Youthforia แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติสหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถูกจับตามองมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในปี 2021 ทั้งการนำเสนอสินค้าที่มีความยั่งยืนโดยการใช้ Biobased Chemistry หรือการสร้างสารเคมีสำหรับเครื่องสำอางด้วยวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ
แบรนด์มีชื่อเสียงจากการที่ BYO Blush บลัชออนชนิดน้ำมันที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามค่า pH สิ้นค้าตัวแรกของแบรนด์เป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วหลังจากเปิดตัว จากการรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์และผู้ใช้จริงทั้งหลาย รวมถึงการดีไซน์โลโก้และแพคเกจกิ้งที่โดดเด่นและดูสนุกสนาน ทำให้ครองใจใครหลายคนได้ไม่ยาก แต่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีประกาศจากทางแบรนด์ว่าจะปิดตัวลง
.webp)
เพราะเหตุใดแบรนด์ที่ดูเหมือนเป็นไปได้ดีจึงปิดตัวลง?
แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่า Youthforia กำลังเติบโตและได้รับความนิยม แต่การปิดตัวของแบรนด์กลับสะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางของธุรกิจความงามในยุคดิจิทัลอาจเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่เชื่อว่าเป็นจุดเปลี่ยนของแบรนด์ เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 เมื่อ Youthforia ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการเปิดตัว Date Night Skin Tint Serum Foundation ซึ่งมีเฉดสีรวม 15 เฉด แต่มีเพียง 4 เฉดที่ออกแบบมาสำหรับผู้มีผิวเข้ม เฉดสีที่เป็นประเด็นมากที่สุดคือเบอร์ 600 Deep - True Neutral ซึ่งถูกหลายคนในโลกออนไลน์มองว่าเข้มจนเกินกว่าที่จะใช้ได้จริงบนผิวมนุษย์ อินฟลูเอนเซอร์ด้านความงามหลายคนได้ทดลองผลิตภัณฑ์และแชร์ผลลัพธ์ที่ดูผิดปกติ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในโซเชียลมีเดีย
ในเวลานั้น Fiona Co Chan ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้ออกมาชี้แจงผ่าน TikTok ส่วนตัวว่าเฉดสีดังกล่าวเป็นเพียง "ตัวอย่างทดลอง" เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงกลับไม่ได้ช่วยกู้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เท่าที่ควร ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มสั่นคลอน หลายเสียงแสดงความผิดหวังและตั้งคำถามว่าแบรนด์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของโทนสีผิวอย่างแท้จริง
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้ค้าปลีกหลักหลายราย อาทิ Revolve, Thirteen Lune และ Credo Beauty ซึ่งตัดสินใจถอดผลิตภัณฑ์ของ Youthforia ออกจากร้านค้าในเวลาต่อมา ทำให้ยอดขายตกลงอย่างรวดเร็ว และในที่สุด แบรนด์ก็ปิดตัวลงภายในเวลาเพียงสองปีนับจากเปิดตัว แม้จะเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด แต่กรณีของ Youthforia สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ ความเข้าใจเชิงลึกในเรื่องความหลากหลายของผู้บริโภค และการรับฟังเสียงสะท้อนของชุมชนในโลกความงามยุคใหม่
Vogue Beauty Thought
ทั้งนี้ การคำนึงถึงความหลากหลายของผู้บริโภคและการทำความเข้าใจเรื่องความงามอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบิวตี้ เพราะทุกผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดไม่ได้สะท้อนเพียงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงทัศนคติและความใส่ใจของแบรนด์ ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคโดยตรง
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังตอกย้ำให้เห็นว่า โลกออนไลน์ ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่สามารถ ผลักดันแบรนด์ให้เติบโต หรือ พาแบรนด์ไปถึงจุดจบ ได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้ว เมื่อแบรนด์ขาดความละเอียดอ่อนในการสื่อสารหรือละเลยความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมาย
ภาพ : Courtesy of Youthforia

.webp)