FASHION

ตาข่ายและงานถักทอ 2 เทคนิคพิเศษที่ Dior สร้างสรรค์จนซึมเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์

     เรื่องเทรนด์เทคนิคการสร้างสรรค์เสื้อผ้าเป็นลูปเป็นเกลียวนั้นเป็นเรื่องจริงในวงการแฟชั่นและในทุกๆ วงการ ความนิยมของรูปแบบเทคนิคทางศิลปะเป็นเรื่องของยุคสมัยอย่างแท้จริง แต่ในปี 2019 ต่อปี 2020 คำว่า “ยุคของ...” คงจะเจือจางลงไปบ้าง เพราะแต่ละคน แต่ละแบรนด์ล้วนหยิบยกเอาเอกลักษณ์ไอเดียสร้างสรรค์มาสแตมป์จุดยืนให้เด่นเป็นสง่าในรูปแบบของตัวเองมากกว่าการตามเทรนด์ของยุคแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราจึงได้เห็นความน่าสนใจของการรังสรรค์ชิ้นงานต่างๆ ผ่านเทคนิคเฉพาะตัว วันนี้ Dior ก็ทำเช่นนั้น งานฝีมือและสไตล์การสร้างสรรค์แอ็กเซสเซอรี่ทำให้เราสะดุดตาเพราะในยุคนี้น้อยมากที่จะหยิบเอาลักษณะของตาข่าย (Fishnet) และ เทคนิคการทอ (Woven) มาเป็นหัวใจหลักของไอเท็มชิ้นสำคัญของแบรนด์

บรรยากาศลุคบนรันเวย์คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 ของ Dior / ภาพ: Vogue Runway

     เมื่อคอลเล็กชั่นล่าสุด (Spring/Summer 2020) ของดิออร์ถึงเวลาอวดโฉมในช่วงต้นสัปดาห์แฟชั่นแห่งปารีส หลายฝ่ายให้ความสนใจกับเรื่อง “Sustainability” ที่แบรนด์หยิบยกประเด็นสำคัญของโลกมาเป็นธีมหลักของโชว์ แต่สิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้จริงๆ คือไอเท็มชิ้นสำคัญทั้งเสื้อผ้า หมวก รองเท้า และแอ็กเซสเซอรี่อื่นๆ ที่เตะตาผู้เขียนและทำให้เพ่งมองจนเกิดคำถามว่า “หมวกและรองเท้าดูพิเศษนะแต่พิเศษอย่างไร” จากข้อสงสัยตรงนี้ทำให้การหาคำตอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น และแล้ววันนี้เราจะมากะเทาะเปลือกกันว่า “ความเหมือนจะธรรมดาที่ไม่ธรรมดานั้นคืออะไรกันแน่”             

รองเท้าบู๊ตคู่ซิกเนเจอร์ในโชว์คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 / ภาพ: Vogue Runway

     “ความลงตัวระหว่างความซับซ้อนของเทคนิคการออกแบบ สภาพอากาศ และการผสมผสานไอเดีย” คือคำนิยามของรองเท้าตาข่ายของดิออร์ เมื่อผู้หญิงมองหารองเท้าตาข่ายมักพบกับรองเท้าประเภทส้นเตี้ยหรือส้นสูงประดับตาข่ายเป็นส่วนใหญ่ แต่น้อยมากที่จะมีการเลือกเอารองเท้าบู๊ตมาผสมผสานกับเทคนิคการสร้างสรรค์รองเท้าแบบนี้ เมื่อนึกถึงตาข่ายกับความยาวระดับสูงเหนือเข่าหรือเลยมาถึงระดับต้นขาคนก็มักจะมองหาถุงน่องเสียมากกว่า แต่บู๊ตระดับหน้าแข้งและระดับเข่าที่มีดีเทลตาข่ายนั้นหายากมาก และแล้วดิออร์ก็จัดการปิดช่องโหว่การพลิกแผ่นดินหาด้วยรองเท้าบู๊ตที่ใส่รายละเอียดความทะมัดทะแมงได้อย่างครบถ้วน แต่ก็ไม่ลืมใช้ลูกเล่นตาข่ายสำหรับคอลเล็กชั่น Spring/Summer เพื่อปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศและสร้างความแตกต่างจากรองเท้าบู๊ตทั่วไป ในขณะเดียวกันก็ยังมีรองเท้าหลายรูปแบบของแบรนด์ที่ใช้รายละเอียดตาข่ายเป็นจุดเด่นอีกหลายรูปแบบอีกด้วย

