Vitamin 101 วิตามินในสกินแคร์มีกี่ประเภท เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา

เทคนิคการเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินต่างๆ

หนึ่งส่วนผสมที่สำคัญในสกินแคร์คือ "วิตามิน" ซึ่งเป็นรู้กันว่าวิตามินมีหลายชนิดและสามารถบำรุงผิวได้ตั้งแต่ภายในไปจนถึงภายนอก โว้กบิวตี้พามาทำความรู้จักกับวิตามินชนิดต่างๆ พร้อมแนะนำวิธีการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน

 

  • Vitamin A

เรตินอลเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอที่อยู่ในกลุ่มเรตินอยด์ จะช่วยเสริมการหมุนเวียนของเซลล์โดยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้รูขุมขนกระชับซึ่งจะป้องกันการเกิดสิวและลดรอยจุดด่างดำ นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนของผิว โดยปกติแล้วร่างกายจะผลิตคอลลาเจนจำนวนมากตามธรรมชาติ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผิวดูอ่อนเยาว์และอวบอิ่ม จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับโทนสีผิวไปในตัวด้วย



1 / 2

Redermic R Retinol Moisturizer จาก La Roche-Posay (ราคา 2,100 บาท)




2 / 2

Vitamin A Serum จาก Mad Hippie (ราคา 1,580 บาท)


  • Vitamin B

วิตามินบีสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ได้แก่ B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9 และ B12 ซึ่งมีประโยชน์ครบวงจรสำคัญร่างกาย แต่ที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์คือ วิตามินบี 3 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ "ไนอาซินาไมด์" ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูให้เกราะป้องกันความชุ่มชื้นของผิวทำงานได้เต็มที่ ส่งเสริมอีลาสตินซึ่งช่วยให้ผิวเต่งตึงและเรียบเนียน และ วิตามินบี 5 หรือ "แพนทีนอล" มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบของผิว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างล้ำลึก เป็นกลุ่มวิตามินที่น่าสนใจไม่แพ้วิตามินอื่นๆ



1 / 2

B3Adaptive Superfoods Barrier Repair Face Cream จาก Dr.Dennis Gross (ราคา 2,530 บาท)




2 / 2

Power B Revitalising & Clearing จาก Zelens (ราคา 4,250 บาท)


  • Vitamin C

วิตามินซี ประกอบด้วยสารสำคัญอย่าง "กรดแอสคอร์บิก" เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง จึงสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ได้ นอกจากนี้ข้อดีสำคัญคือช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น ลดรอยจุดด่างดำที่เกิดจากสิวและความหมองคล้ำต่างๆ ได้



1 / 2

Vitamin-C Tonic จาก PIXI (ราคา 590 บาท)




2 / 2

Vitamin Nectar Glow Juice Antioxidant Face Serum จาก Fresh (ราคา 1,200 บาท)


  • Vitamin D

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่่าร่างกายเรายังสามารถสร้างขึ้นเองได้เมื่อถูกแสงแดดช่วงก่อน 9 โมงเช้าและตอนเย็น ดังนั้นจึงควรสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ อย่างน้อยวันละ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง นอกจากนี้เรายังสามารถได้รับการบำรุงจากสกินแคร์ได้ด้วย เพราะมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่างๆ ช่วยชะลอวัยของผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อยวัยอันควร



1 / 2

Emerald Deep Moisture Glow Oil จาก Herbivore Botanicals (ราคา 1,600 บาท)




2 / 2

Superfood Vital Veggie Mask จาก Elemis (ราคา 1,350 บาท)


  • Vitamin E

เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารและการบำรุงผิว ในเรื่องของการบำรุงผิวนั้น วิตามินอีถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ที่สำคัญยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น แลดูสุขภาพดีด้วย



1 / 2

Take The Day Off Cleansing Balm จาก Clinique (ราคา 1,600 บาท)




2 / 2

Care & Repair Face Mask จาก Dr.Spiller (ราคา 1,550 บาท)


  • Vitamin F

สามารถพบใน "กรดเลโนอิก" หรือ "กรดไขมันโอเมก้า 6" และ "กรดเลโนไลอิก" หรือ "กรดไขมันโอเมก้า 3" นั่นเอง ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ฟื้นฟูผิวถูกทำร้ายด้วยการปลอบประโลมผิว ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งหยาบกร้าน



1 / 2

Light Work Rosehip Fruit Extract Cleansing Oil จาก Pai (ราคา 1,850 บาท)




2 / 2

F-Balm™ Electrolyte Waterfacial Hydrating Mask จาก F-Balm™ Electrolyte Waterfacial Hydrating Mask จาก Drunk Elephant (ราคา 2,030 บาท)


  • Vitamin K

บอกลาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยด้วยวิตามินเค เพราะมีหน้าที่ช่วยเสริมสร้างและรักษาระดับโปรตีนในผิวหนัง จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ รวมถึงปัญหารอบคล้ำใต้ตาที่ใครหลายคนกำลังประสบพบเจอ เพราะจะช่วยรอยคล้ำใต้ตาดูจางลงและฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการอักเสบของผิวและรักษาอาการเส้นเลือดขอด ใครที่มีปัญผิวแตกลายควรมองหาส่วนผสมชนิดนี้ไว้



1 / 2

The Eye Recovery Serum จาก Evidens (ราคา 8,070 บาท)




2 / 2

Overtime Mask จาก Summer Fridays (ราคา 2,100 บาท)


ภาพ : Courtesy of the brands

คีย์เวิร์ด: vitamin skincare ingredient