Vogue Beauty Thailand

SKINCARE

ส่วนผสมที่ควรมองหาในสกินแคร์ลดรอยสิว

รู้จักส่วนผสมที่ควรมองหาในสกินแคร์ลดรอยสิว พร้อมทำความเข้าใจว่าสารชนิดใดเหมาะกับรอยสิวแบบใด

13 กรกฎาคม 2569

     “รอยสิว” แต่ละประเภทมีลักษณะและสาเหตุแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น รอยแดงหลังเป็นสิวที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดใต้ผิว หรือรอยดำที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีส่วนเกิน ซึ่งความแตกต่างตรงนี้ทำให้แต่ละรอยตอบสนองต่อส่วนผสมในสกินแคร์ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเลือกสกินแคร์ลดรอยสิวจึงไม่ควรดูเพียงคำเคลมบนบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ควรทำความเข้าใจว่าส่วนผสมแต่ละชนิดมีบทบาทอย่างไรในการดูแลรอยสิวแต่ละแบบ เพราะบางสารอาจเหมาะกับการลดเลือนรอยแดง ขณะที่บางสารโดดเด่นในด้านการดูแลรอยดำและความไม่สม่ำเสมอของสีผิว บทความนี้โว้กบิวตี้จะพาไปรู้จักส่วนผสมที่ควรมองหาในสกินแคร์ลดรอยสิว พร้อมทำความเข้าใจว่าสารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นด้านใด และเหมาะจะใช้กับรอยสิวประเภทใดบ้าง

ส่วนผสมที่ควรมองหาในสกินแคร์ลดรอยสิว

Article

ก่อนเลือกสกินแคร์ลดรอยสิว ต้องรู้ก่อนว่ามีรอยสิวแบบใด

     แม้จะเรียกว่า “รอยสิว” เหมือนกัน แต่รอยที่เกิดขึ้นหลังจากสิวหายแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รอยแดงและรอยดำ ซึ่งเกิดจากคนละกลไก จึงต้องการการดูแลด้วยส่วนผสมที่แตกต่างกัน

  • รอยแดงจากสิว (Post-Inflammatory Erythema: PIE) มักเกิดขึ้นหลังสิวอักเสบยุบตัวลง แม้สิวจะหายแล้ว แต่ผิวยังคงมีรอยสีชมพูหรือสีแดงอยู่ โดยรอยสิวประเภทนี้จะเกิดจากการขยายตัวหรือความเสียหายของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเม็ดสีผิวโดยตรง
  • รอยดำจากสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH) รอยสีน้ำตาลหรือสีเทาที่พบได้บ่อยหลังสิวหาย เกิดจากผิวสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ จึงทำให้เกิดจุดหรือรอยคล้ำที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะค่อยๆ จางลง

 

Article

1. Niacinamide

Niacinamide เป็นส่วนผสมที่มักพบในสกินแคร์ลดรอยสิว เพราะช่วยดูแลได้ทั้งรอยแดงและรอยดำในเวลาเดียวกัน จุดเด่นคือช่วยปลอบประโลมผิว ลดความรู้สึกระคายเคือง และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

เหมาะสำหรับ: รอยแดงจากสิว และรอยดำจากสิว

 

2. Vitamin C

Vitamin C เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ควรมองหาเป็นลำดับแรกๆ เพราะเป็นสารที่มักถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสและดูแลสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้รอยดำจากสิวดูจางลง พร้อมฟื้นให้ผิวโดยรวมดูสดใสขึ้นด้วย

เหมาะกับ: รอยดำจากสิว

 

3. Azelaic Acid

สำหรับคนที่ต้องรับมือทั้งสิวและรอยสิวไปพร้อมกัน Azelaic Acid เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่น่าจับตามอง เพราะถูกมองว่าเป็นสารที่ตอบโจทย์ผิวเป็นสิวง่ายได้หลายด้านในเวลาเดียวกัน มักพบในสกินแคร์ที่ออกแบบมาสำหรับผิวเป็นสิวง่ายหรือผู้ที่มีปัญหารอยสิวหลงเหลือหลังการอักเสบ

เหมาะสำหรับ: รอยแดงและรอยดำจากสิว รวมถึงผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

 

4. Alpha Arbutin

หากมีปัญหารอยดำจากสิว Alpha Arbutin เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่ควรมองหาในสกินแคร์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผิวยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน จึงในเซรั่มและเอสเซนส์ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นหลังสิวหาย

เหมาะสำหรับ: รอยดำจากสิว

 

5. Retinal

รอยดำจากสิวเป็นหนึ่งในปัญหาที่สกินแคร์ที่มี Retinal มักถูกนำมาใช้ดูแล ด้วยบทบาทในการช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงช่วยให้รอยคล้ำที่หลงเหลืออยู่หลังสิวหายค่อยๆ ดูจางลง พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้น

เหมาะสำหรับ: รอยดำจากสิว

 

6. Licorice Extract

Licorice Extract เป็นสารสกัดจากชะเอมเทศ มีคุณสมบัติในการช่วยดูแลผิวหลังการอักเสบ จึงตอบโจทย์การลดรอยสิว ทั้งรอยแดงและรอยดำจากสิว นอกจากนี้ยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่อยู่ในกลุ่มลดเลือนจุดด่างดำและฟื้นบำรุงผิวหลังสิวหาย

เหมาะสำหรับ: รอยแดงจากสิว และรอยดำจากสิว

 

ภาพ : iStock (Maksym Belchenko, simarik, Ake Ngiamsanguanม Maksym Belchenko)