เพราะสกินแคร์ที่มีไม่ได้ดั่งใจ คุยกับผู้ก่อตั้ง ‘Drunk Elephant’ จากแม่บ้านสู่นักธุรกิจพันล้าน

เพื่อหาทางให้คนที่มีปัญหาผิว และเชื่อว่าทุกคนสามารถมีผิวที่ดีอย่างยั่งยืนได้

พูดคุยกับเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ที่อยากจะเปลี่ยนผิวของผู้ใช้ พร้อมเอกลักษณ์และจุดแข็งที่ไม่เหมือนใคร Tiffany Masterson ผู้ก่อตั้ง Drunk Elephant กับความมุ่งมั่นในการสร้างสกินแคร์เพื่อให้ผู้ใช้มีผิวที่ดีขึ้น ตัดส่วนผสมที่ทำร้ายผิว เพื่อการสร้างผิวที่ดีและแข็งแรงแบบยั่งยืน พร้อมกับแรงบันดาลใจและเส้นทางจากการเป็นแม่บ้านลูกสี่ สู่ธุรกิจสกินแคร์ระดับพันล้าน เพราะเธอเชื่อในเส้นทางที่แตกต่างและสัญชาตญาณของตัวเอง...ถึงแม้หลายคนจะบอกให้เธอหยุดและทำในสิ่งที่ใครต่อใครก็ทำกันแทน

 

VB : ก่อนอื่นอยากให้คุณเล่าให้ฟังถึงเส้นทางจากการเป็นแม่บ้าน สู่การเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอุตสาหกรรมความงาม

Tiffany : ก่อนที่จะเริ่มทำ Drunk Elephant นั้น ฉันเป็นคุณแม่ลูกสี่ ที่ตอนแรกก็เริ่มขายแค่สบู่ล้างหน้ายี่ห้อที่คนเขากำลังนิยมกัน แต่แถมมาด้วยการอ้างถึงคุณสมบัติที่เกินจริง ถึงแม้สุดท้ายแล้วฉันค้นพบว่าสบู่ล้างหน้าที่ฉันขายนั้นมันก็เวิร์กจริงแหละ แต่เป็นเพราะแค่เขาไม่ใส่ส่วนผสมอะไรที่ระคายเคืองผิวอย่าง เอสเซนส์เชียลออยล์ น้ำหอม แอลกอฮอล์ และซิลิโคน เลยทำให้ฉันได้เข้าใจว่าผิวเราไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้เพื่อที่จะได้กลับไปมีสุขภาพผิวที่แข็งแรง สุดท้ายฉันก็ใช้ความรู้ความเข้าใจมาสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ของฉันเอง รวมถึงเอาความรู้ที่มีนั้นได้ช่วยคนอื่นต่อไป 

"การที่ฉันมาจากนอกอุตสาหกรรมความงามนั้น ถือเป็นประโยชน์กับฉันมาก ฉันมีความตั้งใจที่ไม่มีเหมือนใคร ฉันไม่ถูกอิทธิพลจากแบรนด์ความงามที่มีอยู่แล้วครอบงำ หรือแม้กระทั่งเทรนด์ต่างๆ เองก็ตาม ฉันอยู่ในที่ของฉันและเลือกทำอะไรตามความตั้งใจของฉันเอง"

ฉันคิดว่าการที่ฉันมาถึงจุดที่สำเร็จได้ในการเดินทางนี้ เป็นเพราะเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ฉันรู้ว่าฉันต้องการทำอะไร และฉันรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน มันอาจจะน่ากลัวนะ ฉันต้องปฏิเสธโรงงงานผลิต คนคิดค้นสูตร แม้กระทั่งบริษัทที่ผลิตแพ็กเกจจิ้ง ที่ไม่สามารถคิดนอกกรอบได้ บางทีพอฉันฟีดแบคสิ่งที่ฉันต้องการกลับไป พวกเขาก็กลับมาพร้อมสิ่งมีอยู่แล้วในตลาด “ทุกคนก็ทำแบบนี้ คุณก็น่าจะทำแบบนี้เหมือนกันนะ” หลายคนไม่กล้าจะก้าวออกมาและอยู่แค่ในเซฟโซน เมื่อคุณเป็นบริษัทเล็กๆ เขาก็มองคุณเป็นแค่บริษัทเล็กๆ เขาไม่ได้เข้าใจในสิ่งคุณต้องการจริงๆ ฉันอยากให้ลูกค้าในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าเขาน่าจะต้องการ บางทีคุณเคยชินการสกินแคร์ที่มีกลิ่นหอม ถึงแม้ส่วนผสมเหล่านั้นจะไม่ดีต่อผิวคุณ คุณก็คิดไปแล้วว่ามันโอเค ฉันต้องพยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้คนรอบตัวฉัน ว่าการทำสิ่งใหม่ที่ต่างออกไปมันเป็นเรื่องดีนะ บางทีสิ่งเหล่านั่นดีกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่เสียอีก ฉันสนใจแค่ว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาต้องช่วยเปลี่ยนผิวคนได้จริงๆ 

