เสน่ห์ของลิปสติกสีชมพูกุหลาบไม่ได้มีเพียงความหวานละมุน แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายของเฉดสี ตั้งแต่ชมพูเจือเบจที่ดูนุ่มนวล ชมพูผสมน้ำตาลที่ให้สุขุมขึ้น ไปจนถึงสีกุหลาบเข้มที่เติมความโดดเด่นให้ริมฝีปาก การเลือกเฉดให้ถูกใจจึงต้องพิจารณามากกว่าความอ่อนหรือเข้ม เพราะทั้งอันเดอร์โทนผิว สีริมฝีปากเดิม และเนื้อสัมผัสของลิปสติกล้วนทำให้สีเดียวกันดูแตกต่างเมื่อทาบนปากของแต่ละคน วันนี้โว้กบิวตี้จึงชวนสำรวจเฉดตั้งแต่ Soft Rose ถึง Deep Rose พร้อมแนวทางเลือกเฉดให้รับกับสีผิวและลุคที่ชอบ
แนวทางเลือกลิปสติกสีชมพูกุหลาบให้รับกับสีผิว
หลายคนอาจเข้าใจว่าลิปสติกสีชมพูกุหลาบคือสีชมพูอ่อนที่คนผิวขาวเท่านั้นที่ทาได้ แต่ความจริงแล้วโทนสีนี้มีทั้งเฉดอ่อน เฉดตุ่น และเฉดเข้ม จึงเปิดให้ทุกสีผิวสามารถทาได้อย่างมั่นใจ เพียงรู้จักแนวทางต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามสีริมฝีปากเดิมและลุคที่ชอบได้เลย
- ผิวขาวถึงผิวปานกลาง: หากชอบสีปากละมุนๆ ให้เลือก Soft Rose หรือชมพูกุหลาบที่มีความเจือเบจ แต่ถ้าทาแล้วสีดูซีดกลืนกับผิว ให้ขยับมาเป็นชมพูกุหลาบตุ่นที่มีน้ำหนักสีมากขึ้น ส่วนเฉดเข้มก็ช่วยเพิ่มความคมชัดได้ในวันที่อยากเปลี่ยนอารมณ์ของเมกอัป
- ผิวแทนถึงผิวเข้ม: เฉดสีชมพูกุหลาบอมน้ำตาลและ Deep Rose เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากให้สีปากเด่นชัด ขณะที่ชมพูกุหลาบอ่อนก็ทาได้เช่นกัน เหมาะกับการจับคู่กับดินสอเขียนขอบปากสีน้ำตาลใกล้เคียงสีปากเดิม แล้วเกลี่ยรอยต่อให้ดูกลมกลืน
- คำนึงถึงอันเดอร์โทนผิวด้วย: นอกจากระดับความสว่างของผิว ลองสังเกตสีที่เจืออยู่ในลิปสติกด้วย โดยผิวโทนอุ่นจะแนะนำให้ลองสีชมพูกุหลาบผสมพีช เบจ หรือน้ำตาล ส่วนผิวโทนเย็นเหมาะกับเฉดที่เจือม่วงเล็กน้อย และสำหรับผิวโทนกลางสามารถทดลองได้ทั้ง 2 กลุ่มเลย
- อย่าลืมลองสีบนริมฝีปากก่อน: การปาดสีลงบนมือจะช่วยดูแค่เฉดสีเบื้องต้น แต่สีริมฝีปากเดิมจะทำให้สีหลังทาต่างออกไป โดยเฉพาะลิปเนื้อโปร่งแสง ฉะนั้นหากลองได้ ควรลองทาบนริมฝีปากและดูในแสงธรรมชาติ พร้อมสังเกตว่าเนื้อลิปให้ความทึบและความแวววาวตรงกับที่ต้องการหรือไม่
5 เฉดลิปสติกสีชมพูกุหลาบที่โว้กบิวตี้อยากแนะนำ
1 / 5
1. K.I.S.S.I.N.G Lipstick สี Pillow Talk Fair (ราคา 1,650 บาท) จาก Charlotte Tilbury
