‘เรตินอล’ ส่วนผสมมาแรงปี 2021 รวมทิปส์การใช้และผลิตภัณฑ์เรตินอลสำหรับมือใหม่หัดใช้

เจาะลึกคุณสมบัติของเรตินอล และสิ่งที่คนเพิ่งเริ่มต้นใช้ควรรู้

'เรตินอล' (Retinol) เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ที่มาแรงแซงโค้งในปี 2021 โดยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวที่หลากหลาย ไล่ตั้งแต่เรื่องริ้วรอยแห่งวัยไปจนถึงช่วยลดเลือนจุดด่างดำและลดการเกิดสิวใหม่ ทั้งนี้ในอดีตเรตินอลเป็นส่วนผสมสกินแคร์ที่ทำเอาหลายคนกล้าๆ กลัวๆ ที่จะใช้ เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งถ้าไม่ได้ตั้งสติก่อนใช้สามารถส่งผลให้ผิวแห้งลอกและแสบแดงได้ วันนี้ทีมบิวตี้เลยขอรวมไกด์และทิปส์การใช้เรตินอลมาฝากกันสำหรับคนที่อยากเริ่มใช้

เรตินอลคืออนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารประเภทเรตินอยด์ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสและเรียบเนียน โดยจะเข้าไปกระตุ้นการผลิตสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายอย่าง กรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งช่วยให้ผิวดูเด้งอิ่มน้ำ พร้อมทั้งบูสต์การผลิตคอลลาเจนและช่วยลดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ด้วยคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้เรตินอลช่วยลดการอุดตันในรูขุมขนส่งผลให้ลดการเกิดสิวใหม่ไปด้วยในตัว พร้อมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำที่เกิดจากการโดนแสงแดดทำร้าย 

 

ทิปส์สำหรับมือใหม่เริ่มใช้เรตินอล 

  • เริ่มจากส่วนผสมของเรตินอลจากเปอร์เซนต์หรือความเข้มข้มที่ต่ำก่อน อย่าง ระหว่าง 0.1 - 0.5 เปอร์เซนต์
  • เริ่มใช้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อให้ผิวได้ปรับตัว และเมื่อผิวเริ่มปรับเข้ากับการใช้เรตินอลได้แล้ว ค่อยๆ ขยับไปใช้เรตินอลที่มีเปอร์เซนต์ความเข้มข้มที่สูงขึ้นทีละระดับ หรือใช้ถี่ขึ้นเป็นประจำทุกวัน
  • ใช้เฉพาะตอนกลางคืน หลังใช้ควรตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
  • ในกรณีที่ผิวบอบบาง แดงง่าย ให้ใช้หลังจากมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยลดการระคายเคืองผิว
  • เลี่ยงการโดนแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
  • เลี่ยงการใช้ร่วมกับส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างกรด AHA/BHA หรือ วิตามินซี หากใช้ส่วนผสมเหล่านี้อยู่แนะนำให้สลับวันการใช้หรือใช้คนละเวลา เช่น ตอนเช้าใช้วิตามินซี และ ตอนกลางคืนใช้เรตินอล 

 

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลที่โว้กบิวตี้อยากแนะนำ:

 

 

 



1 / 7

Overnight Wrinkle Treatment จาก Dr.Dennis Gross ราคา 2,800 บาท
เซรั่มทรีตเมนต์สูตรปรับใหม่ล่าสุดด้วยส่วนผสมใหม่ที่ชื่อว่า Phyto-Retinol Blend™ ซึ่งเป็นการใช้ส่วนผสมของเรตินอลผสานเข้ากับส่วนผสมที่เป็น Plant-Based (มาจากพืช) อย่าง Bakuchiol ที่เข้ามาช่วยเติมความชุ่มชื้น ช่วยลดอาการระคายเคืองผิวเวลาที่ใช้ และสารสกัดจากใบเงาะ ( Rambutan Leaf Extract) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน รวมถึงส่วนผสมสำคัญจากสูตรเดิมอย่าง Ferulic Acid ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมกันเป็นส่วนผสมทรงพลังแต่อ่อนโยนที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างผิวใหม่ที่เฟิร์มกระชับและแลดูอ่อนเยาว์




2 / 7

Retinol Skin-Renewing Daily Micro-Dose Serum จาก Kiehl’ราคา 3,550 บาท
ใช้ Pure Retinol เป็นโมเลกุลทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้กระชับแลดูอ่อนเยาว์ มาพร้อมส่วนผสมของ เซราไมด์และเปปไทด์ ที่ผสานอยู่ในเทคโนโลยี Micro dosing สูตรที่ลดผลข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกไม่สบายผิว




3 / 7

A-Passioni Retinol Cream จาก Drunk Elephant ราคาประมาณ 2,700 บาท
เรตินอล 1% ผสานกับเปปไทด์ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง Passionfruit, Kale และ Winter Cherry ช่วยบูสต์คอลลาเจนและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย




4 / 7

Renew Youth Retinol Cream จาก Laneige ราคา 2,750 บาท
เรตินอลบริสุทธิ์ 95% มาพร้อมส่วนผสมของไตรเปปไทด์ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น




5 / 7

Smart Clinical Repair Wrinkle Correcting Serum ขนาด 50 ml. ราคา 3,950 บาท
เซรั่มฟื้นฟูผิวให้กระชับและแลดูอิ่มฟู นำโดย CL 1870 Peptide Complex ซึ่งเป็นส่วนผสมเอกสิทธิ์เฉพาะของคลีนิกข์ที่อุดมไปด้วยเปปไทด์หลายชนิดที่ช่วยรับมือกับริ้วรอยแห่งวัย ผสานเข้ากับ Next Generation Retinoid อนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือ เรตินอล ที่มีคุณสมบัติช่วยเผยผิวใหม่ที่แลดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียน โดยเป็นสูตรอ่อนโยนที่คิดค้นมาให้สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ส่งผลให้ริ้วรอยร่องตื้นและริ้วรอยที่เกิดความแห้งแลดูจางลง




6 / 7

Universal Pro-retinol จาก Glossier ราคาประมาณ 1,200 บาท
เรตินอล 0.5% ช่วยลดเลือนริ้วรอยแรกเริ่มและจุดด่างดำบนใบหน้า พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน




7 / 7

Skin Caviar Nighttime Oil จาก La Prairie ราคา 20,500 บาท
น้ำมันบำรุงผิวประกอบไปด้วยเรตินอลจากคาเวียร์มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยพร้อมฟื้นฟูผิวให้กระชับเรียบเนียน แลดูอิ่มฟู


คีย์เวิร์ด: retinol