ลิปสติกสีแดงยังคงเป็นหนึ่งในไอเท็มคลาสสิกที่ไม่เคยหายไปจากโลกความงาม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย เพราะเพียงแค่เปลี่ยนเฉดสีหรือเนื้อสัมผัส ก็สามารถเปลี่ยนลุคจากความเรียบง่ายให้ดูโดดเด่น หรือเติมความมั่นใจให้กับการแต่งหน้าได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ แบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรีหลายเมซงจึงขยายโลกของตัวเองสู่ไลน์บิวตี้ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านลิปสติก ตั้งแต่การเลือกเฉดสีซิกเนเจอร์ เนื้อสัมผัส ไปจนถึงแพ็กเกจที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน จนทำให้ลิปสติกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องสำอาง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สะท้อนรสนิยมของผู้ใช้
ทำไมลิปสติกสีแดงจากแฟชั่นเฮาส์ถึงควรมีติดกระเป๋า?
ลิปสติกสีแดงจากแฟชั่นแบรนด์ระดับลักชัวรีในปัจจุบันได้สะท้อนดีเอ็นเอของแต่ละเมซงผ่านเนื้อสัมผัส กลิ่น วัสดุของตัวแท่ง ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งาน หลายแบรนด์เลือกพัฒนาสูตรที่ผสานส่วนผสมบำรุงริมฝีปากเข้ากับเม็ดสีคุณภาพสูง ทำให้ลิปสติกทำหน้าที่ได้ทั้งเมกอัพและลิปแคร์ในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกัน แพ็กเกจที่ออกแบบอย่างประณีตยังทำให้ลิปสติกกลายเป็นแอ็กเซสซอรี่ชิ้นหนึ่งที่หลายคนหยิบขึ้นมาใช้ระหว่างวันด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากการถือกระเป๋าหรือเครื่องประดับจากแบรนด์โปรด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลิปสติกจากแฟชั่นเฮาส์จะกลายเป็นไอเท็มที่นักสะสมและสายบิวตี้หลายคนยอมลงทุน แม้จะมีราคาสูงกว่าลิปสติกทั่วไปก็ตาม
ทฤษฎี Red Lip Theory ใช้ได้จริงไหม?
Red Lip Theory เป็นแนวคิดด้านความงามที่ได้รับความนิยม โดยเชื่อว่าการทาลิปสติกสีแดงสามารถช่วยเพิ่มจุดโฟกัสให้กับใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใส มีชีวิตชีวา และดูโดดเด่นขึ้น แม้จะแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่แต่งหน้าเลย แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า Red Lip Theory ใช้ได้กับทุกคน แต่หลายคนพบว่าลิปสีแดงช่วยเสริมความมั่นใจและทำให้ภาพรวมของลุคดูมีพลังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามโทนสีผิว อันเดอร์โทน รูปหน้า และเฉดสีลิปสติกที่เลือกใช้ หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกเฉดสีแดงที่เข้ากับโทนผิวของตนเอง และเลือกรูปแบบเนื้อลิปสติกให้เหมาะกับโอกาสและสไตล์การแต่งหน้า เพื่อให้ลุคโดยรวมดูเป็นธรรมชาติและเสริมบุคลิกได้อย่างลงตัว
วิธีเลือกลิปสติกสีแดงให้เข้ากับโทนสีผิว
การเลือกลิปสติกสีแดงให้เข้ากับตัวเองคือการเช็กอันเดอร์โทน
- ผิวโทนเย็น: เส้นเลือที่ข้อมือสีม่วงหรือสีน้ำเงิน
- ผิวโทนอุ่น: เส้นเลือดที่ข้อมือสีเขียว
- ผิวโทนธรรมชาติ: ทีทั้งเส้นเลือดสีเขียวและสีน้ำเงิน