ใครชอบสีปากหวานละมุน สี Pillow Talk Fair เป็นสีชมพูกุหลาบอ่อนโทนเย็นที่น่าลอง ยิ่งมีสีปากเดิมอ่อนก็จะเห็นความชมพูได้ชัด พร้อมความแวววาวแบบซาตินที่ทำให้ลุคดูนุ่มนวล เหมาะกับผิวขาวถึงผิวปานกลาง ส่วนผิวแทนก็หยิบมาทาได้ หากรู้สึกว่าสีอ่อนโดดไปหน่อย ลองเขียนขอบปากด้วยสีน้ำตาลใกล้กับสีปากเดิม แล้วเกลี่ยเบาๆ ก่อนเติมลิป จะช่วยให้สีชมพูดูเข้ากับเรามากขึ้น
2 / 5
2. M·A·Cximal Silky Matte Lipstick สี Mehr (ราคา 1,000 บาท) จาก M·A·C
เฉดสีนี้น่าจะถูกใจคนที่อยากทาสีชมพู แต่ไม่ชอบให้ดูหวานจนเกินไป เพราะเป็นสีชมพูตุ่นเจือม่วงโทนเย็น ทาแล้วได้สีปากชัดพร้อมมอบฟินิชแมตต์ หากมีผิวอันเดอร์โทนเย็นหรือโทนกลาง จะเหมาะกับสีนี้เลย ส่วนผิวแทนจะเห็นสีชมพูตัดกับผิวมากขึ้น เหมาะกับวันที่อยากให้สีปากเด่นกว่าปกติสักนิด
3 / 5
3. Crushed Lip Color สี Italian Rose (ราคา 1,500 บาท) จาก Bobbi Brown
ลิปสติกสีชมพูกุหลาบที่มีสีน้ำตาลโทนอุ่นผสมอยู่ เหมาะทั้งกับผิวขาวเหลืองและผิวแทน โดยเฉพาะคนที่เคยทาสีชมพูโทนเย็นแล้วรู้สึกว่าสีลอย เสน่ห์อีกอย่างของลิปสติกแท่งนี้คือเนื้อลิปที่ให้สีระเรื่อคล้ายทาแล้วซับออก ยังเห็นสีปากเดิมอยู่บ้าง ดูเป็นธรรมชาติแบบที่หยิบมาทาได้ทุกวัน ส่วนใครมีสีปากค่อนข้างเข้ม ค่อยๆ ทาเพิ่มทีละชั้นจนได้สีชัดตามที่ชอบ
4 / 5
4. Rouge Dior สี 772 Classic Rosewood (ราคา 1,850 บาท) จาก Dior Beauty
ลิปสติกสีชมพูกุหลาบเจือสีน้ำตาลที่ดูสุภาพ แต่ยังมีน้ำหนักพอให้ริมฝีปากเด่นขึ้น เหมาะกับผิวกลางถึงผิวแทนที่อยากได้สีปากละมุนนุ่มนวลโดยไม่อ่อนจนเกินไป ส่วนคนผิวขาวหรือมีสีปากเดิมอ่อน ทาแล้วจะเห็นสีชัดขึ้นอีกนิด อีกทั้งฟินิชเวลเวทยังช่วยให้ลุคดูละมุน จับคู่กับอายแชโดว์สีน้ำตาลและปัดแก้มเบาๆ ก็ได้เมกอัปที่ดูสวยเรียบร้อย โดยยังมีสีปากเป็นเสน่ห์ของลุค
5 / 5
5. Rouge Allure Velvet สี 69 Abstrait (ราคา 1,800 บาท) จาก CHANEL
ปิดท้ายด้วยเฉดสีชมพูกุหลาบที่ขยับไปทางน้ำตาลเข้ม เหมาะมากสำหรับผิวแทนหรือผิวเข้ม ส่วนผิวขาวจะได้สีปากที่เด่นขึ้น เหมาะกับการแต่งตาน้อยๆ แล้วปล่อยให้ลิปเป็นตัวชูโรง เนื้อแมตต์มีประกายละเอียดช่วยให้ริมฝีปากดูไม่แห้งทึบ แต่ถ้าสีปากเดิมเข้ม ลองทาเทียบดูก่อน เพราะสีบนปากอาจออกน้ำตาลมากกว่าชมพู





