FASHION

เจาะลึกแรงบันดาลใจพร้อมพูดคุยกับคู่หูดีไซเนอร์เจ้าของ Boll and Rava และ ACE Denim

ล้วงลึกแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของสองคู่หูดีไซเนอร์

“When Formal Gets Comfortable” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกนประจำแบรนด์ Boll and Rava เพียงเท่านั้น หากมันคือเมล็ดพันธุ์ที่เพาะรากเป็นต้นกล้าสู่ต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดในปัจจุบันที่เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของแบรด์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่างหาก โบลล์แอนด์ราวา กำเนิดขึ้นจากสองคู่หูเพื่อนสนิทอย่าง กิลโยม ราวา (Guillaume Rava) ชาวฝรั่งเศส และ แบร์ทรันด์ โบลล์ (Bertrand Boll) ชาวสวิตเซอร์แลนด์ กับความต้องการที่จะผลักดันเรื่องราวการเดินทางของสุภาพบุรุษที่ยังคงดูดีหากมั่นใจและกระชับกระเฉงตลอดการเดินทาง

 

เรื่องราวการกำเนิดแบรนด์เริ่มต้นเพียงบทสนทนาง่ายๆ เมื่อคู่หูหนุ่มได้รับคำชมไม่หยุดปากว่าชุดสูทที่ทั้งคู่สวมใส่นั้นทั้งดูดีแถมไม่มีรอยยับแม้ผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน คำชมเรียบง่ายหากแฝงไปด้วยแรงผลักดันที่เปรียบเหมือนน้ำใสๆ รินรดลงบนต้นกล้าต้นจิ๋ว ทำให้ทั้งคู่ถือเอาสิ่งนี้แหละเป็นสัญญาณบางอย่างพร้อมเริ่มก่อร่างสร้างแบรนด์ขึ้นอย่างจริงจัง โดยหัวใจหลักที่มีคือความ Formal และ Casual ผสมผสานกัน พร้อมใส่ความเป็นสุภาพบุรุษนักเดินทางอย่างที่ทั้งสองชอบท่องเที่ยวหาแรงบันดาลใจลงไปในแบรนด์อีกด้วย

ซ้ายไปขวา: กิลโยม ราวา (Guillaume Rava) และ แบร์ทรันด์ โบลล์ (Bertrand Boll)

2015 คือปีอย่างเป็นทางการสำหรับการก่อตั้งแบรนด์ จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้วที่สองหนุ่มยังคงเดินหน้าทำคอลเล็กชั่นออกมาอย่างไม่ขาดสาย และสำหรับคอลเล็กชั่นล่าสุดเกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ Flash & Light ที่นำเสนอความโดดเด่นของการใช้สีเหลืองนีออนมาประดับตกแต่งและสอดแทรกอยู่ในรายละเอียดต่างๆ ทั้งบนแจ็กเกต เบลเซอร์ หรือแม้แต่ตัวกางเกงรวมไปถึงแท็กแบรนด์ที่ด้านใน และแน่นอนว่ายังคงคอนเซปต์หลักของแบนด์อย่างการเป็นสุภาพบุรุษนักผจญภัยอยู่เช่นเดิม ซึ่งคอลเล็กชั่นนี้เราจะเห็นได้จากเบลเซอร์และกางเกงผ้าวูล 5 ส่วนที่เรียกว่าใส่ตัวเดียวเที่ยวได้ทุกที่ ถ้าคุณแต่งตัวมาพร้อมตั้งแต่บนเครื่องบิน หลังแลนดิ้งถึงที่หมายก็สามารถเข้าประชุมงานต่อได้ทันที หรือจะเลือกเดินเที่ยวในเมืองต่อก็ย่อมได้โดยที่กางเกงหรือแม้แต่เสื้อจะไม่ทิ้งรอยยับเอาไว้ให้เห็น มาพร้อมสีสันฉูดฉาดของรายละเอียดที่ช่วยเสริมความมั่นใจและโดดเด่นให้กับคาแรกเตอร์ได้อย่างชัดเจน