คู่มือเลือกลิปสติกสีแดงตามเฉดผิว
- ผิวขาวอมชมพูเหมาะกับสีแดงอมชมพู แดงเชอร์รี่ แดงก่ำ หรือแดงที่มีเบสสีน้ำเงินจะช่วยขับผิวให้ดูผ่องขึ้น
- ผิวขาวเหลืองเหมาะกับสีแดงส้ม แดงคอรัล แดงอิฐ หรือแดงสดใส เบสสีส้มจะล้อไปกับเม็ดสีผิวเหลือง ช่วยให้หย้าดูสว่าง มีชีวิตชีวา
- ผิวสองสี/ผิวสีน้ำผึ้งเหมาะกับสีแดงเบอร์รี่ แดงไวน์ หรือแดงมะฮอกกานี เพราะสีแดงเข้มที่เจือความอบอุ่นจะดูหรูหรา กลมกลืน และขับผิว
- ผิวเข้ม/ผิวคล้ำเหมาะกับแดงก่ำ แดงพลัม แดงเบอร์กันดี หรือแดงช็อกโกแลต ตัดกับผิวเข้มได้อย่างลงตัว โดดเด่นและดูแพง
โว้กบิวตี้ขอหยิบยกลิปสติกสีแดงที่โดดเด่นและเป็นสีแดงซิกเนเจอร์เฉพาะจากแฟชั่นแบรนด์สุดหรู มาให้ทุกคนได้ดูกันว่า ความแตกต่าง คุณสมบัติ ราคาและแพ็กเกจจิ้งที่หรูหรา แล้วทั้งหมดนี้ทุกคนคิดว่าลิปสติกจากแฟชั่นแบรนด์ไหนทำถึงที่สุด?
ซิกเนเจอร์ลิปสติกสีแดงจาก 6 แฟชั่นแบรนด์สุดหรู
1 / 6
1.31 Le Rouge สี Rouge Camelia (5,950.-) จาก CHANEL Beauty
“สีแดงซิกเนเจอร์ที่มาในแท่งแก้วอันหรูหรา”
ลิปสติกสีแดงคลาสสิกในแท่งแก้วสุดหรูที่ให้ฟินิชแบบกึ่งแมตต์และมี Gardenia Oil ช่วยบำรุง เนื้อนุ่มลื่น เกลี่ยง่ายแม้เป็นแมตต์ มีกลิ่นดอกไม้เบาๆ เพื่อให้รู้สึกเฟรชเมื่อหยิบขึ้นมาทา ทางแบรนด์ได้เคลมไว้ว่าถ้าใช้เป็นประจำยังช่วยให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้นขึ้น เอิ่บอิ่มขึ้นด้วย
- ส่วนผสมเด่น: ออยล์จากดอกการ์ดิเนีย ส่วนผสมเอ็กซ์คลูซีฟของ CHANEL*ได้รับการจดสิทธิบัตรในยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น
- ฟินิช: รุ่นซาตินให้ฟินิชแบบซาตินประกายมุก เนื้อฉ่ำวาวเล็กน้อย พิกเมนต์สีชัดกลบสีปากได้ รุ่นแมตต์ให้ฟินิชแบบเวลเวทแมตต์ที่งยังคงมีความเปล่งประกาย ไม่ดูแห้งด้านจนเกินไป
- ความติดทน: ติดทนในระดับดีเยี่ยมสำหรับลิปสติกเนื้อแท่ง สามารถเกาะเคลือบริมฝีปากได้ยาวนานหลายชั่วโมง
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปเนื้อซาตินพร้อมการบำรุง และมองหาลิปสติกที่ให้ทั้งความหรูหราและประสิทธิภาพในแท่งเดียว
- Experience: เนื้อลิปเนียนละเอียด เกลี่ยง่าย ให้สีชัดตั้งแต่ปาดแรก พร้อมฟินิชซาตินที่ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบและเรียบเนียนโดยไม่รู้สึกหนักริมฝีปาก
2 / 6
2.Satin Lipstick สี Rouge Vigne (2,900.-) จาก HERMÈS
“ลิปเนื้อซาตินเม็ดสีแดงออมเบรเข้มข้น ฟินิชสีสด เนื้อนุ่มให้ความชุ่มชื้น”
ลิปสติกสีแดง เนื้อซาตินที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในคอลเล็กชั่นเครื่องสำอางของ HERMÈS โดยสี Rouge Vigne มาในโทนสีแดงเชอร์รี่ที่เข้มข้น ช่วยขับผิวให้ดูผ่อง ด้วยเนื้อสัมผัสซาตินที่ให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่มันวาวเกินไป ติดทนและทิ้ง Stain สีแดงไว้บนริมฝีปากได้ดี
- ส่วนผสมเด่น: Moisturizing Complex ช่วยให้ริมฝีปากนุ่มสบาย พร้อมเนื้อสัมผัสที่เรียบลื่น
