ในปี 2025 นี้ กระแสชาไทยไร้สี หรือชาไทยออร์แกนิกที่มีสีสันน้ำตาลอ่อน กำลังมาแรงจนกลายเป็นเทรนด์สุดฮิตในวงการอาหารและเครื่องดื่ม เราเริ่มเห็นเมนูชาไทยแบบนี้ผุดขึ้นในร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเครื่องดื่มต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับคนไทยหลายคนแล้ว ชาไทยที่คุ้นเคยยังคงเป็นสีส้มเข้ม กลิ่นหอมหวานและรสชาติที่มันเข้มข้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
แล้วชาไทยไร้สีแตกต่างจากชาไทยแบบดั้งเดิมอย่างไร? วันนี้โว้กบิวตี้จะพาทุกคนมาไขข้อสงสัย พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังของชาไทยทั้งสองรูปแบบนี้ ว่าทำไมชาไทยไร้สีถึงกำลังได้รับความนิยม และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งแนะนำวิธีเลือกดื่มชาไทยให้เหมาะกับสไตล์ชีวิตของคุณ

ชาไทย...แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นสีส้ม
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ชาไทยแบบดั้งเดิมแท้จริงแล้วไม่ได้มีสีส้มเข้มอย่างที่เราคุ้นตากัน แต่กลับเป็นสีน้ำตาลอ่อนคล้ายกับชาทั่วไป โดยชาไทยดั้งเดิมทำจากใบชาแห้งหลากหลายชนิด เช่น ชาซีลอน หรือชาอัสสัม ที่ไม่ได้ผ่านการแต่งสีหรือใส่กลิ่นสังเคราะห์ เมื่อนำมาชงกับน้ำร้อนจะให้สีเบจหรือน้ำตาลตุ่น ๆ และเมื่อตบด้วยนมหรือนมข้นหวาน ก็จะได้สีออกน้ำตาลอ่อนคล้ายชานมที่เราคุ้นเคย
ในอดีตเพื่อเพิ่มความโดดเด่นและดึงดูดสายตาในแก้วชา จึงมีการเติมสีผสมอาหารสังเคราะห์ที่ชื่อ Sunset Yellow FCF ลงไป ซึ่งเป็นสีที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก
ความสวยที่มาพร้อมความเสี่ยง
แม้สี Sunset Yellow FCF จะได้รับการอนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก แต่ก็มีบางประเทศในยุโรปที่เข้มงวดกับการใช้สีนี้ เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพหากบริโภคเกินขนาดที่กำหนดไว้
ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ใช้สีนี้ในชาปรุงสำเร็จได้ในปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่ายังปลอดภัยหากบริโภคไม่เกิน 0-4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือประมาณการดื่มชาไทยสีส้มไม่เกิน 1-2 แก้วต่อวัน
ด้วยเหตุนี้ การดื่มชาไทยสีส้มในปริมาณที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลมากนัก แต่ควรระวังไม่ดื่มมากเกินไปเพื่อป้องกันผลกระทบในระยะยาว
ความแตกต่างด้านรสชาติ
นอกจากสีสันที่แตกต่างกันแล้ว ชาไทยไร้สีกับชาไทยสีส้มยังให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน ชาไทยสีส้มมักจะมีการเติมกลิ่นวานิลลาเพิ่มความหวานหอมละมุน ในขณะที่ชาไทยไร้สีจะมีกลิ่นหอมซับซ้อนของใบชาที่แท้จริง รสชาติจึงออกแนวลึกและบางครั้งอาจมีความเฝื่อนเล็กน้อย แต่ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ
ชาไทยไร้สีจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความเป็นธรรมชาติและสุขภาพ ในขณะที่ชาไทยสีส้มยังคงครองใจคนไทยด้วยรสชาติและกลิ่นที่คุ้นเคย ที่สำคัญคือการดื่มในปริมาณที่พอดีและเหมาะสมเท่านั้น ก็จะช่วยให้ทุกแก้วชาเป็นช่วงเวลาที่ดีต่อใจและร่างกายได้อย่างลงตัว

ชาไทยไร้สี กลายเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพ
ชาไทยไร้สีคือชาไทยที่ไม่ผ่านการเติมสีสังเคราะห์ ทำให้ผู้ดื่มมั่นใจได้ว่าไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสารเคมีในสีผสมอาหารเมื่อดื่มเข้าไป จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักชาไทยและผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพควบคู่กันไปอย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม การดื่มในปริมาณที่พอดียังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับประโยชน์โดยไม่เกิดผลเสียต่อร่างกาย
ในช่วงเวลานี้ เราเริ่มเห็นร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่หลายแห่งในไทย หันมาให้ความสนใจกับเมนูชาไทยไร้สีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่เติมเต็มรสชาติที่คุ้นเคย แต่ยังตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ต้องการเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อยและดีต่อใจ เมนูชาไทยไร้สีจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจในวงการเครื่องดื่มบ้านเรา และคาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
ภาพ : Unsplash+

.webp)