VB : อะไรคือแรงดาลใจและเหตุผลในการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ขึ้น

Tiffany : ก่อนที่ฉันเริ่มพัฒนา Drunk Elephant ฉันมีปัญหาผิวหลายแบบ ทั้งเรื่องของผิวผสม ความมันตรงทีโซน ผิว“แพ้ง่าย”(ฉันเคยเชื่อว่าแบบนั้น) บางช่วงก็มีปัญหาสิว รวมถึงเรื่องของผิวไม่สมดุล ผิวหนังอักเสบโรซาเซีย รูขุมขนกว้าง ฉันเป็นมาหมดแล้ว ฉันเองหงุดหงิดกับการที่ต้องเปลี่ยนแบรนด์สกินแคร์ไปเรื่อยๆ เพื่อตามหาอะไรที่มันได้ผลจริงๆ แต่ก็ไม่มีอะไรที่ได้ผลดีขนาดนั้น ต่อให้มันได้ผล...ก็ไม่ถาวร ฉันเลยเริ่มศึกษาเรื่องของส่วนผสมอย่างจริงจัง ว่ามันให้ผลลัพธ์ต่อผิวอย่างไรได้บ้าง สุดท้ายฉันก็ได้ส่วนผสม 6 อย่างที่ฉันคิดว่าเป็นรากฐานของปัญหาผิว ฉันเรียกมันว่า "The Suspicious 6" (ส่วนผสมทำร้ายผิว 6 อย่าง) พอฉันตัดส่วนผสมที่น่าสงสัยเหล่านี้ออกจากรูทีน ผิวของฉันกลับไปอยู่ในสภาพที่เกลี้ยงเกลา แข็งแรง และสมดุล แต่ที่โชคร้ายคือฉันไม่สามารถหาผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากส่วนผสมต้องสงสัย 6 อย่างนี้ได้ สุดท้ายฉันเลยตัดสินใจทํามันขึ้นมาเอง

เวลาที่ผิวต้องเผชิญกับสิ่งระคายเคือง ความเสียหายอาจจะมาในรูปแบบที่มองไม่เห็น แต่มันจะถูกสะสมไปเรื่อยๆ จนผิวเริ่มมีปฏิกิริยาเวลาเจอสิ่งที่ไม่ปกติ ทำให้เราเชื่อว่า “เรามีผิวที่บอบบางแพ้ง่าย” แต่จริงๆ แล้วผิวเราแค่อาจจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ไวขึ้นเท่านั้นเอง ฉันได้คัดแยกส่วนผสมที่ได้ผลดีที่สุดทั้งแบบธรรมชาติ และแบบสังเคราะห์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวโดยตรง ฉันคิดค้นสูตรของผลิตภัณฑ์โดยใช้สารออกฤทธิ์ที่มีความเข้มข้นสูง แต่ยังคงระดับค่า pH ที่ยังเป็นมิตรต่อผิวไว้ได้

"ฉันต้องการให้ Drunk Elephant เป็นทางออกของผิวที่สมบูรณ์แบบ ฉันตั้งใจศึกษาว่าวิธีการบำรุงผิวที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างไร และอะไรที่จะช่วยรีเซตผิวให้กลับไปสู่จุดที่แข็งแรงที่สุดได้ การที่เราสามารถสร้างสกินแคร์ที่ทําให้ผู้ใช้สามารถออกจากบ้านแบบไม่แต่งหน้าได้เป็นเรื่องที่ฉันและทางทีมให้ความสำคัญมาก"

ฉันปล่อยไลน์สินค้าออกมาในปี 2013 โดยมีผลิตภัณฑ์ 6 ตัว Juju, Pekee, Umbra Sheer, C-firma, TLC Framboos และ Marula มันเป็นระบบที่เรียบง่าย โดยมีแคลนเซอร์อยู่สองตัว (อันหนึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิว อีกอันหนึ่งไม่) มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมวิตามินซีถึง 15% ที่ฉันเชื่อว่าควรถูกใช้ทุกวันเพื่อปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ มีออยล์เพิ่มความชุ่มชื่น มีครีมกันแดดแบบสะท้อนรังสี และผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวในกลุ่มของ AHAs มีส่วนผสมของ Glycolic 12% ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแต่ได้ผลจริง จากจุดนี้ฉันได้เพิ่มผลิตภัณฑ์เข้าไปในไลน์ของเราตามที่ฉันรู้สึกว่ามันขาดหายไปจากรูทีนของฉันเอง