- ฟินิช: ผิวสัมผัสดูเรียบหรูและเนียนนุ่ม ฉ่ำวาวกำลังดี ให้ประกายเงางามแบบซาติน ไม่เยิ้มหนาเหมือนลิปกลอส
- ความติดทน: เนื่องจากเป็นเนื้อซาติน ความติดทนจึงอยู่ในระดบปานกลางตามธรรมชาติของลิปสติกประเภทนี้
เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชื่นชอบลิปซาตินสีแดงคลาสสิก และต้องการฟินิชที่ดูสง่างามในทุกโอกาส
Experience: เม็ดสีแน่นแต่ให้สัมผัสบางเบา ฟินิชซาตินช่วยสะท้อนแสงอย่างพอดี ให้ริมฝีปากดูเรียบหรูโดยไม่แห้งตึง
3 / 6
3.LV Rouge Satin Lipstick สี Monogram Rouge (5,600.-) จาก Louis Vuitton
“ลิปซาตินเนื้อนุ่มสีแดงก่ำ เหมาะกับลุคสุดแกลม”
ลิปสติกสติกสีแดง เนื้อซาตินสีแดงโทนอุ่น สัมผัสนุ่มละมุน เนื้อลิปสติกเนียนละเอียดเข้าเติมเต็มทุกร่องปากได้มิดชิด เหมาะกับลุคที่ต้องการความแกลมและริมฝีปากเนียนสวย ความหอมของลิปยังถูกออกแบบกลิ่นโดย Jacque Cavallier Belletrud และมีแพ็กเกจแบบรีฟิลเปลี่ยนได้
- ส่วนผสมเด่น: แว็กซ์จากกุหลาบ จัสมิน และมิโมซา, Hyaluronic Acid, เชียร์บัตเตอร์ และเม็ดสีคุณภาพสูง
- ฟินิช: ฟินิชแบบกึ่งเงากึ่งแมตต์ ปากดูเรียบเนียม มีมิติ และมีความเล่นแสงอ่อนๆ ดูหรูหรา ไม่ฉ่ำวาวเหนียวเหนอะหนะแบบลิปกลอส
- ความติดทน: ทางแบรนด์เคลมความติดทนของเม็ดสียาวนาน 8 ชั่วโมง
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปเนื้อซาติน ให้สีสดชัด พร้อมคุณสมบัติการบำรุงริมฝีปาก
- Experience: เนื้อลิปครีมมี่ เกลี่ยลื่น ให้ฟินิชซาตินที่ดูเปล่งปลั่ง สีติดสม่ำเสมอ และช่วยให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีตลอดวัน
4 / 6
4.Le Rouge Celine สี Rouge Triomphe (2,800.-) จาก Celine
“ลิปสีแดงฟีลสาวปารีเซียง ทาวันที่ต้องออกงานหรือวันสบายๆ ก็ดูดีได้”
ลิปสติกสติกสีแดง เนื้อซาตินสีแดงบริสุทธิ์แบบสาวปารีเซียง สีสดชัด มีความเปล่งประกายและความชุ่มชื้นสูงสุดถึง 89% ผสานส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ แพ็กเกจหรูสกรีนโลโก้แบรนด์สีทอง ติดทนยาวนานและสบายริมฝีปาก เหมาะกับทั้งวันสบาย ๆ หรือวันออกงาน
- ส่วนผสมเด่น: สูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 89% พร้อม Squalane, Sunflower Seed Wax และ Rice Bran Wax ช่วยคงความชุ่มชื้น
- ฟินิช: โดดเด่นด้วยฟินิชแบบซาติน หรูหรา เปล่งประกายธรรมชาติ เบลอร้องปากได้ดี
- ความติดทน: มีความติดทนในระดับปานกลางถึงสูง สำหรับลิปสติกเนื้อครีมบำรุง โดยเนื้อลิปจะยคดเกสะผิวปากได้ดี
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชื่นชอบลิปสีแดงคลาสสิก เนื้อซาติน และต้องการลุคเรียบโก้แบบสาวปารีเซียง
- Experience: เนื้อลิปแนบสนิทริมฝีปาก ให้สีเข้มชัดแต่ยังรู้สึกเบาสบาย พร้อมฟินิชซาตินที่ดูเป็นธรรมชาติ
5 / 6
5.Rosso Valentino Refillable Lipstick สี 205A Red Vice (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์) จาก Valentino
“ลิปสีแดงตุ่น เบาสบายปาก กลบร่องผิวปากได้มิด”
