“กระ” เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนที่ต้องเผชิญแสงแดดเป็นประจำ หรือมีแนวโน้มทางพันธุกรรม แม้จะไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่ก็อาจทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอและส่งผลต่อความมั่นใจได้ไม่น้อย ที่สำคัญคือ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ากระไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะ สาเหตุ และแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันออกไป วันนี้โว้กจะพาไปทำความรู้จักว่ากระมีกี่ชนิด สังเกตได้อย่างไร พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวและแนวทางรักษาที่ควรรู้
กระ มีกี่ชนิด? ทำความรู้จัก พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษา

กระตื้น
กระตื้นเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กที่มักเกิดบริเวณผิวที่โดนแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม สันจมูก และหน้าผาก พบได้บ่อยในผู้ที่มีพันธุกรรมหรือผิวไวต่อแสงแดด โดยมักเริ่มเห็นตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น และจะมีสีเข้มขึ้นเมื่อโดนรังสี UV ก่อนค่อยๆ จางลงได้หากหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างต่อเนื่อง
- หัตถการที่แนะนำ : การรักษากระตื้นที่เห็นผลค่อนข้างชัดคือ Picosecond Laser หรือ Q-Switched Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ช่วยสลายเม็ดสีเมลานินให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กลง ก่อนให้ร่างกายค่อย ๆ กำจัดออกตามธรรมชาติ หลังทำอาจมีสะเก็ดบางๆ หรือรอยเข้มขึ้นชั่วคราวประมาณ 5–7 วัน โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเข้มของเม็ดสี สภาพผิว และการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะการทากันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสกระกลับมาเข้มขึ้น

กระลึก
กระลึกเป็นความผิดปกติของเม็ดสีที่อยู่ลึกในชั้นผิวหนังแท้ จึงมักเห็นเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลเทา เทาอมฟ้า หรือสีดำ โดยมักขึ้นบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างอย่างค่อนข้างสมมาตร และพบชัดในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป สาเหตุเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสีในผิวชั้นลึก ซึ่งอาจถูกกระตุ้นจากฮอร์โมน อายุ และการสะสมของแสงแดด
- หัตถการที่แนะนำ : มักใช้ Picosecond Laser หรือ Q-Switched Nd:YAG Laser (1064 nm) เพื่อส่งพลังงานลงลึกไปสลายเม็ดสีใต้ผิว โดยกระลึกมักต้องรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง ประมาณ 3–6 ครั้งขึ้นไป จึงจะเห็นผลชัดเจน และควรดูแลผิวพร้อมป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสกลับมาเข้มขึ้นอีก

กระแดด
กระแดดเป็นรอยเม็ดสีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ลักษณะเป็นจุดหรือปื้นแบนราบ ขอบค่อนข้างชัด มักเกิดในบริเวณที่โดนแดดสะสมเป็นเวลานาน เช่น ใบหน้า โหนกแก้ม หลังมือ และท่อนแขน โดยพบได้บ่อยขึ้นตามอายุ สาเหตุหลักมาจากการสัมผัสรังสี UV ร่วมกับความเสื่อมของผิวตามวัย
- หัตถการที่แนะนำ : ใช้ Picosecond Laser หรือ Q-Switched Laser เพื่อสลายเม็ดสีให้แตกตัวและค่อยๆ ถูกกำจัดออกตามธรรมชาติ หลังทำอาจมีสะเก็ดบาง ๆ ประมาณ 5–7 วัน และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

กระเนื้อ
กระเนื้อเป็นตุ่มหรือก้อนนูนสีน้ำตาลถึงดำ ผิวค่อนข้างขรุขระและดูคล้ายแปะอยู่บนผิว มักพบบริเวณใบหน้า คอ ลำตัว หรือหลัง และพบได้บ่อยขึ้นตามอายุ สาเหตุเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและความเสื่อมของผิวตามวัย โดยไม่ใช่กระจากเม็ดสีโดยตรง แต่เป็นเนื้องอกผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง
- หัตถการที่แนะนำ : หากต้องการเอาออก แพทย์มักใช้ CO2 Laser เพื่อจี้หรือตัดก้อนเนื้อออกโดยตรง หลังทำจะเกิดสะเก็ดคล้ายแผลทั่วไปประมาณ 1–2 สัปดาห์ และในหลายกรณีสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่การรักษาเพียง 1 ครั้ง
SKINCAREนี่คือประโยชน์ของ ‘ลิ้นจี่’ ส่วนผสมในสกินแคร์ที่ช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย
SKINCAREแนะนำ 7 สกินแคร์ที่ช่วยรักษาปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เผยผิวหน้าเนียนใส สม่ำเสมอยิ่งขึ้น



