#VogueReview รีวิว Resveratrol Lift จาก Caudalie มิติใหม่ของคลีนบิวตี้ช่วยบูสต์คอลลาเจนใต้ผิว

5 เหตุผลที่ทำให้คอลเล็กชั่น Resveratrol Lift จาก Caudalie เป็นไอเท็มที่สายคลีนบิวตี้ไม่ควรพลาด

นับตั้งแต่ Caudalie ค้นพบความอัศจรรย์ของสาร Resveratrol ที่พบได้ในเปลือกของลำต้นของต้นองุ่น ที่ช่วยให้ต้นองุ่นทนทานต่อทุกสภาพอากาศและมีอายุได้ถึง 100 ปี แบรนด์สกินแคร์สัญชาติฝรั่งเศสก็ขยันและมุ่งมั่นพัฒนาสกินแคร์ช่วยต่อต้านริ้วรอยจากสาร Resveratrol อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดผลิตภัณฑ์ในไลน์ Resveratrol-Lift  ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นคลีนบิวตี้ที่ช่วยรับมือกับริ้วรอยที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น  โดยต้อนรับปี 2021 ด้วยส่วนผสมเอกสิทธิ์ อย่างการผสมผสาน Vegan Collagen Booster เข้ากับ สารสกัด Resveratrol และ กรดไฮยาลูรอนิค ที่ช่วยคืนความกระชับในชั้นผิว

 

Resveratrol-Lift โฉมใหม่ไฉไลกว่าสูตรเดิมอย่างไรบ้าง ตามมารู้จักกันต่อด้วย 5 เหตุผลที่เป็นไฮไลต์ของผลิตภัณฑ์ไลน์นี้กัน

 

3 ทหารเสือของผิวแลดูอ่อนเยาว์          

ในการปรับปรุงสูตรในครั้งนี้ แบรนด์ Caudalie จับมือกับ Dr. David Sinclair หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านริ้วรอยของวัย จาก Harvard Medical School โดยจากการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาสูตรที่มีสารสกัดประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟูผิว ทั้งคู่ค้นพบ 3 ทหารเสือของส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ซึ่งประกอบไปด้วย สารสกัด Resveratrol กรดไฮยาลูรอนิค และ Vegan Collagen Booster ประกอบกันเป็นสารสกัดเอกสิทธิ์ใหม่

 

ประสิทธิภาพคล้ายการใช้เรตินอลแต่ปราศจากอาการระคายเคือง

เรตินอลเป็นส่วนผสมช่วยต่อต้านริ้วรอยยอดนิยมที่อยู่ในวงสนทนาของสกินแคร์มาหลายยุค หลายสมัย โดยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  ข้อดี คือ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัด อย่างไรก็ตามมีข้อเสียตรงที่ในช่วงแรกของการใช้ ผิวอาจเกิดอาการแห้งและระคายเคืองหรือแดง และก่อนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวจนกว่าผิวจะเริ่มคุ้นชิน ซึ่งสำหรับ Resveratrol-Lift สูตรใหม่ แบรนด์ Caudalie ได้ค้นพบว่าสารสกัด Resveratrol และ กรดไฮยาลูรอนิค เมื่อทำงานร่วมกัน มีอณุภาพคูณ 2 เทียบเท่าเรตินอลในคอลลาเจนจากธรรมชาติ โดยใช้แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องการระคายเคือง อีกทั้งยังตอบโจทย์กับทุกสภาพผิว 

 

 

คลีนสกินแคร์เพื่อผิวและโลก

เป็นอีกครั้งที่แบรนด์ Caudalie พาเรานำเทรนด์คลีนบิวตี้ไปอีกก้าว ด้วยการเลือกใช้เป็น Vegan Collagen Booster หรือคอลลาเจนสกัดจากธรรมชาติ ที่ไม่ต้องรบกวนน้องสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม (เพราะส่วนใหญ่คอลลาเจนจะมีส่วนประกอบมาจากสัตว์) นอกจากนี้การปรับรูปโฉมใหม่  อย่างแพ็คเกจจิ้งสีชมพูอ่อน  โลโก้องุ่นที่ดีไซน์ออกมาดูมินิมอลมากขึ้น  และที่สำคัญการเป็น Zero Waste Clean Beauty หรือคลีนบิวตี้ที่ไม่สร้างขยะอย่างภาคภูมิใจ เพราะบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้

 

เนื้อสัมผัสฟีลกู้ด

ไม่ใช่แค่สีชมพูอ่อนของแพ็คเกจจิ้งที่ทำให้หลงรักไลน์นี้ เพราะหลังจากได้ลองเนื้อสัมผัสของแต่ละผลิตภัณฑ์ ต้องบอกเลยว่าตอบโจทย์กับคนที่ชอบรูทีนบิวตี้ที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ โดยเนื้อสัมผัสของแต่ละผลิตภัณฑ์มีความคล้ายกันตรงที่ซึมซาบไว มอบความชุ่มชื่นแต่ไม่เหนอะหนะ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ช่วยมอบความรู้สึกปลอบประโลม  ไอเท็มไฮไลต์อย่าง ไนท์ครีม สร้างความประทับใจด้วยเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นและซึมไว ไม่หนักหรือกองบนผิว  เข้านอนด้วยฟินิชผิวดิวอี้ แลอิ่มน้ำ

ปราศจากสารเคมีที่เป็นศัตรูต่อผิว

ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติกว่า 97 เปอร์เซนต์ ปราศจากสารเคมีอย่าง พาราเบนและซิลิโคน อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์วีแกน ที่ปราศจากส่วนผสมของน้องสัตว์ด้วย



1 / 3

Caudalie Firming Night Cream 2,200 บาท (50ml)
"ไม่หนักผิวเลย! เป็นไนท์ครีมเข้มข้นแต่เนื้อซึบซาบไวมาก ใช้ก่อนนอน ไม่ต้องกลัวว่าสกินแคร์จะไปอยู่ที่หมอนเสียหมด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ตื่นมาพร้อมผิวที่กระชับ เปลั่งปลั่ง แลดูอิ่มน้ำ เริ่มใช้ได้ไม่นานแต่ก็กลายเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ลูกรักไปแล้ว"




2 / 3

Caudalie Firming Eye Gel-Cream 2,050 บาท (15ml)
"อายเจลบำรุงผิวใต้ตา มีส่วนผสมของสารสกัดจากควินัวและเพปไทด์โมเลกุลจิ๋ว ช่วยฟื้นฟูผิวใต้ตาให้แลดูกระชับ หลังใช้ได้ 1 สัปดาห์ เห็นได้ว่าผิวใต้ตาเฟิร์มขึ้น สังเกตได้จากตอนลงคอนซีเลอร์แล้วไม่เป็นร่องง่าย ในเรื่องของรอยคล้ำยังไม่ค่อยเห็นชัด อาจต้องรอดูกันต่อไป"




3 / 3

Caudalie Lightweight Firming Cashmere 2,150 บาท (40ml)
"ประทับใจเนื้อสัมผัสที่บางเบาและนุ่มเหมือนเอาผ้าแคชเมียร์มาสัมผัสผิว ที่สำคัญชุ่มชื่นและซึมไว เหมาะกับช่วงเช้าที่ใช้ลงก่อนแต่งหน้า"