ลิปสติกสติกสีแดง เนื้อกึ่งแมตต์ สีสวยชัดในปาดเดียว มีเทคโนโลยี Roma-Light Complex™ ที่เพิ่มความเปล่งประกายแบบพอดีไม่เงาจนเกินไป พร้อมออยล์บำรุงริมฝีปากให้ความรู้สึกสบายไม่หนักเกินไป และยังเป็นแท่งรีฟิลอีกด้วย
- ส่วนผสมเด่น: Roma-Light™ Complex และเม็ดสี High-Intensity Pigments ช่วยให้สีคมชัดและให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน
- ฟินิช: แมตต์แบบซอฟต์โฟกัส ไม่แห้งกร้าน ดูหรูหราบบเนื้อผ้ากำมะหยี่
- ความติดทน: อุดมไปด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยบำรุงริมฝีปาดตลอดวัน เม็ดสีเด่นชัด กลบปากคล้ำได้เนียน ติดทนสูง
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปกึ่งแมตต์ สีแน่น และต้องการแพ็กเกจแบบรีฟิล
- Experience: ให้สีสดชัดในปาดเดียว ฟินิชนุ่มละมุน ไม่ทำให้ริมฝีปากดูแห้ง พร้อมความรู้สึกเบาสบายแม้ทาตลอดวัน
6 / 6
6.Rouge Stiletto Glossy Shine สี Rouge Louboutin 001S (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์) จาก Christian Louboutin
“จากรองเท้าพื้นแดง สู่ลิปสีแดงซิกเนเจอร์ในแท่งที่โดดเด่นเกินใคร”
ลิปสติกสีแดง เนื้อกลอสที่ให้ความเงางามสูงถึง 6 ชั่วโมง พร้อมสีติดทนยาวนานแบบไม่ต้องหยิบมาเติมบ่อยๆ มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก แอซิด, Pro-vitamin B5 และสารสกัดจากดอกลูตัส ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ริมฝีปากดูอิ่มและเรียบ เอกลักษณ์อยู่ที่แพ็กเกจจิ้งสุดไอคอนิกหยิบมาทาเมื่อไหร่ก็โดดเด่นเกินใคร
- ส่วนผสมเด่น: Hyaluronic Acid, Pro-Vitamin B5 และ Lotus Flower Extract ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบ
- ฟินิช: ฟินิชฉ่ำวาวอวบอิ่ม มีความกลอสสะท้อนแสง ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบและเรียบเนียนขึ้น
- ความติดทน: ติดทนปานกลาง เนื่องจากเป็นลิปกลอสเน้นความชุ่มชื้น ความติดทนจึงอยู่ในระดับปานกลาง ต้องเติมระหว่างวัน
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปฟินิชกลอส ให้ริมฝีปากดูฉ่ำวาวและมีมิติ
- Experience: เนื้อลิปมอบความเงางามสูงโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้สีแดงสดพร้อมความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคโดดเด่นแต่ยังคงความสบายริมฝีปาก
How to เลือกลิปสติกสีแดงและทาให้สวยติดทน
การเลือกลิปสติกสีแดงให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉดสีเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเนื้อสัมผัสและฟินิชที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วย หากต้องการลุคเรียบหรูสำหรับทุกวัน ลิปเนื้อซาตินจะให้ความสมดุลระหว่างสีและความชุ่มชื้น ส่วนลิปกึ่งแมตต์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความติดทน ขณะที่ลิปเนื้อกลอสจะช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูและสดใส
ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปสติกสีแดง
Q: ลิปสติกสีแดงโทนไหนเหมาะกับคนเอเชีย?
