HAIR

หยุดปัญหารังแคกวนใจ! มารู้จักสาเหตุของการเกิดรังแคและวิธีการรับมือ

ทำความรู้จักและวิธีรับมือกับปัญหารังแค พร้อมตัวช่วยดีๆ ที่โว้กบิวตี้นำมาแนะนำ

'รังแค' สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ส่วนใหญ่เรามักแก้ปัญหาด้วยการใช้แชมพูขจัดรังแค แต่บางทีอาการคันและสะเก็ดรังแคที่หล่นมาเกาะตามเสื้อผ้าก็ยังไม่หมดไป วันนี้โว้กบิวตี้จึงจะพาทุกคนมารู้จักกับสาเหตุของการเกิดรังแค พร้อมวิธีการรับมือ ที่จะช่วยให้เราสามารถขจัดรังแคไม่ให้มากวนใจเราได้อีกต่อไป

รังแคคืออะไร? 

รังแค คือ ขุยหรือสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะ ส่วนใหญ่มักพบที่บริเวณโคนผม เส้นผม และร่วงลงมาเกาะบนบ่า ซึ่งรังแคที่เกิดจากหนังศีรษะแห้งมักจะมีลักษณะเป็นสะเก็ดสีขาวเล็กๆ แต่หากเกิดจากหนังศีรษะที่มันจะมีสะเก็ดสีขาวออกเหลืองและรังแคมีการจับตัวเป็นก้อน โดยรังแคมักเกิดจากความมัน ความสกปรก และตัวการสำคัญนั่นก็คือเชื้อราที่เรียกว่า 'มาลัสซีเซีย (Malassezia)'

สาเหตุของการเกิดรังแค

  • เชื้อราบนหนังศีรษะ มาลัสซีเซีย (Malassezia) คือ เชื้อราบนหนังศีรษะประเภทยีสต์ที่เติบโตบนร่างกายในส่วนที่มีความมัน โดยปกติแล้วเชื้อราตัวนี้มีอยู่บนหนังศีรษะของทุกคน แต่ในผู้ที่มีปัญหารังแค เชื้อราชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้เร็วกว่า จากเดิมที่เซลล์หนังศีรษะของเราจะถูกผลัดทุก 21 วัน ทำให้กลายมาเป็นผลัดเซลล์ทุก 7-10 วัน และเชื้อราชนิดนี้ยังทำให้เกิดกรดโอเลอิกขึ้น ซึ่งผู้ที่แพ้กรดดังกล่าวก็จะมีอาการคัน เป็นผื่นแดง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดรังแค
  • หนังศีรษะแห้งหรือแพ้ง่าย จะทำให้สูญเสียสมดุลน้ำมันบนหนังศีรษะ ทำให้เกิดสะเก็ดขาวที่หลุดมาพร้อมกับหนังศีรษะ ซึ่งหากรังแคเกิดจากสาเหตุนี้ สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้แชมพูสูตรขจัดรังแค
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือปัจจัยภายนอก หนึ่งในสาเหตุของการเกิดรังแคสามารถเกิดได้จากสมดุลภายในร่างกายมีความแปรปรวน เช่น ช่วงมีประจำเดือนในผู้หญิง ภาวะความเครียด หรืออาจเกิดได้จากปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น ปัญหาเรื่องสภาพอากาศ มลภาวะ รวมถึงเกิดจากการสระผมที่ผิดวิธี และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำร้ายหนังศีรษะ

วิธีขจัดและป้องกันการเกิดรังแค

  1. ควรหลีกเลี่ยงการทำเคมี หรือ การใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม เช่น สเปรย์ หรือมูส เพราะนอกจากจะทำร้ายเส้นผมแล้ว ยังก่อให้เกิดการอุดตันของไขมันบนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดรังแค
  2. ควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น และควรสระผมอย่างเบามือ ไม่ควรเกาหนังศีรษะแรงเกินไป เพราะอาจทำให้หนังศีรษะเป็นแผลและเกิดการอักเสบได้
  3. ใช้แชมพูสูตรขจัดรังแคที่อ่อนโยน แนะนำให้เลือกแชมพูปราศจากสารซิลิโคน ,SLS หรือ SLES (สารลดแรงตึงผิวที่ทำให้เกิดฟอง) หรือจะเลือกใช้แชมพูสูตรสมุนไพรที่ทำมาจากออร์แกนิกก็ได้
  4. ควรดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยน หลังสระผมควรใช้ผ้าขนหนูซับผมเบาๆ ไม่ควรขยี้ผมแรงจนเกินไป นอกจากนี้ยังควรใช้ลมเย็นในการเป่าผมให้แห้ง ไม่ควรเป่าโดนโคนผมหรือหนังศีรษะโดยตรง เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้งได้

ผลิตภัณฑ์ขจัดรังแคที่เราแนะนำ

1 / 5

Hair Rituel by Sisley Soothing Anti-Dandruff Shampoo with Sage extract 200 ml. (2,500 บาท)
แชมพูพร้อมคุณค่าสกัดจากเซจ ช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะได้อย่างอ่อนโยน ปราศจากการระคายเคือง ให้ความรู้สึกสดชื่น ลดปัญหารังแค พร้อมบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวย

2 / 5

Hair Rituel by Sisley Soothing Anti-dandruff Cure 60 ml. (3,900 บาท)
ทรีตเมนต์เข้มข้นด้วยส่วนผสมหลักจากพืช ที่จะตรงเข้าทำงานพร้อมกำจัดต้นตอสาเหตุของการเกิดรังแค ช่วยปรับสมดุล ป้องกันการเกิดแบคทีเรีย ทำให้หนังศีรษะสะอาด

3 / 5

THE BODY SHOP GINGER SCALP CARE SHAMPOO 400 ml. (590 บาท)
แชมพูที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากขิง, ไม้เบิร์ช, สารสกัดจากต้นวิลโลว์ขาว และน้ำผึ้ง เหมาะสำหรับหนังศีรษะที่แห้งและช่วยขจัดรังแค พร้อมบำรุงหนังศีรษะให้สุขภาพดี

4 / 5

Kaff&Co Kaffir Lime Essential Oil Shampoo 150 ml. (250 บาท)
แชมพูสมุนไพร สกัดจากน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น ช่วยปรับสภาพหนังศีรษะให้สมดุล ช่วยลดอาการอักเสบ คัน และรังแค ปราศจาก สาร SLS, SLES, สารกันเสีย, น้ำหอม และการแต่งสี

5 / 5

Grafen Root Booster Shampoo 500 ml. (1,100 บาท)
แชมพูที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมบริสุทธิ์จากธรรมชาติถึง 9 ชนิด ช่วยบรรเทาและป้องกันอาการผมร่วง ขจัดรังแค พร้อมปรับสมดุลของหนังศีรษะ และช่วยให้รากผมแข็งแรง

หากใครที่กำลังประสบปัญหาเรื่องรังแคอยู่ แนะนำให้ใช้เคล็ดลับที่โว้กบิวตี้นำมาฝากกันข้างต้น ร่วมกับการใช้แชมพูขจัดรังแคและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย แต่ก็อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพหนังศีรษะของเรา อีกทั้งยังควรดูแลสุขภาพจากภายในด้วย เพียงเท่านี้รังแคก็จะไม่มากวนใจเราอีกต่อไปค่ะ

ข้อมูล : ชลดา คร่ำมา
แปลและเรียบเรียง : วราภรณ์ หงส์วรางกูร
ภาพ : Canva