คอลเล็กชั่นจาก Boll and Rava

หากรายละเอียดที่โบลล์แอนด์ราวามอบให้เสื้อหนึ่งตัวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากเนื้อผ้าที่ต้องมีคุณภาพดีและแฮนด์เมดจากอิตาลีแล้วนั้น ยังต้องเป็นเนื้อผ้าที่เหมาะมากๆ กับอากาศร้อนๆ เพราะความเบาสบายของเนื้อผ้าจะช่วยให้ตัวเราแห้งสบายและไม่ร้อนเหนอะหนะ รวมไปถึงแผ่นกันเหงื่อใต้วงแขนที่เขาบอกว่าทำมาจากเนื้อผ้าเดียวกันกับที่ใช้ทำกางเกงชั้นในจึงนุ่มนวลและซับเหงื่อได้ดีเยี่ยม แถมเวลาซักก็ไม่ทิ้งคราบเหงื่อให้เห็นแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณสุภาพบุรุษได้รู้สึกมั่นใจไร้กังวลมากขึ้นนั่นเอง

กางเกงยีนส์เดนิมแบรนด์ ACE Denim

นอกเหนือไปกว่านี้คู่หูนักออกแบบยังนำเสนออีกหนึ่งแบรนด์ในเครือเดียวกันอย่าง เอส เดนิม (Ace Denim) กับสโลแกนประจำแบรนด์แบบ “On size fit all” แบรนด์ที่ใส่ใจในคุณภาพพร้อมความต้องการที่จะคงหัวใจหลักของความเป็นยีนส์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความสมบุกสมบัน หรือแม้กระทั้งการเติมกลิ่นอายความเป็นแมสคิวลีนในโรงงานที่อัดแน่นไปทั่วทุกอณู ด้วยกางเกงยีนส์นั้นนิยมสวมใส่กันมากในชนชั้นแรงงานสมัยโบราณเพราะความคงและทนทาน ซึ่งก็จะเห็นได้ชัดจากกางเกงยีนส์เนื้อแข็ง พร้อมการตกแต่งด้วยหมุดโลหะสีทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงตัวกระดุมและซิปต่างๆ เพิ่มความสนุกสนานและทันสมัยมากขึ้นด้วยเทคนิคการฟอกสียีนส์ และการตกแต่งตามตะเข็บหรือดีเทลการเพ้นท์ตัวกระเป๋าด้านใน รวมไปถึงโลโก้ของแบรนด์ที่ไม่ได้ติดอยู่ที่กระเป๋าหลัง แต่ปักอยู่ที่ชายกางเกงด้านล่างแทน พูดง่ายๆ ว่ายีนส์หนึ่งตัวอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดจากแบรนด์และพกเอาความเป็นต้นตำรับของยีนส์เอาไว้ได้อย่างล้นหลามที่ต้องเรียกว่านี่แหละ The ACE of Denim

 

หากการได้เห็นและสัมผัสเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นทั้งจาก โบลล์ แอนด์ ราวา และ เอส เดนิม คงยังไม่ได้ทำให้เรารู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังมากเท่าที่ควร King Power จึงได้หยิบยื่นโอกาสสัมภาษณ์ครั้งนี้ให้กับโว้กประเทศไทยได้สัมภาษณ์สุดพิเศษกับทั้งสองคู่หูดีไซเนอร์กันในช้อปของแบรนด์ Boll and Rava และ ACE Denim กันที่ King Power รางน้ำ เพื่อให้เราได้เข้าใจถึงตัวตนและการนำเสนอของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น

คู่หูดีไซเนอร์ภายในช้อปแบรนด์ Boll and Rava ณ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ

หัวใจหลักที่แบรนด์ยังคงความสดใหม่ตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้