VB :  คุณคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของ Drunk Elephant

Tiffany : ความเรียบง่ายคือจุดแข็งของเรา มันเป็นอะไรที่คนนั้นไม่ค่อยทำกัน บริษัทของเราพยามยามสร้างพื้นที่สำหรับคนที่สิ้นหวังในการหาทางออก ลูกค้าของเราบางคนถูกวินิจฉัยว่าเป็นคนผิวแพ้ง่าย เป็นสิว แต่จริงๆ แล้วผิวพวกเขากำลังสับสนและถูกทำให้ระคายเคือง เพราะสิ่งที่พวกทาลงไปบนผิวเสียมากกว่า

VB : ถ้าอยากจะเริ่มการดูแลผิว โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Drunk Elephant ทั้งหมด เราควรต้องรู้อะไรบ้างและควรเริ่มจากตรงไหน

Tiffany : เราคิดว่า Drunk Elephant เป็นแบรนด์ที่มีแนวคิดในการกำจัดส่วนผสมที่ไม่จำเป็นออก เพื่อการรีเซตผิวแบบครบวงจร การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างเดียวเป็นวิธีที่จะได้รับผลลัพธ์สูงสุด เราเรียกมันว่าการทำ #DrunkBreak ฉันมักจะแนะนำให้ผู้ที่เพิ่งลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเริ่มต้นด้วยการใช้ The Littles หรือผลิตภัณฑ์ไซซ์เล็กก่อน ซึ่งสามารถใช้ได้ 30 ถึง 45 วัน ผลิตภัณฑ์ไซซ์เล็กนั้นมีทั้งหมด 8 อย่างด้วยกัน มันเพียงพอที่จะตอบโจทย์ความต้องการผิวของคุณ รวมถึงยังให้คุณได้พักผิวจากส่วนผสมทำร้ายผิวทั้ง 6 อย่าง หรือ การทำ #DrunkBreak นั่นเอง การที่เริ่มใช้ The Littles จะช่วยเปิดโอกาสให้คุณสามารถเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นไหนทำงานได้ดีที่สุดสำหรับผิวคุณ

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Drunk Elephant (@drunkelephant) on

 VB : สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การในการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว พวกเขาควรเริ่มที่ตรงไหน?

Tiffany : TLC Framboos ของเราเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลย มันมีส่วนผสมของ AHA/BHA 12% ที่ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน เผยผิวนุ่มและกระจ่างใสขึ้น โดยมีส่วนผสมที่ปลอบประโลมผิวและเพิ่มความชุ่มชื่น เช่น Horse Chesnut สารสกัดจากผลราสเบอร์รี่ และสารสกัดจากกระบองเพชร ข้อดีการผสมผสานของกรดทั้งสองอย่าง คือมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์อื่น เป็นการเปิดทางเพื่อให้ผิวรับสกินแคร์ที่ทาลงไปได้ดีขึ้น ในตอนกลางคืนสามารถทา TLC Framboos ลงบนผิวหน้า คอ หน้าอกและหลังมือที่แห้งสะอาด โดยหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา อาจจะรู้สึกถึงความยิบๆ บ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะวันแรกๆ ของการใช้ผลิตภัณฑ์ ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงที่ผิวของคุณกำลังปรับตัว แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์แค่วันเว้นวันก่อน แล้วจึงเพิ่มความถี่ในการใช้

VB : เราจะมีโอกาสได้เห็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจาก Drunk Elephant บางไหม

Tiffany : มันเป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก เพราะมีกลุ่มความต้องการในเรื่องสีสันสไตล์ Drunk Elephant พวกเราพร้อมเปิดใจ รวมถึงถ้าเราสามารถทำในแบบของเราได้ ผลิตอะไรที่คุ้มค่าและคู่ควรเราก็จะทำ มันแค่ต้องสมเหตุสมผลกับแนวคิดของแบรนด์ และแน่นอนว่ามันจะต้องดีต่อสุขภาพผิวด้วย ไว้เรามารอดูกันอีกที :)

