“น้ำหวาน-ภัทรมน” นักชีวเคมี บอกวิธีเลือกสกินแคร์ 101 สำหรับคุณแม่ที่ท้องและให้นมลูก

ส่วนผสมเครื่องสำอางตัวไหนควรหลีกเลี่ยงที่สุดสำหรับคนเป็นแม่ โว้กบิวตี้มีคำตอบ!

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่สุดของผู้หญิงเราต้องยกให้การทำหน้าที่เป็น “คุณแม่” ก้าวแรกที่สำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่มักจะเกิดความไม่ราบรื่นเสมอ เพราะไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต การกินอาหาร และการออกกำลังกายเท่านั้นที่พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ร่างกายและผิวพรรณเองก็เป็นปัจจัยหลักๆ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับโว้กบิวตี้แล้วเราเชื่อเหมือนกับนักชีวเคมีคนเก่งอย่าง “น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล” เจ้าของแบรนด์สกินแคร์สำหรับคุณแม่โดยเฉพาะอย่าง PregSkin ที่มีคุณสมบัติแบบเวชสำอางเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ยังให้นมลูก ว่าการเป็นคุณแม่นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดสวยหรืองดปรนนิบัติผิว ในทางกลับกันการดูแลผิวพรรณให้ดูดีอยู่เสมอยังช่วยให้คุณแม่ดูสดใสมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ วันนี้เราเลยพานักชีวเคมีคนเก่งมาพูดคุยและบอกวิธีการเลือกสกินแคร์สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่สาวโว้กบิวตี้ควรเรียนรู้และ take note กันเอาไว้ 

น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล นักชีวเคมีเจ้าของแบรนด์ PregSkin

3 Serious Beauty Problems

เริ่มต้นด้วยปัญหาผิวกันก่อน เพราะการเป็นคุณแม่มักจะพบปัญหาผิวหลากหลายรูปแบบ ที่คนส่วนใหญ่มักนึกไม่ถึง ปัญหาแรกๆ เลยคือเรื่องของ “สิว” เพราะด้วยระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันทำให้เกิดปัญหาเรื่องสิวมากมายขึ้น ตามมาด้วยผิวหน้าที่ “หมองคล้ำ” ไม่กระจ่างใส เกิดรอยดำและรอยแดงที่ชัดเจนเป็นผลสืบเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากนี้ปัญหายิ่งใหญ่ที่ใช้เวลาหลายปีในการรักษาอย่าง “รอยแตกลาย” บนหน้าท้องก็เป็นสิ่งที่กวนใจคุณแม่หลายคน รอยแตกลายเหล่านี้เกิดจากการที่ผิวไม่สามารถสร้างคอลลาเจนมาช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหรือผิวบริเวณที่แตกได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นการดูแลผิวด้วยสกินแคร์จึงเป็นอีกหนึ่งสเต็ปสำคัญที่ไม่ควรละเลย สำคัญกว่านั้นต้องรู้จักเลือกสกินแคร์ให้ถูกต้องและปลอดภัยกับลูกน้อย เพราะ “organic does not always equal safe” โดยคุณน้ำหวานบอกทริคในการเลือกสกินแคร์ให้กับเราว่าจำเป็นมาก และมากที่สุดที่จะต้องอ่านฉลากทุกครั้งก่อนซื้อผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามเสมอๆ ซึ่งเรื่องนี้ผู้หญิงปกติเองก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน

Say “NO” to These Ingredients

“ปกติแล้ว Ingredient List บนฉลากสัดส่วนของส่วนผสมจะเรียงจากมากไปหาน้อย แต่ไม่ได้บอกสัดส่วนที่ชัดเจน ดังนั้นการที่เราเอาฉลากของผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นมาเทียบกัน จึงไม่อาจฟังธงได้ 100% ว่าชิ้นไหนมีส่วนผสมอะไรมากกว่า ดังนั้นมากที่สุดที่ทำได้คือดูว่าบน Ingredient List นั้นมีสารต้องห้าม หรือสารที่มีความเสี่ยงหรือไม่” คุณน้ำหวานเล่าต่อว่าส่วนผสมเครื่องสำอางเบอร์หนึ่งที่คุณแม่ต้องหลีกเลี่ยงคือ "วิตามินเอ (Vitamin A) ซึ่งเป็นสารที่อันตรายมากสำหรับคุณแม่ มักแฝงตัวมาในชื่อต่างๆ เช่น retinol, retinoids, retinyl palmitate, retinaldehyde และอีกมากมาย สารตัวนี้จริงๆ แล้วสารพัดประโยชน์ช่วยเรื่องสิว จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่ก็มาพร้อมผลข้างเคียงที่อันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อยเช่นกัน อีกสองตัวที่ควรระวังเป็นพิเศษหรือต้องหลีกเลี่ยงคือ Benzoyl Peroxide และ Salicylic Acid (BHA) ที่เรามักพบในผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วไป”

