ดอกซ่อนกลิ่น หรือ Tuberose เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมโดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งหวาน นุ่มนวล และเย้ายวนในเวลาเดียวกัน จึงมักถูกนำมาเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอมที่ต้องการถ่ายทอดความหอมแบบดอกไม้ที่ดูมีมิติ ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป สำหรับใครที่ชอบกลิ่นฟลอรัลที่มีความละมุนแต่ยังคงคาแรกเตอร์ชัด ลองมาทำความรู้จักกับ 6 น้ำหอมกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นเหล่านี้ ที่แต่ละขวดตีความความหอมของ Tuberose ออกมาได้แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ
1 / 6
Armani/Privé Rouge Malachite Eau de Parfum (ราคา 17,000 บาท/100 ML) จาก Giorgio Armani
น้ำหอมที่ตีความดอกซ่อนกลิ่นออกมาในโทนหรูหรา เข้มข้น และเย้ายวน โดยมีดอกซ่อนกลิ่นเป็นหัวใจหลัก ผสานความเผ็ดซ่าของพริกไทยสีชมพู และความอบอุ่นของ AmberXtreme™ ทำให้กลิ่นดอกไม้ไม่ได้หวานอย่างเดียว แต่มีความลึกและพลังมากขึ้น ให้ภาพของดอกซ่อนกลิ่นที่ทั้งครีมมี่ เย้ายวน และมีความดุดันเล็กๆ เหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมดอกไม้สีขาวที่มีความเข้มข้นและโดดเด่น ไม่ใช่แค่สายฟลอรัลเบาๆ แบบทั่วไป
2 / 6
Do Son Eau de Parfum (ราคา 10,800/75 ML) จาก Diptyque
กลิ่นนี้นำเสนอดอกซ่อนกลิ่นในบรรยากาศที่ละมุนและมีความโปร่งมากขึ้น โดยจับคู่กับกลิ่นดอกส้ม, มะลิ และแอมเบอร์ จึงเกิดเป็นกลิ่นดอกไม้สีขาวที่ทั้งหวาน หอม และมีความสดชื่นในเวลาเดียวกัน แรงบันดาลใจมาจากความทรงจำช่วงวัยเด็กของ Yves Coueslant ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในเวียดนาม จึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านสวนดอกไม้ในช่วงหัวค่ำ มีทั้งความเย้ายวนของดอกซ่อนกลิ่นและความนุ่มนวลที่ทำให้กลิ่นสวมใส่ง่ายขึ้น
3 / 6
Bloom Parfum (ราคา 7,880 บาท/100 ML) จาก Gucci
เป็นการนำกลิ่นของดอกซ่อนกลิ่นมาตีความใหม่ในโทน Ambery Floral ที่เข้มข้นและมีความอบอุ่นมากขึ้น โดยวางดอกซ่อนกลิ่นไว้ใน Heart Notes คู่กับ Jasmine Sambac Absolute และ Rangoon Creeper ก่อนเติมความหวานนุ่มด้วยวนิลาและ Peru Balsam ในช่วง Base Notes ทำให้กลิ่นมีทั้งความเป็นดอกไม้สีขาว ความหวานแบบครีมมี่ และมิติอุ่นๆ ที่ออกแนว Spicy Woody เล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นดอกไม้ที่ดูเป็นผู้หญิง แต่ต้องการความลึกและความหรูมากกว่าฟลอรัลหวานๆ ทั่วไป
4 / 6
Gaultier Divine Elixir Parfum (ราคา 8,630 บาท/100 ML) จาก Jean Paul Gaultier
สำหรับคนที่ชอบดอกซ่อนกลิ่นแบบเซ็กซี่และทรงพลัง กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เน้นความเข้มข้นอย่างชัดเจน โดยมี Salty Note, ดอกซ่อนกลิ่น และถั่วตองก้าเป็นแกนหลัก ให้ความรู้สึกเป็น Floral Marine Amber ที่มีทั้งความเค็มสดชื่น ความครีมมี่ของดอกซ่อนกลิ่น และความหวานอบอุ่นจากถั่วตองก้า เมื่อรวมกันจึงได้กลิ่นที่เย้ายวน มีความเข้ม และเหมาะกับลุคที่ต้องการให้น้ำหอมเป็น statement ของลุคมากกว่าจะเป็นเพียงกลิ่นหอมเบาๆ
5 / 6
Love Tuberose Eau de Parfum (ราคา 16,000 บาท/100 ML) จาก Amouage
ชื่อก็บอกคาแรกเตอร์ของกลิ่นได้ค่อนข้างชัด เพราะเป็นการวาดอกซ่อนกลิ่น, ดอกการ์เดเนีย และดอกมะลิไว้ใน Top Notes ก่อนเพิ่มความหวานนุ่มด้วย Chantilly Cream และวนิลา ใน Heart Notes และปิดท้ายด้วยซีด้าวูด และแซนเดิลวูด ทำให้มีความหวานละมุนและครีมมี่กว่าหลายตัว เป็นฟลอรัลที่ให้ความรู้สึกนุ่ม หรู และมีความอบอุ่นบนผิว อีกทั้งยังมีความเข้มข้นของน้ำมันหอม 20% และผ่านกระบวนการบ่มกว่า 6 สัปดาห์ จึงเหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมดอกไม้สีขาวที่มีความหวานและเนื้อสัมผัสของกลิ่นชัดเจน
6 / 6
Lys 41 (ราคา 6,750/50 ML) จาก Le Labo
เป็นอีกหนึ่งตัวที่เหมาะกับคนที่ชอบ White Floral แบบโดดเด่นและมีพลัง โดยผสมดอกมะลิ, ดอกซ่อนกลิ่น และดอกลิลลี่เข้าไว้ด้วยกัน ให้ภาพของดอกไม้สีขาวที่ทั้งอบอุ่น สว่าง และเข้มข้น ก่อนเสริมความลึกด้วยกลิ่นไม้, วนิลา และมัสก์ ทำให้กลิ่นไม่ได้จบอยู่แค่ความหวานของดอกไม้ แต่มีความนุ่ม อุ่น และติดผิวมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการน้ำหอมดอกไม้ที่ฉีดแล้วสร้างคาแรกเตอร์ให้ลุคได้ทันที





