Quiet Beauty คือเทรนด์การแต่งหน้าที่เน้นไปที่งานผิว หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า การแต่งหน้าแบบน้อยแต่มาก ไม่แมตต์และไม่ฉ่ำจนเกินไป เน้นการลงให้ผิวดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เป็นการแต่งหน้าที่ใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้น
แต่สิ่งสำคัญคือ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ซึ่งคำว่าคุณภาพ ไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นผลิตภัณฑ์แพงจากลักชัวรีแบรนด์ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลต่างหาก
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของเทรนด์ Quiet Beauty ก็คือขั้นตอนในการดูแลผิวก่อนแต่งหน้า เพื่อให้ได้ผิวใสเป็นธรรมชาติ เป็นเทรนด์การแต่งหน้าที่เหมาะกับคนที่ขี้เกียจแต่งหน้าหลายขั้นตอนและเหมาะกับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มหัดแต่งหน้า เพราะเป็นการแต่งหน้าที่ใช้ขั้นตอนในการแต่งน้อย
1.ขั้นตอนในการบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าสำคัญที่สุด
ก่อนอื่นต้องรู้จักก่อนว่าผิวหน้าของเรา เป็นผิวแบบไหน ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย เพื่อให้รู้ว่าสกินแคร์ที่เราจะเลือกใช้บำรุง ควรเป็นตัวไหนที่จะตอบโจทย์สภาพผิวของเรามากที่สุด และที่จะขาดไม่ได้เลยคือการเติมความชุ่นชื้นให้กับผิวก่อนแต่งหน้า เพราะจะช่วยทำให้ผิวดูสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นและช่วยให้เครื่องสำอางติดทนตลอดทั้งวัน (อย่าลืมลงครีมกันแดดด้วยนะ)
ป้ายยาสกินแคร์ที่ใช้เองเป็นประจำแล้วถูกใจ

Facial Moisturizing Lotion จาก CeraVe (690.-)
เป็นโลชั่นบำรุงผิวหน้าที่ใช้เป็นประจำทุกวัน เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเสริมสร้างปราการปกป้องผิว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ เป็นสกินแคร์ที่แนะนำจริง ๆ ตั้งแต่ใช้มาสิวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ก่อให้เกิดการอุดตันเลย และที่สำคัญคือไม่เหนียวเหนอะหนะ

Daily Moisturizing Pads Aqualock จาก LA GLACE (390.-)
โทนเนอร์แพดตัวดังจากแบรนด์ไทย ที่เชื่อว่าใครหลายๆ คนมีติดไว้ที่บ้านแน่นอน หนึ่งในนั้นคือเราด้วย ส่วนใหญ่จะแปะโทนเนอร์แพดตัวนี้ทิ้งไว้ก่อนแต่งหน้าประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยลดอุณหภูมิผิวให้การแต่งหน้าติดทนมากขึ้น ใช้งานง่ายและยังพกพาสะดวก ใครที่แพ้ง่ายแนะนำให้ลองซื้อขนาดทดลองมาใช้ดูก่อน
2. การแต่งหน้าเน้นที่งานผิวเป็นธรรมชาติ
อย่างที่บอกไปว่า Quiet Beauty เป็นการแต่งหน้าที่เน้นการลงงานผิว แต่ต้องไม่ลงจนหนักเกินไป ผิวต้องดูเป็นธรรมชาติอยู่ จะมีรอยสิว รอยกระ บ้างเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร แนะนำให้ลงเป็นรองพื้นเฉดสีเดียวกันกับสีผิวแบบบางๆ หรือใช้สกินทินต์ลงก็ได้ และใช้คอนซีลเลอร์แต้มเฉพาะจุดที่ไม่มั่นใจ เช่น บริเวณใต้ตา หรือ บริเวณที่มีสิว สุดท้ายฟินิชผิวด้วยการเซตแป้ง เพื่อลดความมันและทำให้ผิวมีความโกลว์นิด ๆ
แนะนำเมคอัพงานผิว

Infallible Pro-Cover Cushion สี 200 จาก L’oreal (599.-)
ส่วนตัวแต่งหน้าไม่ค่อยโปรมากและไม่ค่อยชอบลงรองพื้นสักเท่าไหร่ การลงงานผิวเลยขอแนะนำเป็นคุชชั่นแทนดีกว่า เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าใช้งานง่ายและไม่หนักหน้าจนเกินไป ลงแล้วยังคงได้งานผิวอยู่ และข้อดีของตัวนี้เลยคือหน้าไม่หยือ ติดทนนานไม่ต้องเติมบ่อยๆ ระหว่างวัน เป็นหนึ่งในคุชชั่นที่คนรอบตัวป้ายยามาเยอะมาก ๆ

Vanish™ Airbrush Concealer สี Silk จาก Hourglass (1,700.-)
ถ้าจะให้แนะนำคอนซีลเลอร์สักตัวที่ปกปิดดี เกลี่ยง่าย ไม่ตกร่อง ขอแนะนำเป็นตัวนี้เลย ใช้หมดไปที่แท่งแล้วก็ไม่รู้ Favorite คอนซีลเลอร์ตลอดกาลที่ใครถามว่าใช้คอลซีลเลอร์อะไรดี ก็จะบอกว่า ยังไงก็ต้อง Hourglass
3.เมคอัพแบบ Monochrome Makeup
Monochrome Makeup เป็นการแต่งหน้าที่เลือกโทนสีตา แก้ม และปากให้ไปในโทนสีเดียวกัน อาจจะใช้เรื่อง Personal color เข้ามาช่วยเช็คดูว่าเราเหมาะกับการแต่งหน้าแบบ Warm Tone หรือ Cool Tone มากกว่ากัน เพื่อให้เวลาแต่งหน้าแล้วขับผิวมากยิ่งขึ้น แต่ย้ำก่อนว่าต้องเป็นการแต่งหน้าเบา ๆ เหมือนไม่ได้แต่ง ถึงจะเป็นการแต่งหน้าแบบ Quiet Beauty
4.ลิปสติกสีโทนธรรมชาติเหมือนสีปาก
ลิปสติกที่ใช้จะเป็นลิปสติกโทนสีนู้ด หรือ สีธรรมชาติใกล้เคียงกับสีปากจริงให้ได้มากที่สุด หลีกเลี่ยงสีจัดจ้าน และสิ่งสำคัญคือลิปสติกที่ใช้ต้องไม่แมตต์มากจนเกินไป อาจจะใช้เป็นลิปทินต์ และถ้าใครอดใจไม่ไหวจริง ๆ อาจจะแอบเติมลิปกลอสใสให้ปากฉ่ำขึ้นเล็กน้อย
ป้ายยาลิปสติกที่ใช้คอมพลีต Quiet Beauty

Juicy Lasting Tint สี 25 Bare Grape จาก ROM&ND (350.-)
เป็นลิปทินท์สีสวย เป็นธรรมชาติ ทาง่าย ไม่ตกร่อง ติดทนนานไม่ต้องเติมบ่อย ๆ ระหว่างวัน สีที่ทาจะออกสีชมพูใกล้เคียงกับสีปากจริงของเรา ตั้งแต่ใช้ลิปทินท์มาส่วนตัวรู้สึกว่า ตัวนี้ใกล้เคียงกับสีปากเรามากที่สุด เลยอยากแนะนำเป็นตัวนี้
MAKE UPรวม 7 ลิปสติกโทนนู้ดชมพู สไตล์สาว Clean Girl ริมฝีปากสวยละมุน ดูแพงแบบเป็นธรรมชาติ