เวลาคุณท่องเที่ยวคุณมักจะได้พลังงานสดใหม่ที่ทำให้มีชีวิตชีวา เราก็พยายามที่จะถ่ายทอดมันลงไปในผลงานของเรา หลังจากจบคอลเล็กชั่นแล้วเรามักจะมองหาเนื้อผ้าแบบใหม่ วิธีการทำแบบใหม่ ประสบการณ์ใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ๆ ตอนแรกที่เราเริ่มทำมันก็สดใหม่แหละ ซึ่งตอนนี้เราก็ยังคงเก็บรายละเอียดเหล่านั้นเอาไว้ พวกจุดเล็กจุดน้อยต่างๆ แต่ตอนนี้มันก็เข้ากับปัจจุบันมากขึ้น เราก็ยังเน้นความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเราคิดว่าดีไซเนอร์ทุกคนก็คงหันกลับมามองจุดเริ่มต้นนั่นแหละว่าอะไรมันดีสำหรับแบรนด์เราและจะพัฒนามันไปได้ในทิศทางไหนได้บ้าง ถ้าคุณชอบตัวที่ออกแบบตัวนี้ใส่สบายก็จบ ครั้งหน้าคอลเล็กชั่นใหม่เขาก็จะทำแบบนี้แค่พัฒนาเพิ่มมากขึ้น

กางเกงยีนส์ ACE Denim กับลูกเล่นดีเทลมากมายที่ซ่อนอยู่

Boll and Rava และ ACE Denim มักมีลูกเล่นเสมอ ใช้วิธีอย่างไรในการนำเอาแอ็กเซสเซอรี่เหล่านี้มา Compliment ตัวคอลเล็กชั่น

“Small detail make the best personality from” รายละเอียดเล็กน้อยจะช่วยทำให้คาแรกเตอร์ผู้สวมใส่นั้นดูดีอยู่เสมอ ดังนั้นเราพยายามทำให้มันออกมาในแบบที่เรียกว่าชื่นชมตัวคอลเล็กชั่นมากกว่าที่จะเอามาใส่เยอะๆ ให้แย่งซีนหรือโดดขึ้นมา โดยเราเลือกใช้ทั้งสีสันสมัยใหม่ หรือแม้แต่การเลือกใช้เนื้อผ้าก็ตาม

 

การนำวิถี “ความยั่งยืน” เข้ามาปรับใช้กับแบรนด์

ความยั่งยืนตอนนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจมากและสำคัญมากที่สุด แน่นอนแหละว่าเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างพวกมลพิษหรือสิ่งที่ทำร้ายโลก เรานั่งเครื่องบิน ใช้น้ำมัน แต่การมีส่วนร่วมของเราคือ การทำเสื้อผ้าให้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มทุนที่สุด เรายังคงพยายามสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้ออกไปให้ได้มากที่สุด ตอนนี้ทุกแบรนด์ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้มากๆ เลยนะ อย่างแท็กแบรนด์ของเราคุณก็สามารถที่จะสแกนแล้วรู้ข้อมูลได้เลยว่ามันเป็นเนื้อผ้าแบบไหนผลิตจากที่ไหนบ้าง ซึ่งมันทำให้เราควบคุมการผลิตและแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ได้ รวมไปถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย

 

การแบ่งหน้าที่ในการทำคอลเล็กชั่นแต่ละครั้ง

เราทำทุกอย่างด้วยกันหมด ทุกการตัดสินใจว่ามันจะดีต่อตลาดตอนนี้ไหม การดีไซน์ เราคุยเหมือนถกกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นและพยายามแก้ปัญหามัน เพราะฉะนั้นก่อนที่คอลเล็กชั่นจะออกมาเราต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาดแล้วว่ามันจะดี ซึ่งมันดีมากกับการได้รับความเห็นของอีกฝ่าย เราแชร์ไอเดียใหม่ๆ กัน ถ้ามีความคิดไม่ตรงกันเมื่อไหร่ เราก็จะพยายามหาเหตุผลมาชั่งน้ำหนักว่ามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เวลาเราได้ไอเดียใหม่ๆ มาเราต้องคิดเป็นกระบวนการว่าเราจะทำได้อย่างไรบ้าง ใครจะเป็นคนใส่มัน สำคัญมากที่เราจะต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน แล้วปรึกษากันตลอดว่าถ้าทำแบบนี้ใครจะใส่

