"แชมพูแซนวิช" เทคนิคการทำความสะอาดเส้นผมแบบนี้ อาจไม่ใช่เทคนิคใหม่ซะทีเดียว เพราะเคยเป็นไวรัลใน TikTok มาแล้วตั้งแต่ช่วงปีก่อน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาของคนที่ลองทำตามไปแล้วนั้นดีเกินคาด พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศก็ยังแนะนำให้ทำตามเทคนิคนี้ เมื่อในปีนี้เรื่องของการดูแลเส้นผมนั้นมาแรงใคร ๆ ก็อยากมี Glass Hair ผมเงางามแบบที่ใฝ่ฝัน ดังนั้นเทคนิคการสระผมแบบนี้จึงกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง
แชมพูแซนวิช (Shampoo Sandwich) คืออะไร?
แชมพูแซนวิชเป็นเทคนิคที่ตรงตามชื่อเลย คือการ “ประกบ” ขั้นตอนการสระผมด้วยการ บำรุง > ทำความสะอาด > บำรุง เหมือนกับการประกบแซนวิช ซึ่งวิธีการสระผมแบบนี้จะให้การบำรุงได้ล้ำลึกมากกว่า ยิ่งถ้าใครมีปัญหาเรื่องปลายผมแห้ง แต่หนังศีรษะมันง่าย การสระผมแบบนี้จะช่วยลดปัญหานี้ได้ดีทีเดียว นอกจากนี้มีกูรูบิวตี้หลายท่านยืนยันว่าเทคนิคนี้ช่วยล็อกสีผมได้นานขึ้นด้วย
ขั้นตอนการสระผมแบบ แชมพูแซนวิช
- ลงทรีตเมนต์ ครีมบำรุง หรือผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผม บริเวณช่วงกลางถึงปลายผม บนผมแห้ง
- ทิ้งไว้สัก 10-20 นาที ไม่ต้องล้างออก
- หลังครบเวลา ให้ลงแชมพูที่หนังศีรษะเหมือนการสระผมปกติ
- ลงทรีตเมนต์ มาสก์ หรือคอนดิชันเนอร์เฉพาะช่วงปลายผมซ้ำอีกครั้ง
- ล้างออกแล้วลงออยล์บำรุงผมตามต้องการ
ทำไมถึงควรลองสระผมแบบแชมพูแซนวิช?
การลงทรีตเมนต์ มาสก์ หรือคอนดิชันเนอร์ก่อนสระผม จะช่วยปกป้องบริเวณเส้นผมที่เสียมากกว่า โดยการเคลือบเส้นใยผมไว้ ทำให้ขั้นตอนการสระในภายหลังไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากปลายผมมากเกินไป ขณะเดียวกันหนังศีรษะก็ยังสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือผมเงางามและแห้งเสียน้อยลง แชมพูแซนวิช จึงช่วยบรรลุ 2 เป้าหมายพร้อมกัน คือ การทำความสะอาดที่ดี และ การเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่โคนผมมันตามธรรมชาติ แต่ช่วงกลางถึงปลายผมแห้ง นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ทำสีผม เพราะการบำรุงก่อนสระจะช่วยลดการหลุดของสีระหว่างการสระผมได้ สำหรับคนผมหยักศกหรือผมลอน เทคนิคนี้ยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผมเงางามและลอนผมชัดขึ้นในระยะยาว
ใครควรเลี่ยง Shampoo Sandwich?
เทคนิคนี้อาจให้ความรู้สึกหนักผมเกินไปสำหรับคนที่มีเส้นผมเล็กและบางมาก อย่างเราที่เป็นคนเอเชียน หากอยากลองจริง ๆ ควรเลือกทรีตเมนต์ที่เนื้อบางเบา และไม่มีซิลิโคน เพื่อไม่ให้ผมลีบแบนเกินไป
แนะนำคอนดิชันเนอร์และมาสก์ผมเนื้อบางเบาสำหรับคนผมเส้นเล็ก
1 / 5
1.Treatment Mask Miracles Intensive (229 บาท) จาก Pantene
ทรีตเมนต์มาสก์ผมผสานเม็ดไข่มุกสุดพิเศษ ไม่เนื้อสัมผัสเบา แต่อัดแน่นด้วยการบำรุง ต่อครั้งไม่ต้องใช้เยอะ ผมหลังสระจะดูนุ่มลื่นขึ้นปลายผมไม่พันกัน
2 / 5
2.Treatment Deep Moist (550 บาท) จาก &honey
ทรีตเมนต์ผมสูตรเติมความชุ่มชื้น เนื้อเหลวบางเบา ให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน มีส่วนผสมหลักมาจากน้ำผึ้ง เหมาะกับคนทีึ่มีผมแห้งเสีย เปราะบาง
3 / 5
3.Fine Hair Conditioner (720 บาท) จาก OUAI
คอนดิชันเนอร์เนื้อบางเบา เติมความชุ่มชื้นให้กับผมเส้นบางพร้อมเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมแต่ไม่ทำให้ผมลีบแบน ผลิตจากเคราติน ไบโอติน และน้ำมันเมล็ดเจีย
4 / 5
4.Nutriplenish™ Treatment Masque Light (2,200 บาท) จาก Aveda
ทรีตเมนต์เนื้อเจลครีมสุตรบางเบา ช่วยเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมที่แห้งเสีย ไร้น้ำหนัก ดูมีวอลลูม เด้ง สวยมากขึ้นกว่าเดิม
5 / 5
5.Revitalizing Mask (2,690 บาท) จาก BALMAIN PARIS HAIR COUTURE
มาสก์ผมที่ช่วยซ่อมแซมปมเสียได้ล้ำลึก สูตรปราศจากพาราเบน อุดมด้วยส่วนผสมที่ดีที่สุดเพื่อช่วยฟื้นฟูเส้นผมจากภายใน พร้อมทั้งผสานคุณค่าจากวิตามิน E, F และ P ที่คัดสรรมาอย่างดี เหมาะกับผมที่ผ่านการทำสีมาหรือถูกทำร้ายมาอย่างหนัก