Glowing Skin with PregSkin

ด้วยปณิธานอันแรงกล้าของคุณน้ำหวานที่ต้องการให้คุณแม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและแก้ปัญหาผิวต่างๆ ของคุณแม่ได้ บวกกับความเชื่อที่ว่า “ความสวยของคุณแม่เป็นเรื่องสําคัญ” เธอจึงเดินหน้าคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวและมอบความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่าง PregSkin ขึ้นมา Pregskin เป็นแบรนด์ที่มีคุณสมบัติเหมือนเวชสำอางที่มีส่วนผสมที่ปลอดภัยและไร้ความเสี่ยง ในขณะเดียวกันก็มีส่วนผสมของ Bidens Pilosa ซึ่งเป็นพืชที่กําเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ โดยจะทําหน้าที่เหมือนวิตามินเอที่มีคุณสมบัติในการรักษาสิว ปรับสีผิวให้สว่างขึ้น ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และเนรมิต “Pregnancy Glow” ที่สำคัญกลิ่นไม่ฉุนต่อจมูกคุณแม่ แถมยังหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึก FEEL GOOD ในเวลาที่ใช้ การันตีส่วนผสมที่ไม่อันตรายจากการทดลองและการเรียนรู้ของคุณน้ำหวานที่ห้องทำงานวิจัยที่ University of California, Los Angeles (UCLA) และ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เธอเรียนจบปริญญาตรีและโทมานั่นเอง

More Than Just One Special Ingredient

นอกจากส่วนผสมตัวหลักอย่าง Bidens Pilosa ที่สำคัญแล้วผลิตภัณฑ์ทุกตัวยังอัดแน่นไปด้วย active ingredients ที่ทรงประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับคุณแม่และลูกน้อยอีกด้วย โดยแบรนด์คัดสรรวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ปัญหาและเหนือตามมาตรฐาน ซึ่งผ่านการรับรองโดยแพทย์ผิวหนังจาก USA ว่าอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย

  • สารสกัด Harongana จาก Madagascar จัดการปัญหาสิวอุดตัน
  • สารสกัดจากเห็ด Northern Truffle บรรเทาอาการระคายเคืองของผิว
  • สารสกัดจาก Organic Horehound (Marrubium Vulgare) จากเทือกเขา Swiss Alps และ Panthenol (วิตามิน บี5) ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดรอยแตกลายของผิว และช่วยให้รอยเก่าจางลง ในขณะเดียวกันก็มอบความนุ่มชุ่มชื้นให้ผิว
  • 72-Hour Moisture Lock Complex ตัวกักเก็บและรักษาความชุ่มชื้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมง

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ของ PregSkin มีด้วยกันทั้งหมด 3 ตัวที่นอกจากจะปราศจากส่วนผสมที่เสี่ยงอันตรายต่อแม่และลูกน้อยแล้ว ยังไม่มีพาราเบนหรือสารกันเสีย ทั้งยังชกตรงปัญหาทั้ง 3 แบบได้อย่างตรงเป้าเลยทีเดียว ทั้งปัญหาเรื่องของสิว ผิวหมองคล้ำ และรอยแตกลาย

PregSkin Blemish Control Skin-Clearing Serum

สำหรับเซรั่มตัวนี้จะช่วยลดปัญหาในเรื่องของ “สิว” ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมไปถึงรูขุมขน รอยดำและรอยแดง พร้อมผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนจึงช่วยให้ผิวให้กระจ่างใสขึ้น และยังช่วยเติมน้ำกลับสู่ผิวให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้นอีกด้วย โดยเซรั่มตัวนี้มาพร้อมเนื้อบางเบาซึมลงผิวได้ง่าย หลังใช้แล้วผิวนุ่มเหมือนแก้มเด็ก ทริคในการใช้คือให้นวดเนื้อเซรั่มเป็นวงกลมผลิตภัณฑ์จะได้ซึมลงสู่ผิวได้ดี และควรใช้ควบคู่ไปกับมอยซ์เจอไรเซอร์ของ PregSkin โดยใช้วันละ 2 ครั้ง หลังล้างหน้าเช้า-เย็น และจะเห็นผลเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และเมื่อใช้ในช่วงก่อนแต่งหน้าจะช่วยให้แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนมากขึ้นด้วย

