Red Lip Theory CHANEL Le Rouge

MAKE UP

รวมลิปสติกสีแดงตาม 'Red Lip Theory' จาก 6 แฟชั่นแบรนด์สุดหรู | Vogue Beauty Picks

โว้กบิวตี้พาไปดูลิปสติกสีแดงจาก 6 แบรนด์แฟชั่น ที่นอกจากริมฝีปากดูเฉียบคมและดูมีพลัง มาพร้อมดีไซน์สวยหรูเหมาะเป็นแอ็กเซสเซอรี่สุดชิคได้อีกด้วย

29 สิงหาคม 2568

ลิปสติกสีแดงยังคงเป็นหนึ่งในไอเท็มคลาสสิกที่ไม่เคยหายไปจากโลกความงาม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย เพราะเพียงแค่เปลี่ยนเฉดสีหรือเนื้อสัมผัส ก็สามารถเปลี่ยนลุคจากความเรียบง่ายให้ดูโดดเด่น หรือเติมความมั่นใจให้กับการแต่งหน้าได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ แบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรีหลายเมซงจึงขยายโลกของตัวเองสู่ไลน์บิวตี้ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านลิปสติก ตั้งแต่การเลือกเฉดสีซิกเนเจอร์ เนื้อสัมผัส ไปจนถึงแพ็กเกจที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน จนทำให้ลิปสติกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องสำอาง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สะท้อนรสนิยมของผู้ใช้

ทำไมลิปสติกสีแดงจากแฟชั่นเฮาส์ถึงควรมีติดกระเป๋า?

ลิปสติกสีแดงจากแฟชั่นแบรนด์ระดับลักชัวรีในปัจจุบันได้สะท้อนดีเอ็นเอของแต่ละเมซงผ่านเนื้อสัมผัส กลิ่น วัสดุของตัวแท่ง ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งาน หลายแบรนด์เลือกพัฒนาสูตรที่ผสานส่วนผสมบำรุงริมฝีปากเข้ากับเม็ดสีคุณภาพสูง ทำให้ลิปสติกทำหน้าที่ได้ทั้งเมกอัพและลิปแคร์ในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกัน แพ็กเกจที่ออกแบบอย่างประณีตยังทำให้ลิปสติกกลายเป็นแอ็กเซสซอรี่ชิ้นหนึ่งที่หลายคนหยิบขึ้นมาใช้ระหว่างวันด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากการถือกระเป๋าหรือเครื่องประดับจากแบรนด์โปรด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลิปสติกจากแฟชั่นเฮาส์จะกลายเป็นไอเท็มที่นักสะสมและสายบิวตี้หลายคนยอมลงทุน แม้จะมีราคาสูงกว่าลิปสติกทั่วไปก็ตาม 

ทฤษฎี Red Lip Theory ใช้ได้จริงไหม?

Red Lip Theory เป็นแนวคิดด้านความงามที่ได้รับความนิยม โดยเชื่อว่าการทาลิปสติกสีแดงสามารถช่วยเพิ่มจุดโฟกัสให้กับใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใส มีชีวิตชีวา และดูโดดเด่นขึ้น แม้จะแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่แต่งหน้าเลย แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า Red Lip Theory ใช้ได้กับทุกคน แต่หลายคนพบว่าลิปสีแดงช่วยเสริมความมั่นใจและทำให้ภาพรวมของลุคดูมีพลังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามโทนสีผิว อันเดอร์โทน รูปหน้า และเฉดสีลิปสติกที่เลือกใช้ หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกเฉดสีแดงที่เข้ากับโทนผิวของตนเอง และเลือกรูปแบบเนื้อลิปสติกให้เหมาะกับโอกาสและสไตล์การแต่งหน้า เพื่อให้ลุคโดยรวมดูเป็นธรรมชาติและเสริมบุคลิกได้อย่างลงตัว

วิธีเลือกลิปสติกสีแดงให้เข้ากับโทนสีผิว

การเลือกลิปสติกสีแดงให้เข้ากับตัวเองคือการเช็กอันเดอร์โทน

  • ผิวโทนเย็น: เส้นเลือที่ข้อมือสีม่วงหรือสีน้ำเงิน
  • ผิวโทนอุ่น: เส้นเลือดที่ข้อมือสีเขียว
  • ผิวโทนธรรมชาติ: ทีทั้งเส้นเลือดสีเขียวและสีน้ำเงิน

คู่มือเลือกลิปสติกสีแดงตามเฉดผิว

  • ผิวขาวอมชมพูเหมาะกับสีแดงอมชมพู แดงเชอร์รี่ แดงก่ำ หรือแดงที่มีเบสสีน้ำเงินจะช่วยขับผิวให้ดูผ่องขึ้น
  • ผิวขาวเหลืองเหมาะกับสีแดงส้ม แดงคอรัล แดงอิฐ หรือแดงสดใส เบสสีส้มจะล้อไปกับเม็ดสีผิวเหลือง ช่วยให้หย้าดูสว่าง มีชีวิตชีวา
  • ผิวสองสี/ผิวสีน้ำผึ้งเหมาะกับสีแดงเบอร์รี่ แดงไวน์ หรือแดงมะฮอกกานี เพราะสีแดงเข้มที่เจือความอบอุ่นจะดูหรูหรา กลมกลืน และขับผิว
  • ผิวเข้ม/ผิวคล้ำเหมาะกับแดงก่ำ แดงพลัม แดงเบอร์กันดี หรือแดงช็อกโกแลต ตัดกับผิวเข้มได้อย่างลงตัว โดดเด่นและดูแพง