VB : ช่วยบอกต่อ "Drunk Elephant Routine” ของคุณและผลิตภัณฑ์ที่ชอบที่สุดตอนนี้

Tiffany : เราเปรียบสกินแคร์รูทีนของเราเหมือนกับ “สมูตตี้” โดยที่เราเลือกส่วนผสมที่เราอยากใช้ โดยคำนึงถึงว่าวันนั้นร่างกายเราต้องการอะไร เราเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับช่วงเช้าและเย็น โดยคำนึงถึงสภาพผิวของเรา รับฟังผิวของตัวเองเพราะมันไม่จำเป็นจะต้องใช้อะไรที่เหมือนกันตลอด ผลิตภัณฑ์ของเราปราศจากซิลิโคน และปราศจากสารอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวสามารถดูดซึมสกินแคร์ได้อย่างง่ายดาย (ยกเว้น Zinc ในครีมกันแดด Umbras ที่ช่วยสร้างชั้นปกป้องผิว) อันที่จริงแล้วคุณสามารถผสมเซรั่ม ครีม หรือแม้กระทั่งออยล์เข้าด้วยกันบนฝามือ แล้วก็ทาลงผิวแบบรวดเดียวได้เลย

 

TIFFANY's ROUTINE

"หลังตื่นนอนฉันชอบใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำให้หมาดๆ พร้อมกับใช้เคลนซิ่งน้ำนมไมเซลล่าเล็กน้อย ค่อยๆ เช็ดรอบดวงตาเพื่อความสดชื่น ต่อด้วยการใช้ออยล์ Marula หรือ F-balm เพื่อปลุกผิว ฉันเชื่อว่าเราไม่ควรทำความสะอาดผิวในตอนเช้าหรือมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน เพราะเป็นการทำร้ายผิวและเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติด้วย หลังจากนั้นสักพักฉันถึงจะทา C-Firma, A-Passioni, และครีม Lala Retro ผสมกัน และตามด้วยครีมกันแดด Umbra Tinte

ช่วงเย็นฉันล้างหน้าด้วยเคลนซิ่งบาล์ม Slaai Makeup-Melting Butter Cleanse หรือ Beste Jelly Cleanser ขึ้นอยู่กับว่าฉันแต่งตาหนักแค่ไหน โดยปกติฉันผสมออยล์ Marula, B-Hydra, TLC Framboos และ Protini เล็กน้อย ซึ่งฉันจะปรับไปตามความต้องการของผิวฉันในวันนั้น"

 

VB : คุณมีวิธีการดูแลตัวเองอื่นๆ เป็นพิเศษในช่วงวันหยุดบ้างไหม

Tiffany : สำหรับฉันการดูแลตัวเองคือการออกกำลังกาย จุดเทียนหอม ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย พอจบวันฉันชอบที่จะแช่น้ำ ใส่ชุดนอนนุ่มๆ และดูหนังแนวสืบสวนฆาตรกรรม อีกทั้งฉันยังชอบออกกำลังกายในตอนเช้า และการทำอาหารก็ดีต่อใจฉันด้วย

VB : ถ้ามีงานอีเวนต์ที่สำคัญมากๆในวันพรุ่งนี้ อะไรคือวิธีเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณที่คุณทำเป็นประจำ?

Tiffany : ฉันจะพยายามกินสิ่งดีๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ห้ามกินคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เพราะมันทำให้ร่างกายกระหายน้ำและห้ามกินอาหารที่หนักและรสเค็ม ในบางครั้งฉันจะทำผิวแทนด้วยตัวเอง(เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากส่วนผสมทำร้ายผิวทั้ง 6) และทุกครั้งฉันต้องลองชุดของฉันแบบตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องชุดในวันนั้น

 VB : คำถามสุดท้ายแล้วจากเราแล้ว ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสำหรับคนที่ทำธุรกิจ คุณและแบรนด์เองมีผลกระทับและปรับตัวอย่างไรบ้าง

Tiffany : ฉันรู้สึกโชคดีที่ยังสามารถทำงานจากที่บ้านได้ พวกเราได้รับคำสั่งให้อยู่บ้านก่อนใคร ฉันดีใจมากที่พนักงานทุกคนปลอดภัยและไม่มีใครติดเชื้อไวรัส พวกเราพยายามทำงานและควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างให้ปกติที่สุดแม้เราต้องเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เรามีโอกาสได้ส่งผลิตภัณฑ์ของเราไปให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องต่อสู้ในสถานการณ์แบบนี้ และเป็นอีกทางหนึ่งที่จะแสดงออกถึงคำขอบคุณจากพวกเรา และเราโฟกัสและยึดมั่นในเรื่องของการทำธุรกิจให้มากที่สุด รวมถึงลูกค้าของเราทุกคนในสถานการณ์แบบนี้ และเราจะทำแบบนี้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

 

 

คีย์เวิร์ด: Drunk Elephant คลีนบิวตี้