BEAUTY TREATMENT

รวมข้อมูลเกี่ยวกับ 'ศัลยกรรมผ่าตัดกราม' ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการผ่าตัดกราม ทั้งเทคนิคการทำ และข้อดี-ข้อเสีย

โครงสร้างใบหน้าที่กว้าง กรามใหญ่ ทำให้หน้าดูเหลี่ยม แข็งทื่อ ไม่อ่อนหวาน หนึ่งในวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวยขึ้น คือ "การตัดกราม" ซึ่งเป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อลดกระดูกบริเวณกราม ปรับรูปหน้าให้มีสัดส่วนสมดุลมากขึ้น สำหรับใครที่กำลังสนใจ โว้กบิวตี้ก็ได้รวบรวมข้อควรรู้เกี่ยวกับศัลยกรรมผ่าตัดกรามมาฝากกัน ทั้งเทคนิคต่างๆ และข้อดี-ข้อเสีย เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนไปทำจริง

 


1. เทคนิคซ่อนแผลในช่องปาก

การผ่าตัดด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างมาก เนื่องจากการผ่าตัดในช่องปากค่อนข้างแคบ จึงทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วิธีนี้จะเป็นที่นิยมที่สุดเพราะไม่เห็นแผลและกระดูกกรามที่ได้จะโค้งสวยมากกว่า

ข้อดี

  • ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • ตัดแต่งมุมกรามได้ดีและสวยกว่า
  • หลีกเลี่ยงเส้นประสาทได้ดี 

ข้อเสีย

  • มีอาการบวมมากกว่าปกติ โดยจะบวมนานถึง 5-10 วัน
  • จำเป็นต้องรักษาความสะอาดในช่องปากอย่างเคร่งครัด

2. เทคนิคเปิดแผลนอกช่องปาก

วิธีนี้แพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดด้านนอกและทำการผ่าตัดกรามออก กรอกระดูกให้เล็กได้รูป และเย็บปิดแผล 

ข้อดี

  • เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย 
  • อาการบวมช้ำน้อยกว่าและดูแลรักษาง่ายกว่า

ข้อเสีย

  • เสี่ยงต่อการกระทบเส้นประสาท
  • มีแผลเป็นหลังผ่าตัดที่ใช้เวลานานถึงจะค่อยๆ จางหายไป 


ผ่าตัดกราม VS วีไลน์ ต่างกันอย่างไร?

‘การผ่าตัดกราม’ เป็นวิธีการตัดกระดูกบริเวณกรามออก รวมถึงการเอาเนื้อบางส่วนออกเพื่อให้หน้าเข้ารูปยิ่งขึ้น ในคนไข้บางรายการผ่าตัดกราม อาจไม่ได้ทำให้รูปหน้าเรียวแบบวีเชฟ จึงต้องอาศัยวิธีการทำ ส่วน ‘วีไลน์’ คือ การตัดกรามควบคู่กับการเลื่อนกระดูกคาง เพื่อให้ช่วงล่างของโครงหน้าเรียวยาว คล้ายกับตัว V จึงให้ผลลัพธ์ของโครงหน้าที่เรียวมากกว่า

การผ่าตัดกรามดีอย่างไร?

การผ่าตัดกรามจะช่วยแก้ไขรูปทรงของใบหน้าให้สมดุล สมส่วนยิ่งขึ้น

ศัลยกรรมตัดกรามเหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีใบหน้าไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีขากรรไกรล่างใหญ่
  • ผู้ที่มีขนาดของกระดูกบริเวณกรามที่ใหญ่กว่าปกติ

 


การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด

  • ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายและกระดูกมีการเจริญเติบโตเต็มที่
  • งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (กลุ่มยา Aspirin, Ibuprofen) รวมถึงกลุ่มยาวิตามิน A,C,E ยาจำพวกสมุนไพร อาทิ โสม ใบแปะก๊วย เป็นต้น ก่อนเข้ารับบริการ 2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ากับบริการประมาณ 2 สัปดาห์
  • งดรับประทานอาหารก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง

หลังผ่าตัด

  • หมั่นประคบเย็นในช่วง 1-3 วันแรกเพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • หลังจากผ่านมา 1-2 สัปดาห์ ให้ใช้วิธีการประคบอุ่น เพื่อลดรอยช้ำ รอยเขียว
  • ระมัดระวังบริเวณกรามที่ผ่าตัดเป็นพิเศษ
  • งดสูบบุหรี่ในช่วง 1 เดือนแรก หลังผ่าตัด
  • หมั่นรักษาความสะอาดในช่องปากเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้

และนี่ก็คือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับศัลยกรรมผ่าตัดกราม สำหรับใครที่สนใจ แนะนำให้ขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้ารับการประเมินให้เหมาะสมแบบรายบุคคล

เรื่อง : ชลดา คร่ำมา
เรียบเรียง : วราภรณ์ หงส์วรางกูร