เสื้อเบลเซอร์ผ้าวูลที่ด้านในมีแผ่นซับเหงื่อบริเวณรักแร้ช่วยให้แห้งไว

ไปมาแล้วหลายประเทศมาก ตอนนี้อยู่ที่ประเทศไทยได้แรงบันดาลใจจากประเทศไทยบ้างไหม

เราได้หลายอย่างเลย ประเทศไทยเต็มไปด้วยแสงสีและชีวิตชีวา ตอนกลางคืนสวยมาก เราได้รับพลังที่ล้นเหลือของคนที่นี่ เรามักได้ไอเดียจากการไปทริปต่างๆ เช่น เราได้ไอเดียเสื้อเชิ้ตจากความเป็น Electric City ของที่นี่ เพราะเราอยากได้อะไรที่มันแห้งเร็ว จึงเอามันมาใส่ในคอลเล็กชั่นพวกแจ็กเกตต่างๆ หรือนวัตกรรม Quick Dry ก็ตาม หลักๆ เลยคือความมีชีวิตชีวา ความมีสีสัน ที่สำคัญเลยคือเราต้องผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเข้ากับความเป็นโมเดิร์นได้ดี ซึ่งเราต้องนำเสนอออกมาให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อผ้าได้ เพราะแค่พูดออกมาบางทีมันไม่เห็นเรื่องราว อย่างของประเทศไทยเน้นเรื่องเนื้อผ้าที่แห้งไวด้วยอากาศที่นี่ค่อนข้างร้อน

 

ความสนุกของการเป็นดีไซเนอร์

ทุกอย่างเลย เพราะเราไม่ได้ทำงาน เราใช้ชีวิต We’re not working we’re living เราตื่นขึ้นมาได้ทำสิ่งที่ชอบเราจะไม่รู้สึกว่ามันคือการทำงาน จริงๆ คือเราชอบทุกอย่าง เราชอบการเดินทาง เราชอบดีไซน์ เราชอบที่จะแวดล้อมอยู่ในสถานที่สวยงามที่มีพลัง เราชอบที่จะนำเสนอและครีเอตไอเดียต่างๆ สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเป็นดีไซเนอร์คือการสร้างคอนเซปต์ เรารู้ว่าเราจะช่วยสร้างบุคลิกภาพของคนคนนึงให้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะภาพลักษณ์ภายนอกบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างมาก เราจึงอยากที่จะสร้างสิ่งที่ช่วยฟิตคนคนนึงให้ออกมาได้อย่างดูดี มันคือวิสัยทัศน์ที่เราตั้งเป้ามาโดยตลอด มันคือความภาคภูมิใจและความสุขที่เราได้เห็นคนคนนึงสวมใส่คอลเล็กชั่นของเราแล้วมันออกมาดูดีนั่นแหละ

Tips

สำหรับการสไตลิ่งชุดให้ดูเนี๊ยบ เท่ แต่ยังคงความเป็นแคชชวลที่สองหนุ่มดีไซเนอร์อยากฝากไว้ให้กับชายไทยนั้นง่ายมากๆ คืออย่างแรกไม่จำเป็นต้องใส่แบรนด์ตั้งแต่หัวจรดเท้าเราสามารถมิกซ์แบรนด์ได้ อาจจะเริ่มง่ายๆ ด้วยการลองจับคู่เสื้อเชิ้ตขาวแบบไหนก็ได้เข้ากับกางเกงที่แคชชวลอย่างกางเกงรุ่น Traveller Pants extra-fine wool & silk จาก Boll and Rava และเพิ่มแอ็กเซสเซอรี่อย่างกระเป๋าหนังถือ เท่านี้ก็ได้ลุคที่ทั้งดูเท่ คูล และแคชชวลไปพร้อมๆ กันแล้ว  

 

ความใส่ใจพิถีพิถัน ความภาคภูมิใจ และความเชื่อมั่นในฝีมือการออกแบบของตัวเองเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ทั้ง กิลโยม ราวา และ แบร์ทรันด์ โบลล์ สามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างลงตัวและสวยงาม สัมผัสเรื่องราวการการเดินทาง ความใส่ใจ และความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าของทั้งสองที่ได้ที่แบรนด์ Boll and Rava ณ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ และแบรนด์ ACE Denim ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, ภูเก็ต และคิง เพาเวอร์ มหานคร