BEAUTY TREATMENT

5 ทรีตเมนต์เพื่อผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส ไม่ต้องพึ่งเข็ม และไม่เหลือรอยแผลเป็นให้กวนใจ

แนะนำเฟเชียลทรีตเมนต์ที่จะช่วยปรับผิวให้แข็งแรง ดูกระจ่างใสขึ้น ลดปัญหาจุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ที่อาจทำให้ดูแก่กว่าวัยได้

หากไม่อยากมีรอยแผลเป็นหลังทำเลเซอร์ การเข้าคอร์สทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใสก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการมีผิวสวยได้ไม่ยาก แนะนำว่าควรเข้ารับบริการเพื่อการบำรุงมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลอย่างสม่ำเสมอและชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องระมัดระวังกิจกรรมที่อาจทำให้ผิวเผชิญกับแสงแดดมากจนเกินไป โว้กบิวตี้แนะนำ 5 ทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใสที่ไม่ต้องพึ่งเข็มให้เจ็บตัว

 


1. Oxygen Peeling Treatment

การผลัดเซลล์ผิวด้วยแรงดันน้ำและอากาศด้วยเครื่อง Oxygen Jet Peel เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก สร้างชั้นผิวใหม่ ชำระล้างสิ่งสกปรก พร้อมกับช่วยลดริ้วรอยตื้น รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอจากแสงแดด ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ขั้นตอนนี้จะให้ความรู้สึกเย็นสบายผิวหน้ามาก เป็นการใช้น้ำเกลือสำหรับการแพทย์พ่น เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยสมานแผลและทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก โดยทั่วไปคลินิกเสริมความงามแต่ละแห่งจะนำเทคโนโลยี Oxygen Peeling นี้มาใช้ควบคู่กับทรีตเมนต์อื่นๆ ตามต้องการ ซึ่งสามารถแจ้งไว้กับแพทย์เพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น


2. No-Needle Mesotherapy

เทคโนโลยีนี้โดดเด่นในเรื่องการผลักสารต่างๆ เข้าสู่เซลล์ผิวได้ลึกยิ่งขึ้นด้วยความถี่และระยะเวลาที่เหมาะสมผ่านทางช่องขนาดเล็กตามผิวหนังเพื่อกระตุ้นโปรตีนในชั้นผิวหนัง ทำให้สารบำรุงซึมสู่ผิวหนังได้ดีโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง สารบำรุงนี้มีมากมายหลายสูตร เป็นเหมือนค็อกเทลสำหรับผิวที่มีการผสมผสานเพื่อแก้ปัญหาผิวรายบุคคล อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นจึงรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการทำทรีตเมนต์ ผิวหนังจะชุ่มชื้นแน่นกระชับขึ้นทันที และทำให้สุขภาพผิวแข็งแรง พร้อมช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนหากทำอย่างต่อเนื่อง โดยควรทำ 8-10 ครั้ง โดยเว้นระยะ 1 สัปดาห์ ในการทำแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมื่อทำเสร็จก็สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

 


3. AHA Treatment

ทรีตเมนต์ประเภทนี้เป็นการบำรุงผิวหน้าที่เป็นการใช้สารสกัดจากผลไม้รวม (AHA) ผลักทรีตเมนต์ให้เข้าซึมลึกสู่เซลล์ผิว เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ รักษาริ้วรอยและจุดด่างดำ ชะลอความเหี่ยวย่นของผิว พร้อมกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่เปล่งปลั่งและกระจ่างใสกว่าเดิม แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงแรกสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 5–6 สัปดาห์ติดต่อกัน จากนั้นลดเหลือเพียงเดือนละ 1–2 ครั้ง เพื่อคงสภาพผิวกระจ่างใสไว้ได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากทำเสร็จควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและการใช้สารเคมีที่อาจจะทำให้ระคายเคืองต่อผิวประมาณ 4 - 5 วัน รวมถึงควรทากันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปก่อนออกแดดทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นผิวจะลอกมากเกินไปและทำให้ผิวบางได้


4. Microdermabrasion

เป็นการกรอผิวด้วยผงคริสตัลหรือเกร็ดอัญมณี ซึ่งการกรอผิวหรือการขัดผิวนี้ จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากผิวหนังกำพร้าชั้นนอก เผยเซลล์ผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสกว่าเดิม ทำให้ผิวดูดซับความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น พร้อมช่วยให้รอยหลุมบนใบหน้าตื้นขึ้น กระชับรูขุมขนให้เล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น พร้อมยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นจึงช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาจุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง มีหลุมสิวตื้นๆ รูขุมขนกว้าง โดยทรีตเมนต์นี้ไม่ใช่กระบวนการที่เป็นอันตรายและไม่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพผิว ฉะนั้นเมื่อทำทรีตเมนต์นี้ควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างถูกต้องก็จะช่วยให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น

 


5. Ionto

“ไอออนโต” หรือ “ไอออนโตโฟรีซีส” คือการขับยาหรือวิตามินเข้าไปในผิวหน้า โดยอาศัยเครื่องมือที่ให้กระแสไฟฟ้าในปริมาณต่ำเป็นตัวช่วยนำยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มวิตามิน A และวิตามิน C เพื่อลดการสร้างเม็ดสีและบำรุงผิวให้ดูสดใส ทรีตเมนต์นี้จะช่วยให้ปริมาณยาจะเข้าไปในผิวหนังได้มากกว่าการทายาหลายเท่า จึงทำให้เห็นผลในการรักษาเร็วขึ้น ซึ่งสามารถช่วยรักษาฝ้า กระตื้น ลดริ้วรอย และจุดด่างดำ รวมถึงลดรอยแผลเป็นบางชนิด เช่น รอยหลุมจากสิวทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสและนุ่มเนียนขึ้น

หากใครกำลังเผชิญกับปัญความหมองคล้ำ แลดูไม่มีชีวิตชีวา ใช้สกินแคร์แล้วก็ยังแก้ปัญหาได้อย่างไม่ตรงจุด แนะนำให้ลองทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใสเหล่านี้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องพึ่งเข็มหรือเลเซอร์ให้เจ็บตัวหรือมีรอยแผลเป็นแล้ว ยังใช้เวลาทำไม่นานและราคาไม่แรงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองเริ่มทำเฟเชียลทรีตเมนต์

เรื่อง : ปัญยภัสสร์ พรหมชัยวัฒนา

คีย์เวิร์ด: treatment ทรีตเมนต์ หน้าใส