 

PregSkin Brightening Age-Defying Moisturizing Facial Cream

ผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 กับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ ไม่กระชับ ขาดน้ำ โดยจะปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกระจ่างใส มอบความชุ่มชื้นสู่ชั้นใต้ผิว และเติมร่องริ้วรอยให้ตื้นขึ้นและจางลง แถมยังช่วยปกป้องผิวจากการเสื่อมชราจากสาเหตุของแสงแดดและอายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยเนื้อครีมให้สัมผัสนุ่มเกลี่ยง่ายไม่เหนอะหนะอยู่บนผิว ทริคคือการนวดเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นวงกลมแล้วแตะเบาๆ ให้เนื้อครีมซึมลงผิว ใช้เป็นประจำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และเพื่อให้เห็นผลลัพธ์มากขึ้นให้ใช้หลังจากเซรั่ม PregSkin Blemish Control ซึ่งการใช้ในช่วงเช้ายังช่วยให้แต่งหน้าติดทนง่ายมากขึ้นเช่นกัน ขอกระซิบว่าใช้เซรั่มคู่กับครีมจะยิ่งเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนมากๆ เซรั่มมีไฮยาโมเลกุลใหญ่ ส่วนครีมมีไฮยาโมเลกุลเล็กมาก บอกเลยว่าเป็นคอมโบที่กลมกล่อมลงตัวสุดๆ

 

PregSkin Intensive Hydrating Stretch Mark Butter

สำหรับผิวแห้งแตกลาย Stretch Mark Butter ตัวนี้ตอบโจทย์สุดๆ เพราะเนื้อครีมเข้มข้นมอบความชุ่มชื้นอย่างยาวนานจึงเหมาะกับคุณแม่ที่ผิวแห้งแตกมากๆ โดยผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิว ป้องกันการเกิดรอยแตกลาย ช่วยให้รอยเก่าจางลง ให้ผิวกระชับและอ่อนเยาว์ ลดอาการคัน วิธีการใช้ให้นวดเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบริเวณที่แตกลายอย่างหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก โดยสามารถทาได้บ่อยตามที่ต้องการ และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรนวดอย่างน้อย 1 นาที โดยเฉพาะหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ตอนผิวยังไม่แห้งสนิทจะช่วยล็อคความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถขัดผิวได้ถ้าผิวบริเวณนั้นไม่ได้มีการอับเสบระคายเคืองหรือว่ากำลังขยายตัวอยู่ให้งดขัดผิวบริเวณที่กำลังขยายตัวอยู่หรือมีการอับเสบระคายเคือง 

Take Notes Mommy!

และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของ PregSkin ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณน้ำหวานบอกว่านอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องแล้ว การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เองก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการยืดอายุการใช้งานที่ใครหลายคนมองข้ามไปด้วย“ควรเก็บในที่แห้งและเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน โดยสีของผลิตภัณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากมีส่วนผสมที่สกัดขึ้นจากธรรมชาติ ถ้ายังไม่เปิดใช้ทันทีแนะนำให้เก็บในตู้เย็น”

 

สิ่งสำคัญที่สุดในการมองหาสกินแคร์สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังต้องการดูแลผิวพรรณของตัวเองให้สดใสอยู่เสมอ คือการศึกษาถึงข้อดีข้อเสียของส่วนผสมในสกินแคร์เหล่านั้นว่าจะส่งผลอย่างไรบ้างให้ดีเสียก่อนจ่ายเงินซื้อมาใช้จริง แต่เพื่อความชัวร์ที่สุดสำหรับความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย โว้กบิวตี้ว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ PregSkin ได้เข้ามาทำหน้าที่ดูแลผิวดีกว่าเพราะนอกจากเจ้าของแบรนด์อย่างคุณน้ำหวานจะเป็นนักชีวเคมีที่เชี่ยวชาญแล้ว ตัวแบรนด์เองยังได้การรับรองจากแพทย์ผิวหนังอีกด้วย

 

คุณแม่มือใหม่ขอให้หายห่วงติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่

เว็บไซต์ www.pregskin.com

Facebook: PregSkin

Instagram: @pregskinth

LINE: @pregskinth