนที่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ในปี 2010 เจ้าเพชรสีชมพูเม็ดนี้ที่ถูกจัดอยู่ในคุณสมบัติ Fancy Pink จากคุณสมบัติทั้งสี่ของเพชรที่ดีนั้น จะได้ทำลายสถิติตามที่ได้ถูกขายออกไปในมูลค่าที่สูงลิบลิ่ว 46.2 ล้านดอลลาร์ ให้กับนักทำจิวเวลรีที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งจิวเวลรีคนหนึ่ง นั่นคือ Laurence Graff ก่อนที่เขาจะตัด และเจียระไน พร้อมเปลี่ยนชื่อเจ้าเพชรเม็ดนี้ที่ตั้งอยู่ตรงกลางแหวน และขนาบข้างไปด้วย Graff shield-shaped เสียใหม่

 

7. Blue Moon of Josephine

ภาพ : abc.net.au

 

     มูลค่า : 48.9 ล้านดอลลาร์

     หากคุณคิดว่าการครอบครองจิวเวลรีเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ คุณอาจจะต้องคิดเสียใหม่ เมื่อ Blue Moon Diamond ที่ถูกค้นพบในช่วงประมาณเดือน มกราคม ปี 2014 ในเหมือง Cullinan ในแอฟริกาใต้ ได้ถูกเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกงนามว่า โจเซฟ หลาน ประมูล และยอมควักเงินจ่ายในราคากว่า 48.9 ล้านดอลลาร์ ที่เมืองเจนีวา แลกกับแหวนบลูไดมอนด์วงนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกสาวที่ชื่อ โจเซฟิน ในวัยเพียง 7 ขวบเท่านั้น

 

6. L’incomparable Diamond Necklace

ภาพ : thejewelleryeditor.com

 

     มูลค่า : 55 ล้านดอลลาร์

     จากชื่อในภาษาฝรั่งเศสที่แปลได้ว่า “หาที่เปรียบมิได้” นั้น หลายคนก็พอจะเดาได้แล้วว่าสร้อยคอเส้นนี้คงจะต้องมีมูลค่าสูงเพียงใด ซึ่งความงามของสร้อยคอที่ได้ชื่อว่าเป็นสร้อยคอที่แพงที่สุดในโลกเส้นนี้ เริ่มต้นขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประเทศคองโก ในช่วงปี 1980s เมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งได้ค้นพบเพชรขนาด 407.48 กะรัต ท่ามกลางเศษแร่ในเหมืองแร่แห่งหนึ่ง ก่อนที่เพชรที่ได้ชื่อว่า ไม่มีที่ติที่ใหญ่ที่สุดในโลกเม็ดนี้ มันจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ในมือของนักทำจิวเวลรี Mouaward ซึ่งต่อมา เขานั่นเองคือคนที่รังสรรค์สร้อยคอเส้นนี้ขึ้นมา อันมีลักษณะถูกร้อยติดต่อเป็นเส้นสายโรสโกลด์ที่ยังถูกประดับประดาไปด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ อีก 230 กะรัต จึงไม่แปลกใจที่จะสนนราคาล่าสุดอยู่ที่ 55 ล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง

 

5. Oppenheimer Blue

ภาพ : christies.com

 

     มูลค่า : 57.5 ล้านดอลลาร์

     จิวเวลรีชิ้นนี้ได้รับการขนานนามตามชื่อเจ้าของเดิม Philip Oppenheimer พร้อมทั้งได้รับการเจียระไน ในรูปแบบของ Emeral Cut หรือการตัดให้กลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า อีกทั้งยังถูกจัดให้เป็นเพชรที่มีคุณสมบัติดีที่สุดในกลุ่มของ Fancy Vivid ตามหลักการพิจารณาเพชรโดย Gemological Institute of America ว่าเป็นเพชรสีน้ำเงินสีสวยหายากที่ใหญ่ที่สุด ก่อนที่ตัวของมันจะถูกประมูลไปด้วยมูลค่า 57.5 ล้านดอลลาร์ ในงานประมูลของ Christie’s นั่นเอง

 

4. Pink Star

ภาพ : news.artnet.com

 

     มูลค่า : 71.2 ล้านดอลลาร์

     จิวเวลรีสีชมพูน้ำหนัก 59.6 กะรัตชิ้นนี้ เกิดจากการตัด และเจียระไนอย่างดีจากตอนแรกที่ค้นพบในแอฟริกาเมื่อปี 1999  ซึ่งเจ้าของเดิมของมันก็คือ De Beers ก่อนที่ต่อมามันจะได้สร้างสถิติราคาการประมูลที่สูงที่สุดในโลกเอาไว้ในเดือนเมษายน 2017 ที่ผ่านมา ณ งานประมูล Sotheby’s ด้วยราคา 71.2 ล้านดอลลาร์ และใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น โดยนาย โจว ไต้ ฟุค พ่อค้าเพชรชาวฮ่องกง จนกระทั่งกลายเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว

