ปัญหาผมบางไม่ได้เกิดจากอายุหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันที่เราทำจนเคยชินก็อาจส่งผลต่อสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมได้ โดยเฉพาะการทำร้ายเส้นผมซ้ำๆ จนเกิดการขาดหลุดร่วง หรือพฤติกรรมที่ทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเส้นผม แม้บางพฤติกรรมอาจไม่ได้ทำให้เกิดภาวะผมบางโดยตรง แต่หากทำเป็นประจำก็สามารถเพิ่มปัญหาผมขาดหรือทำให้เส้นผมดูบางลงได้ ลองเช็กกันว่าในชีวิตประจำวันมีพฤติกรรมไหนที่ควรลดหรือปรับเปลี่ยนบ้าง
-
มัดผมหรือรวบผมแน่นเกินไป
การมัดผมหางม้า ถักเปีย หรือรวบผมตึงเป็นประจำ โดยเฉพาะทรงที่ดึงเส้นผมบริเวณไรผมหรือขมับอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างแรงดึงบนเส้นผมและรูขุมขนได้ หากทำซ้ำเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ภาวะ Traction Alopecia หรือผมร่วงจากแรงดึง ช่วงแรกอาจสังเกตเห็นเส้นผมบริเวณไรผมหรือขมับบางลง รวมถึงมีอาการเจ็บหรือตึงหนังศีรษะหลังมัดผม หากปล่อยให้เกิดแรงดึงซ้ำๆ เป็นเวลานาน ปัญหาอาจรุนแรงขึ้นและทำให้รูขุมขนเสียหายได้ ทางแก้ง่ายๆ คือสลับทรงผม ไม่รวบตึงตลอดทั้งวัน และเลือกใช้ยางมัดผมที่ไม่ดึงหรือเกี่ยวเส้นผมมากเกินไป
-
ใช้ความร้อนกับเส้นผมบ่อยเกินไป
ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม และเครื่องม้วนผมช่วยจัดแต่งทรงได้อย่างรวดเร็ว แต่ความร้อนสูงและการใช้เป็นประจำสามารถทำลายโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมแห้ง เปราะ และขาดง่าย จุดนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นผมร่วง ทั้งที่จริงแล้วบางส่วนเป็นปัญหาผมขาดบริเวณกลางเส้นหรือปลายผม จนทำให้ภาพรวมของเส้นผมดูบางและไม่หนาแน่นเหมือนเดิม หากจำเป็นต้องใช้ความร้อน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนก่อนจัดแต่ง และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือที่อุณหภูมิสูงเกินความจำเป็น

ภาพ: Magnific
-
ทำสี ดัด หรือยืดผมถี่เกินไป
สารเคมีจากการฟอกสี ย้อม ดัด และยืดผมสามารถทำให้โครงสร้างเส้นผมอ่อนแอลง โดยเฉพาะเมื่อทำหลายกระบวนการต่อเนื่องกันในระยะเวลาไม่นาน เส้นผมที่ผ่านเคมีมากเกินไปอาจสูญเสียความแข็งแรง เกิดความแห้งเสีย แตกปลาย และขาดระหว่างการหวีหรือจัดทรง ทำให้ผมดูบางลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่ได้เกิดจากการที่รูขุมขนผลิตเส้นผมน้อยลงโดยตรง การเว้นระยะระหว่างการทำเคมีและหลีกเลี่ยงการทำหลายกระบวนการในช่วงเวลาเดียวกัน จึงเป็นอีกวิธีช่วยลดความเสียหายสะสมของเส้นผม
-
สระผมแรงหรือเกาหนังศีรษะด้วยเล็บ
หนังศีรษะเป็นผิวหนังที่ค่อนข้างบอบบาง การเกาด้วยเล็บแรงๆ หรือใช้แรงขยี้มากเกินไปอาจทำให้เกิดรอยถลอกและการระคายเคือง โดยเฉพาะคนที่มีอาการคันหรือหนังศีรษะลอกอยู่แล้ว การสระผมที่เหมาะสมควรใช้นิ้วนวดเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะ แทนการใช้เล็บเกา และเลือกแชมพูให้เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ เพราะหากเกิดการระคายเคืองซ้ำๆ อาจทำให้สุขภาพหนังศีรษะไม่ดีและส่งผลต่อการดูแลเส้นผมในระยะยาว หากมีอาการคัน แดง ลอก หรือมีรังแคมากผิดปกติ ควรหาสาเหตุของปัญหาหนังศีรษะแทนที่จะเกาหรือสระแรงขึ้น

ภาพ: Magnific
-
กินอาหารไม่เพียงพอหรือควบคุมอาหารหนักเกินไป
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือการจำกัดอาหารหลายกลุ่มโดยไม่ได้วางแผน อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน ธาตุเหล็ก และสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถส่งผลต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ ในบางกรณี ร่างกายที่อยู่ภายใต้ภาวะเครียดจากการขาดพลังงานหรือสารอาหารอาจทำให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วกว่าปกติ และเกิดผมร่วงแบบกระจายตามมาได้ การดูแลเส้นผมจึงไม่ได้จบแค่การเลือกแชมพูหรือเซรั่ม แต่ควรเริ่มจากการรับประทานอาหารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะแหล่งโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย
-
นอนน้อยและพักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนน้อยไม่ได้ทำให้ผมบางโดยตรงในทันที แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด และความเครียดทางร่างกายก็สามารถรบกวนวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ ในบางคนอาจนำไปสู่ภาวะผมร่วงชั่วคราวที่เรียกว่า Telogen Effluvium ซึ่งมักสังเกตได้จากผมที่หลุดร่วงมากขึ้นทั่วทั้งศีรษะ หากช่วงไหนต้องทำงานหนัก นอนดึก หรือนอนน้อยติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมากขึ้น เพราะสุขภาพเส้นผมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความเครียดของร่างกาย





