Vogue Beauty Thailand

BODY

กลิ่นแก่ คืออะไร? หาคำตอบ พร้อมวิธีรับมือที่ถูกต้อง

ทำความรู้จักสาเหตุของกลิ่นตัวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย พร้อมวิธีดูแลความสะอาดและรับมืออย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

29 กันยายน 2569

หลายคนอาจเคยสังเกตว่ากลิ่นตัวมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการดูแลความสะอาดที่ไม่ดีเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวและสารประกอบบางชนิดที่เกิดขึ้นตามอายุ โว้กบิวตี้จึงจะพามาทำความรู้จัก “กลิ่นแก่” พร้อมหาคำตอบถึงสาเหตุ และวิธีดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และดูแลผิวให้สดชื่นอยู่เสมอ

Article

ปัจจัยที่อาจทำให้กลิ่นแก่ชัดเจนขึ้น

แม้กลิ่นตัวที่เปลี่ยนแปลงตามวัยจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่พฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อมบางอย่างอาจทำให้กลิ่นสังเกตได้ชัดขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันบนผิว เหงื่อ และการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยปัจจัยที่ควรใส่ใจ ได้แก่

Article
  1. การรับประทานอาหาร
    อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิด 2-Nonenal แต่รูปแบบการรับประทานอาหารอาจมีส่วนต่อองค์ประกอบของไขมันและสารที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นตัว การรับประทานอาหารไขมันสูง ของทอด หรืออาหารแปรรูปในปริมาณมากเป็นประจำ จึงควรรับประทานอย่างพอดีและเน้นอาหารให้หลากหลาย
  2. ความเครียดและความเหนื่อยล้า
    ความเครียดสามารถส่งผลต่อการทำงานของต่อมเหงื่อและองค์ประกอบของเหงื่อ ซึ่งอาจทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงหรือชัดเจนขึ้นได้ นอกจากนี้ การพักผ่อนไม่เพียงพอยังอาจส่งผลต่อสมดุลของร่างกายและสุขภาพผิวโดยรวม
  3. การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
    การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อกลิ่นตัวทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยควันบุหรี่สามารถติดบนผิว เสื้อผ้า และเส้นผม ขณะที่แอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อการขับเหงื่อและกลิ่นตัวในบางคน จึงควรลดหรืองดพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อสุขภาพโดยรวมและช่วยลดปัจจัยที่ทำให้กลิ่นตัวเด่นชัดขึ้น

วิธีรับมือกับปัญหากลิ่นแก่

  • เลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดปัจจัยของการเกิดกลิ่น : เช่น สารสกัดจากลูกพลับญี่ปุ่น (Persimmon Extract) หรือ ชาเขียว อาจเป็นอีกทางเลือกในการดูแลผิว โดยสารสกัดเหล่านี้มีการศึกษาถึงคุณสมบัติในการช่วยลดสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือชาร์โคลก็อาจช่วยทำความสะอาดและลดความมันบนผิวได้ ทั้งนี้ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวและไม่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองเกินไป
  • เน้นถูสบู่บริเวณจุดอับ : ระหว่างอาบน้ำควรใส่ใจทำความสะอาดบริเวณที่มีเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรกสะสมได้ง่าย เช่น หลังหู ซอกคอ หน้าอก แผ่นหลัง และรักแร้เป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน รวมถึงอาจเกิดการอับชื้นได้ง่าย การล้างอย่างอ่อนโยนและล้างผลิตภัณฑ์ออกให้หมดจึงช่วยลดการสะสมของเหงื่อและความมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กลิ่นตัวชัดเจนขึ้นได้ หลังอาบน้ำควรซับผิวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกหรือจุดที่อับชื้น เพื่อช่วยดูแลความสะอาดและลดการสะสมของกลิ่นไม่พึงประสงค์ 
Article
  • สครับผิวอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง : การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนอาจช่วยลดการสะสมของเซลล์ผิวเก่าและความมันบนผิวได้ โดยสามารถทำประมาณ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ไม่ใช้แรงขัดหรือทำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หรือเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงได้ หากผิวบอบบางหรือมีการระคายเคือง ควรลดความถี่หรือหลีกเลี่ยงการสครับจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติ 
  • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและของทอด : ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและของทอดในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเน้นอาหารให้หลากหลายและสมดุล แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารกลุ่มนี้ทำให้ร่างกายผลิต 2-Nonenal เพิ่มขึ้นโดยตรง แต่การดูแลโภชนาการโดยรวมอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพผิวและลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นตัวได้ 
ภาพปก : Pexels (Ron Lach)
ภาพประกอบ : Pexels (Ron Lach, Furkan Alakoç, Polina Tankilevitch)