 

3. Wittelsbach - Graff Diamond

ภาพ : artcash.com

 

     มูลค่า : 80 ล้านดอลลาร์

     จากการค้นพบครั้งแรกที่ประเทศอินเดียในช่วงปี 1600s จนไปถึงข่าวลือที่ว่าจิวเวลรีล้ำค่าชิ้นนี้เคยเป็นสมบัติส่วนพระองค์ของพระราชาฟิลิปที่ 4 แห่งสเปน ก่อนจะตกทอดมาเป็นสินสอดทองหมั้นของพระธิดาในพระองค์อย่าง Magarita Teresa ในงานหมั้นของหล่อนกับจักพรรดิ Leopold I แห่งประเทศออสเตรียในปี 1664 และกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในครอบครองของ Laurence Graff ที่ได้นำเพชรเม็ดนั้นมาเจียระไนใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และท้ายที่สุดจึงถูกส่งต่อให้กับราชนิกุลในราชวงศ์ Qatari ด้วยราคามหาศาลที่ 80 ล้านดอลลาร์

 

2. Peacock Brooch

ภาพ : thejewelleryeditor.com   

 

     มูลค่า : 100 ล้านดอลลาร์

     คงไม่ผิด หากจะกล่าว่านี่คือเข็มกลัดที่มีราคาสูงที่สุดในโลก นอกจากรูปลักษณ์ที่ถูกดีไซน์ให้กลายเป็นรูปนกยูงแสนสง่างาม ที่ใครต่อใครพร้อมจะหยิบมันขึ้นไปไว้บนปกเสื้อยามต้องออกงานกลางคืน ยังรายล้อมไปด้วยเพชรหลากสี ทั้งสีเหลือง, สีส้ม, สีชมพู, สีเขียว และสีขาวใส ที่ตรงกลางคือ Blue Diamond รูปทรงลูกแพร์ ซึ่งปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนครั้งแรกในงานจัดแสดงโชว์ Maastricht’s TEFAF โดยเจ้าพ่อจิวเวลรีคนเดิม Laurence Graff ผู้ก่อตั้ง Graff Diamonds ที่ใครหลายคนรู้จักกันดี

 

1. Hope Diamond

ภาพ : naturalhistory2.si.edu

 

     มูลค่า : 200 - 250 ล้านดอลลาร์

     หากไม่มีโฮปไดมอนด์อยู่ในอันดับ ก็คล้ายว่าจะเป็นอันดับที่ไม่สมบูรณ์  และพวกเราอาจจะ “ต้องคำสาป” ไปตามๆ กัน กับความงามของสีนำเงินเข้มแกมเทาที่พร้อมจะพาให้หลายชีวิตต้องพบกับจุดจบสุดอาถรรพ์ ที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ดินแดนฝรั่งเศสเมื่อ นายฌอง บาปติสท์ ทาร์เวอร์เนีย ได้ซื้อเพชรเม็ดนี้มาจากเหมือง Kollur ประเทศอินเดีย และนำมาถวายให้กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก่อนที่จะถูกเจียระไน และขนานนามให้มันใหม่ว่า “Blue Diamond of the Crown” หรือ “French Blue” เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งอาภรณ์ครั้งออกงานสังคม ก่อนที่จะตกทอดมาสู่พระนางมารีอองตัวแนตต์ และหายสาบสูญไป พร้อมกับการประหารพระนางมารีอองตัวแนตต์ที่กิโยตินกลางกรุงปารีส ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งใหญ่ในปี 1789 แต่ไม่นานโฮปไดมอนด์ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในมือของ Henry Philip Hope ในปี 1830 ก่อนที่เขาจะเจอจุดจบเช่นเดียวกันกับผู้ครอบครองรายอื่น หลังจากนั้น คำสาป ของโฮปไดมอนด์ก็ยังคงตกทอดแบบรุ่นสู่รุ่น จนเมื่อ Harry Winston ตัดสินใจที่จะยุติคำสาปนี้ โดยการซื้อต่อมาจากครอบครัวแมคลีน (ซึ่งได้รับมากจาก Cartiers) และนำไปมอบให้กับสถาบัน “Smithsonian” ณ กรุงวอชิงตัน ให้กลายเป็นสมบัติสาธารณะ  ที่ไม่มีผู้ใดจะสามารถครอบครองเป็นสมบัติส่วนตนได้ 

คีย์เวิร์ด: #Jewelry #Expensive #AllThatGlitters