A: โดยทั่วไป ลิปสติกสีแดงที่เหมาะกับโทนผิวของคนเอเชีย ได้แก่ สีแดงเชอร์รี่ สีแดงอิฐ และสีแดงคลาสสิก เพราะช่วยขับผิวให้ดูสดใสและเข้ากับอันเดอร์โทนผิวของคนเอเชียได้ดี
หากมีอันเดอร์โทนผิวเหลือง (Warm Undertone) แนะนำโทนแดงอิฐ แดงส้ม หรือแดงอมน้ำตาล เพราะช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ส่วนผู้ที่มีอันเดอร์โทนผิวชมพู (Cool Undertone) จะเหมาะกับสีแดงเชอร์รี่ แดงเบอร์รี่ หรือแดงอมชมพู ซึ่งช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สำหรับผู้ที่มีอันเดอร์โทนเป็นกลาง (Neutral Undertone) สามารถใช้ได้ทั้งสีแดงคลาสสิก แดงกุหลาบ และแดงไวน์ จึงเลือกได้หลากหลายตามลุคที่ต้องการ นอกจากนี้ ควรทดลองทาลิปสติกกับผิวจริงหรือบริเวณริมฝีปากก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้เฉดสีที่เข้ากับสีผิวและสไตล์การแต่งหน้ามากที่สุด
Q: ลิปสติกสีแดงเนื้อแมตต์หรือซาตินดีกว่ากัน?
A: ขึ้นอยู่กับลุคและความต้องการในการใช้งาน โดยลิปสติกเนื้อแมตต์จะให้สีที่คมชัด ติดทนนาน และช่วยสร้างลุคที่ดูเรียบหรู เหมาะสำหรับโอกาสที่ต้องการเมกอัพติดทนตลอดวัน อย่างไรก็ตาม เนื้อแมตต์อาจทำให้ริมฝีปากดูแห้งได้ หากริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ส่วนลิปสติกเนื้อซาตินจะให้สัมผัสที่นุ่มลื่น สบายริมฝีปาก ให้ความชุ่มชื้นมากกว่า พร้อมมอบฟินิชที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความเงาเล็กน้อย เหมาะสำหรับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันหรือผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง
หากต้องการทั้งความติดทนและความสบายริมฝีปาก สามารถเตรียมริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อนทาลิปสติกเนื้อแมตต์ หรือเลือกสูตรซอฟต์แมตต์ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายและไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งจนเกินไป
Q: มีลิปสติกสีแดงเฉดสากลที่ทาแล้วรอดทุกสีผิวไหม?
A: เฉดสีแดงนั้นเรียกว่า True Red หรือแดงที่เป็นกลาง มีส่วนผสมของเบสโทนอุ่นและโทนเย็นในสัดส่วนที่เท่ากันพอดี รุ่นที่แนะนำคือลิปสติก CHANEL รุ่น 31 Le Rouge สี 18 Rouge N°5 หรือสี 20 Rouge Camélia
Tips: ก่อนทาลิป ควรบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มและซับส่วนเกินออก จากนั้นลงลิปจากกึ่งกลางริมฝีปากแล้วเกลี่ยออกด้านข้าง หากต้องการลุคฟุ้งเป็นธรรมชาติ สามารถใช้นิ้วแตะเบลอขอบปาก แต่หากต้องการความคมชัดและติดทนมากขึ้น ควรใช้พู่กันหรือเขียนขอบปากก่อนลงลิปสติก
MAKE UP"ลิปสติกสีดำ" ก็สร้างเมกอัปที่หรูหราดูแพงได้เมื่ออยู่บนรันเวย์โอต์กูตูร์ของ Schiaparelli


.webp)