ดีเทลตาข่ายในคอลเล็กชั่นต่างๆ ของ Dior / ภาพ: Vogue Runway

     เชื่อไหมว่าเทคนิคการใช้ตาข่ายเป็นซิกเนเจอร์ของดิออร์ในคอลเล็กชั่นสำหรับฤดูร้อนตอนช่วงหลังๆ เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2018 เป็นต้นมาดิออร์เลือกใช้เทคนิคนี้มาสร้างความโดดเด่นให้กับลุคได้อย่างน่าสนใจ ถ้าเป็นส่วนรองเท้าในคอลเล็กชั่นล่าสุดมีการเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานให้เรียบง่ายและดูทรงพลัง เพราะฉะนั้นการแมตช์เข้ากับเสื้อผ้าที่มีความสบายทั้งกางเกงขาสั้น เสื้อเชิ้ต หรือซัมเมอร์แจ๊กเก็ตถือเป็นการบาลานซ์ลุคให้ลงตัวแบบพอดิบพอดี ในขณะที่หากเป็นบู๊ตคลาสสิกยาวระดับเข่าใส่รายละเอียดตาข่ายซี่เล็ก จะถูกแมตช์เข้ากับลุคที่มีความซับซ้อนขึ้นอีกสักนิด เพราะตาข่ายที่ค่อนข้างเล็กให้อารมณ์เป็นลูกผสมของรองเท้าและถุงน่องเพราะฉะนั้นจะสะท้อนกลิ่นอายความเฟมินีนออกมาได้มากกว่าและสร้างสรรค์ลุคที่เป้นผู้ญิ้ง ผู้หญิงมากขึ้น ปิดท้ายด้วยตาข่ายในรายละเอียดเสื้อผ้าที่ทำให้ดิออร์ขยายขีดจำกัดของเรื่องรายละเอียดบนรันเวย์ได้กว้างขึ้น ดีเทลต่างๆ ถูกสอดแทรกไปด้วยลูกเล่นเสมอแม้แต่ไอเท็มชุดกระโปรงเรียบง่ายตาม

หมวกสานหลายรูปแบบในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 ที่ผ่านมา / ภาพ: Vogue Runway

     พอเขยิบจากเรื่องตาข่ายมาถึงเรื่องสิ่งทอและเทคนิคการสานกันบ้าง งานหัตถกรรมเหล่านี้คนไทยคุ้นเคยกันดีกับงานหัตถกรรมพื้นถิ่นในท้องที่ต่างๆ แต่ทว่าสำหรับหลายวัฒนธรรมทั่วโลกเทคนิคการสานเหล่านี้นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและน่าตื่นเต้นเสมอ ดิออร์จึงนำความตื่นเต้นนั้นมาสอดแทรกในคอลเล็กชั่นได้อย่างน่าสนใจ อะไรที่ดูเรียบง่ายแต่สอดแทรกด้วยลูกเล่นพร้อมล้อไปกับเทรนด์ธรรมชาติย่อมเป็นที่จับตามองและนั่นก็ตรงจุดประสงค์หนึ่งของการทำให้แบรนด์ถูกพูดถึง แต่แน่นอนว่าระดับห้องเสื้อชื่อดังจากฝรั่งเศสการถูกพูดถึงเพียงเพราะความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังเพียงอย่างเดียว เพราะแบรนด์ต้องแตกต่างอย่างมีคุณภาพด้วยนั่นเอง จึงเป็นที่มาของหมวกสานในคอลเล็กชั่นล่าสุดทั้งสีเบจธรรมชาติและสีดำซึ่งเข้ากับธีมหลักของโชว์ และที่สำคัญหมวกยังสร้างเสริมให้ลุคแต่ละลุคมีมิติเพิ่มมากขึ้น กลิ่นอายเฟมินีนแบบหญิงสาวชาวไร่สมัยก่อนถูกนำเสนออย่างวิจิตรบรรจง ความงดงามของหมวกสานเหล่านี้เองที่คอมพลีตลุคและสามารถการันตีได้ว่าชาวไร่แบบดิออร์ในเส้นทางทศวรรษใหม่ช่างเก๋เสียจริงเลย

กระเป๋าที่ใช้เทคนิคความประณีตสูงในการทำของ Dior ตั้งแต่อดีต / ภาพ: The Luxury Closet, Dior, และ Joji Closet

     แต่เทคนิคการสานและทอของดิออร์ไม่ได้ผ่านมาและผ่านไป แต่สิ่งเหล่านี้ซึมเข้าอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด ย้อนกลับไปหลายสิบปีเราก็ยังเห็นเทคนิคการสานหนังของกระเป๋าดิออร์อย่างสม่ำเสมอ และตอนนี้ไอเท็มเหล่านั้นก็กลายเป็นของวินเทจมูลค่ามหาศาลเพราะเอกลักษณ์ของการเลือกหนังและลูกเล่นในการสานทำให้ดิออร์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ความละเอียดลออในการรังสรรค์ไอเท็มงานสานต่างๆ ยังถูกสืบทอดรากฐานความประณีตมาสู่ไอเท็มชิ้นต่างๆ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นกำไลข้อมือสาน แอ็กเซสเซอรี่ชิ้นเด็ดที่แฟนของแบรนด์ต้องมี และความละเอียดของกระเป๋ารุ่น Book Tote ส่วนหนึ่งก็มีรากฐานจากความละเอียดยิบของเทคนิคสานจากห้องเสื้อนี้แต่โบราณนั่นเอง เพราะฉะนั้นความใส่ใจในรายละเอียดทั้งเรื่องตาข่ายและงานหัตถกรรมของดิออร์คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของความงดงามที่หลายคนอาจมองข้ามไป “ความสวยงามจะไปไหนได้ถ้าเราใส่ใจกับความวิจิตรบรรจง” ผู้เขียนขอนิยามพร้อมยกย่องให้กับความพิเศษในด้านนี้ของดิออร์

คีย์เวิร์ด: #Dior