โว้กบิวตี้ขอหยิบยกลิปสติกสีแดงที่โดดเด่นและเป็นสีแดงซิกเนเจอร์เฉพาะจากแฟชั่นแบรนด์สุดหรู มาให้ทุกคนได้ดูกันว่า ความแตกต่าง คุณสมบัติ ราคาและแพ็กเกจจิ้งที่หรูหรา แล้วทั้งหมดนี้ทุกคนคิดว่าลิปสติกจากแฟชั่นแบรนด์ไหนทำถึงที่สุด?

  

ซิกเนเจอร์ลิปสติกสีแดงจาก 6 แฟชั่นแบรนด์สุดหรู

How to เลือกลิปสติกสีแดงและทาให้สวยติดทน

การเลือกลิปสติกสีแดงให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉดสีเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเนื้อสัมผัสและฟินิชที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วย หากต้องการลุคเรียบหรูสำหรับทุกวัน ลิปเนื้อซาตินจะให้ความสมดุลระหว่างสีและความชุ่มชื้น ส่วนลิปกึ่งแมตต์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความติดทน ขณะที่ลิปเนื้อกลอสจะช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูและสดใส

 

ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปสติกสีแดง

Q: ลิปสติกสีแดงโทนไหนเหมาะกับคนเอเชีย?

A: โดยทั่วไป ลิปสติกสีแดงที่เหมาะกับโทนผิวของคนเอเชีย ได้แก่ สีแดงเชอร์รี่ สีแดงอิฐ และสีแดงคลาสสิก เพราะช่วยขับผิวให้ดูสดใสและเข้ากับอันเดอร์โทนผิวของคนเอเชียได้ดี 

หากมีอันเดอร์โทนผิวเหลือง (Warm Undertone) แนะนำโทนแดงอิฐ แดงส้ม หรือแดงอมน้ำตาล เพราะช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ส่วนผู้ที่มีอันเดอร์โทนผิวชมพู (Cool Undertone) จะเหมาะกับสีแดงเชอร์รี่ แดงเบอร์รี่ หรือแดงอมชมพู ซึ่งช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สำหรับผู้ที่มีอันเดอร์โทนเป็นกลาง (Neutral Undertone) สามารถใช้ได้ทั้งสีแดงคลาสสิก แดงกุหลาบ และแดงไวน์ จึงเลือกได้หลากหลายตามลุคที่ต้องการ นอกจากนี้ ควรทดลองทาลิปสติกกับผิวจริงหรือบริเวณริมฝีปากก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้เฉดสีที่เข้ากับสีผิวและสไตล์การแต่งหน้ามากที่สุด

Q: ลิปสติกสีแดงเนื้อแมตต์หรือซาตินดีกว่ากัน?

A: ขึ้นอยู่กับลุคและความต้องการในการใช้งาน โดยลิปสติกเนื้อแมตต์จะให้สีที่คมชัด ติดทนนาน และช่วยสร้างลุคที่ดูเรียบหรู เหมาะสำหรับโอกาสที่ต้องการเมกอัพติดทนตลอดวัน อย่างไรก็ตาม เนื้อแมตต์อาจทำให้ริมฝีปากดูแห้งได้ หากริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ส่วนลิปสติกเนื้อซาตินจะให้สัมผัสที่นุ่มลื่น สบายริมฝีปาก ให้ความชุ่มชื้นมากกว่า พร้อมมอบฟินิชที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความเงาเล็กน้อย เหมาะสำหรับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันหรือผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง

หากต้องการทั้งความติดทนและความสบายริมฝีปาก สามารถเตรียมริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อนทาลิปสติกเนื้อแมตต์ หรือเลือกสูตรซอฟต์แมตต์ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายและไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งจนเกินไป

Q: มีลิปสติกสีแดงเฉดสากลที่ทาแล้วรอดทุกสีผิวไหม?

A: เฉดสีแดงนั้นเรียกว่า True Red หรือแดงที่เป็นกลาง มีส่วนผสมของเบสโทนอุ่นและโทนเย็นในสัดส่วนที่เท่ากันพอดี รุ่นที่แนะนำคือลิปสติก CHANEL รุ่น 31 Le Rouge สี 18 Rouge N°5 หรือสี 20 Rouge Camélia

Tips: ก่อนทาลิป ควรบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มและซับส่วนเกินออก จากนั้นลงลิปจากกึ่งกลางริมฝีปากแล้วเกลี่ยออกด้านข้าง หากต้องการลุคฟุ้งเป็นธรรมชาติ สามารถใช้นิ้วแตะเบลอขอบปาก แต่หากต้องการความคมชัดและติดทนมากขึ้น ควรใช้พู่กันหรือเขียนขอบปากก่อนลงลิปสติก