#คลีนขั้นสุด! แนะนำแบรนด์แฮร์แคร์ หมดแล้วไม่ต้องทิ้งให้รกโลก สามารถนำมารีไซเคิลได้

นอกจากจะดีต่อเส้นผมและหนังศีรษะของเราแล้ว แพ็กเกจจิ้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย

Sustainable Beauty เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เราอยากจะรณรงค์ให้ทุกคนหันมาเอาใจใส่มากขึ้นในปี 2020 และปีต่อๆ ไป เพราะเป็นแนวคิดที่ไม่ใช่เพียงการรักสิ่งแวดล้อมแบบผิวเผินเท่านั้น แต่เป็นการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ตั้งแต่สิ่งง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองอย่างการดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าในแต่ละปีวงการอุตสากรรมบิวตี้ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมไปขนาดไหน หลายแบรนด์จึงเริ่มหันมาเอาใส่ใจรายละเอียดตรงนี้ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ ทีมบิวตี้พามาทำความรู้จักกับแบรนด์เส้นผมและหนังศีรษะที่มาพร้อมกับแพ็กเกจจิ้งที่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้

Aveda

เป็นแบรนด์แรกที่ใช้แพ็กเกจจิ้งแบบ PCR ได้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% โดยตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไปทุกไอเท็มจะกลายเป็น Vegan คือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทดลองกับสัตว์และไม่ใช้ส่วนผสมจากสัตว์โดยทางแบรนด์ยังได้ร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร จัดหาน้ำสะอาดให้กับประชาชนในประเทศอินเดีย เนปาล มาดากัสกา และเอธิโอเปียด้วย

Davines

แบรนด์เส้นผมและหนังศีรษะสัญชาติอิตาลี เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่พัฒนาตามแนวคิด Sustainable Beauty หรือ ความงามอย่างยั่งยืนได้มาเป็นเวลาสักพักแล้ว โดยแพ็กเกกจิ้งของดาวิเนสเป็นพลาสติกชนิด PET เป็นพลาสติกชนิดเดียวกับที่ใส่อาหาร และกล่องกระดาษเป็นกล่องที่ไม่เคลือบสี ไม่เคลือบเงา จึงสนับสนุนให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยใช้วิธีการสอดพับเพื่อลดการใช้กาว เพื่อย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100%

Kevin.Murphy

เป็นแบรนด์แรกที่ใช้บรรจุภัณฑ์โดยการนำขยะจากท้องทะเลมารีไซเคิลแบบ 100% เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่กำลังจะล้นโลก แถมยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องทะเลให้สะอาดและปลอดภัยต่อน้องสัตว์ใต้ท้องทะเลด้วย คาดว่าจะช่วยลดขยะได้ถึง 360 ตันต่อปี และมีความคิดว่าจะทำการเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งทุกตัวในแบรนด์ให้เป็นรีไซเคิลได้ภายในอีก 1 ปีข้างหน้า

L'occitane

แบรนด์ที่ไม่ได้มีดีแค่สกินแคร์ ไอเท็มสำหรับเส้นผมและหนังศีรษะก็ใส่ใจต่อคนและสิ่งแวดล้อมไม่แพ้กัน เพราะทางแบรนด์ยึดมั่นในหลักการ 3R คือ Recycle, Reduce และ React โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งให้เป็นแบบรีไซเคิลได้ รวมถึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล จึงช่วยลดขยะไปได้ในระดับนึง

Love Beauty And Planet

ดีงามตั้งแต่แพ็กเกจจิ้งไปจนถึงกระยวนการผลิต เพราะบรรจุภัณฑ์ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลต่อได้อีก ถึงแม้ว่าฝาขวดและจุกปั๊มจะยังสามารถรีไซเคิลได้ไม่ถึง 100% แต่ทางแบรด์ก็ตั้งใจว่าจะปรับเปลี่ยนให้สามารถรีไซเคิลอย่างน้อย 50% ภายในปี 2020 รวมถึงทุกสูตรที่เป็น Biodegradable สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แถมไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่มีผลกระทบต่อการผลิตคาร์บอน เช่น ซิลิโคน พาราเบน และซัลเฟต ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกสู่ภายนอกได้

Noah

แบรนด์สัญชาติอิตาลีก่อตั้งในปี 2006 มีการคัดสรรส่วนผสมที่ได้จากธรรมชาติ 100% ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่ร่างกายอย่าง SLS, ซิลิโคน, มิเนอรัล ออยล์, พาราเบน และพาราฟิน รวมถึงไม่มีการทดลองกับสัตว์ด้วย

Yves Rocher

เปิดตัวไปได้ไม่นานกับขวดแชมพูและครีมนวดสูตรใหม่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล 100% รวมถึงกิจกรรมดีๆ ที่ให้นำขวดเก่ามาแลกรับส่วนลด 100 บาทและขวดที่รับแลกมาจะถูกส่งไปรีไซเคิลต่ออีกด้วย เป็นการดำเนินตามแนวคิดและความตั้งใจที่ต้องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

The Body shop

ทางแบรนด์ได้ริเริ่มโครงการกับชุมชนเพื่อนำขยะพลาสติกกลับมารีไซเคิลเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มแฮร์แคร์ โดยเป้าหมายคือช่วยลดปริมาณขยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพลาสติกถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย

Panpuri

แบรนด์สัญชาติไทยสายคลีนบิวตี้ที่ไม่ใช่แค่การปรับแพ็กเกจจิ้งให้เป็นแบบย่อยสลายได้ การใช้หมึกธรรมชาติในการพิมพ์ การใช้กระดาษรีไซเคิล ยังเอาใจใส่ในเรื่องของการเพาะปลูกส่วนผสมธรรมชาติอย่างยั่งยืนที่ทุกอย่างจะหมุนเวียนไปได้ตลอด จึงเรียกว่าเป็นความงามแบบองค์รวมทั้งคนและสิ่งแวดล้อม

คีย์เวิร์ด: hair care brand recycle