Vogue Beauty Thailand

SKINCARE

5 ส่วนผสมทางเลือกแทนเรตินอลสำหรับดูแลริ้วรอย

ทำความรู้จักส่วนผสมต่างๆ สำหรับคนที่อยากดูแลริ้วรอย แต่ผิวไม่ถูกกับเรตินอล พร้อมดูว่าแต่ละชนิดช่วยเรื่องอะไรบ้าง

28 สิงหาคม 2569

     เรตินอลเป็นส่วนผสมขึ้นชื่อเรื่องช่วยดูแลริ้วรอย แต่ไม่ได้เข้ากับผิวของทุกคน บางคนใช้แล้วรู้สึกแสบ แดง แห้ง หรือลอก แม้อาการเหล่านี้มักเกิดจากการระคายเคืองในช่วงที่ผิวยังปรับตัว แต่หากลองลดความถี่หรือเลือกสูตรอ่อนลงแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็แนะนำว่าอย่าฝืนใช้ต่อจะดีกว่า เพราะการดูแลริ้วรอยไม่ได้มีเรตินอลเป็นคำตอบเดียว ยังมีส่วนผสมอย่างบากูชิออล เปปไทด์ อะดีโนซีน และ PDRN ที่ช่วยดูแลผิวผ่านกลไกแตกต่างกัน บทความนี้โว้กบิวตี้จึงรวบรวม 5 ส่วนผสมทางเลือก สำหรับคนที่อยากดูแลริ้วรอยแทนการใช้เรตินอล

 

Article

1. Bakuchiol (บากูชิออล)

     บากูชิออลเป็นสารสกัดจากพืช Babchi ที่ได้รับความสนใจในฐานะส่วนผสมทางเลือกแทนเรตินอล เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยดูแลริ้วรอย ความยืดหยุ่น และรอยคล้ำจากแสงแดด โดยมีแนวโน้มก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า งานวิจัยขนาดเล็กที่ทดลองเป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่า บากูชิออลความเข้มข้น 0.5% และเรตินอล 0.5% ต่างช่วยให้ริ้วรอยและรอยคล้ำดูดีขึ้น แต่ผู้ใช้เรตินอลพบอาการแสบและผิวลอกมากกว่า ถึงอย่างนั้น บากูชิออลก็ไม่ใช่อนุพันธ์ของวิตามินเอและไม่ได้ทำงานเหมือนเรตินอลทุกด้าน จึงเหมาะจะเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลริ้วรอย แต่ใช้เรตินอลแล้วผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

 

2. Peptides (เปปไทด์)

     เปปไทด์คือสายกรดอะมิโนขนาดสั้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรตีนในผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน เปปไทด์บางชนิดที่นำมาใช้ในสกินแคร์ทำหน้าที่คล้ายตัวส่งสัญญาณ ช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจน จึงมีส่วนให้ผิวดูยืดหยุ่นและริ้วรอยดูตื้นขึ้น จุดเด่นคือโดยทั่วไปค่อนข้างอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้งหรือลอกเหมือนที่อาจพบจากเรตินอล จึงเหมาะกับคนที่ผิวระคายเคืองง่าย อย่างไรก็ตาม เปปไทด์มีหลายชนิดและให้ผลต่างกัน ประสิทธิภาพจึงขึ้นอยู่กับทั้งชนิดของเปปไทด์ ความเข้มข้น และองค์ประกอบโดยรวมของผลิตภัณฑ์

Article

3. Adenosine (อะดีโนซีน)

     อะดีโนซีนเป็นส่วนผสมที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ดูแลริ้วรอย โดยเฉพาะสกินแคร์เกาหลี มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น จึงมักนำมาใช้กับริ้วรอยบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา จุดเด่นคือค่อนข้างอ่อนโยน ไม่ได้เร่งการผลัดเซลล์ผิวเหมือนเรตินอล จึงมีโอกาสทำให้ผิวแห้งหรือลอกน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลริ้วรอยทุกวันโดยไม่เพิ่มขั้นตอนที่หนักผิว ทั้งยังพบได้ในผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ตั้งแต่เซรั่ม ครีมบำรุง ไปจนถึงอายครีม

 

4. Ginseng (โสม)

      โสมเป็นส่วนผสมที่อยู่คู่กับสกินแคร์เกาหลีมาอย่างยาวนาน โดยมีสารสำคัญอย่างจินเซนโนไซด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยที่เร่งให้เกิดริ้วรอย พร้อมสนับสนุนการทำงานของคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว ต่างจากเรตินอลที่เน้นเร่งการผลัดเซลล์ โสมจะค่อยๆ ดูแลผิวให้แข็งแรงและริ้วรอยดูจางลงโดยไม่ทำให้ผิวแห้งหรือลอก จึงเหมาะกับคนที่มองหาการดูแลผิวระยะยาวในแบบที่อ่อนโยนกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรทดลองใช้บริเวณเล็กๆ ก่อน เพราะสารสกัดจากพืชก็สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน

 

5. PDRN

     จากชื่อที่คุ้นเคยในคลินิกความงาม วันนี้ PDRN ขยับเข้ามาอยู่ในเซรั่มและครีมบำรุงมากขึ้น โดยเหตุผลที่ PDRN น่าสนใจสำหรับคนที่ใช้เรตินอลไม่ได้ คือการดูแลผิวผ่านแนวทางที่ต่างออกไป แทนที่จะเร่งการผลัดเซลล์ ส่วนผสมชนิดนี้จะเน้นสนับสนุนการฟื้นตัวของผิว เติมความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวที่แห้งจนเห็นริ้วรอยชัดดูอิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์จากสกินแคร์แบบทาให้เทียบเท่าการทำหัตถการ เนื่องจากหลักฐานเรื่องการซึมผ่านผิวและประสิทธิภาพของ PDRN ในรูปแบบทายังมีค่อนข้างจำกัด

 

ข้อมูล : Pubmed, American Academy of Dermatology
ภาพ : Pexels (Pırıl Şahin, Ron Lach, Pavel Danilyuk)
TAGS : Skincare