จริงไหมที่เลเยอร์สกินแคร์ที่มี SPF หลายชั้นแปลว่าปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากกว่า

SPF 101 รวมทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

ถ้าพูดถึงทิปส์ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ การทาครีมกันแดดเป็นประจำจะเป็นคำแนะนำแรกๆ ที่เราได้ยิน เพราะนอกจากคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีแล้ว ครีมกันแดดยังเป็นกุญแจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดีและแลดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวด้วย วันนี้ทีมโว้กบิวตี้รวมข้อควรรู้และองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์กันแดด อย่าง ความหมายของค่า SPF ความแตกต่างระหว่าง UVA และ UVB และ ข้อข้องใจอย่าง จำเป็นไหมที่ต้องเติมครีมกันแดดระหว่างวัน



UVA/ UVB 

UVA คือรังสียูวีที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของผิวแก่ก่อนวัย ก่อให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำบนผิวหนัง ส่วน UVB คือรังสียูวีที่ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้หรือแดง โดยเมื่อเลือกซื้อครีมกันแดดควรมองหาคำว่า Broad Spectrum ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นๆ ช่วยปกป้องผิวแบบครอบคลุมทั้งจากรังสี UVA และ รังสี UVB 

 

SPF 

SPF ย่อมาจากคำว่า Sun Protection Factor ซึ่งเป็นตัวบอกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB (รังสีที่ทำให้ผิวไหม้)  ได้ในระดับไหน หรือพูดง่ายๆ คือ ค่าของ SPF ที่ระบุหมายถึงระยะเวลาที่ผิวของเราสามารถเผชิญแดดได้โดยที่จะไม่ถูกรังสียูวีทำร้าย ตัวอย่างเช่น ถ้ายืนกลางแดดโดยที่ไม่ทาครีมกันแดด 10 นาทีแล้วผิวเริ่มไหม้ SPF15+ จะช่วยให้เราอยู่กลางแดดได้นานขึ้น 150 นาที โดยที่ผิวไม่ถูกแดดเผา  อย่างไรก็ตามค่าของ SPF ที่แนะนำสำหรับการปกป้องผิวจากแสงแดดในชีวิตประจำที่ควรมองหาก็คือ SPF 30 ขึ้นไป ทั้งนี้การนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ SPF มาเลเยอร์กันไม่ได้หมายถึงว่าผิวจะมี SPF ปกป้องสูงขึ้น ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่ช่วยปกป้องผิวได้อย่างเหมาะสมตามกิจกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือไปทะเล ควรมองหาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือ SPF 50 เพื่อการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น




Photo @biancaehill

 

Chemical vs. Physical Sunscreen

ครีมกันแดดในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือครีมกันแดดแบบ Chemical และ ครีมกันแดดแบบ Physical โดยสำหรับครีมกันแดดที่เป็น Chemical จะมีส่วนผสมของสารกันแดดอย่าง avobenzone และ oxybenzone ที่ปกป้องผิวด้วยการดูดซับรังสียูวีเพื่อไม่ให้แสงแดดเข้าไปทำร้ายผิวด้านใน ส่วนกันแดดแบบ Physical จะมีส่วนผสมสำคัญอย่าง zinc oxide และ titanium dioxide ซึ่งช่วยปกป้องผิวด้วยการเป็นเกราะที่ช่วยสะท้อนรังสียูวีออกจากผิว เหมาะกับสภาพผิวบอบบางและแพ้ง่าย 

สำหรับการใช้ครีมกันแดดนั้น เมื่อเลือกชนิดครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองแล้ว ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำในขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ อาจเน้นในช่วงเช้าที่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด โดยใช้ในปริมาณที่พอสำหรับการทาทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ซึ่งอาจกะเท่าขนาดของเหรียญสิบบาท และหากเป็นการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือกีฬาทางน้ำ แนะนำให้ทากันแดดทั่วร่างกายซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง

ภาพ : @sazan