"อย่าลืมเข้าแอปหรือปัดปารีสให้ด้วยนะ"
ประโยคคุ้นเคยที่ได้ยินบ่อยครั้งในกลุ่มเพื่อนหรือเวลาถ่ายรูปกับคนรู้จัก เพราะแอปพลิเคชั่นคือตัวช่วยให้สวยไวแบบไม่ต้องจ่ายเงิน ใครล่ะจะไม่ลองใช้? ยิ่งแอปพลิเคชั่นแต่งรูปที่กลายเป็นแอปฯ ติดเครื่องอย่าง Meitu กลายเป็นของสำคัญกันตายที่สาวๆ หลายคนต้องมี แต่รู้ไหมว่าทั้งหมดนี้นำไปสู่ "Meitu Blindness"
แอปฯ นี้คือตัวแปรสำคัญ
จุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์นี้มาจากจีน ประเทศที่มาตรฐานความงามยังคงยึดติดกับความขาว ผอม ตาโต ใบหน้าเรียว ผิวเนียนตามแบบเหล่าดารานักแสดงบนหน้าจอของพวกเขา ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มาจากธรรมชาติยังต้องพึ่งพาศัลยกรรมราคาแพงอยู่ เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชั่น Meitu (เหม่ยถู) จึงเป็นทางออกของพวกเขา
จะเรียกว่าแอปฯ นี้เป็นตัวแปรสำคัญของยุค 2010s ก็ว่าได้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีแอปถ่ายรูปพร้อมฟิลเตอร์หน้าเนียนอื่นๆ มาก่อน แต่ก็ไม่ครบ-จบเท่านี้ ดังนั้นความนิยมของ Meitu จึงเพิ่มมากขึ้น และเข้าสู่ประเทศไทยจนเราเรียกกันบ่อยๆ ว่า 'เหมยตู'
ปรากฏการณ์ Meitu Blindness
ในช่วงปีที่ผ่านมาชาวจีนด้วยกันเองเริ่มจับสังเกตได้ว่าพวกเขายึดติดกับความงามจากแอปฯ นี้เกินไป จนกระทั่งไม่สามารถกลับมาใช้กล้องสดหรือลงรูปแบบไม่แต่งได้อีก ตัวอย่างครีเอเตอร์ @Gracezyzhang บน TikTok ที่เล่าประสบการณ์เจอปรากฏการณ์นี้ของตัวเอง จนพบว่าหลายคนติดกับแอปนี้จนรูปที่ถ่ายออกมาดูเกินจากความเป็นจริงไปมาก
แล้วจะแก้อาการติดแอปฯ ได้ไหม?
- สังเกตสิ่งแวดล้อมทั้งสื่อและคนรอบตัว
- ตั้งคำถามว่าเราพึงพอใจกับตัวเองมากแค่ไหน
- หาทางออกผ่านการใช้ตัวช่วยอย่างสกินแคร์ เมคอัพ หรือหัตถการ
- ให้ศัลยกรรมเป็นตัวเลือกสุดท้ายของทางออก
ก่อนอื่นให้ลองดูสิ่งแวดล้อมของตัวเองก่อน ว่าเราเสพสื่อที่มีแต่การแต่งเติมจนดูสวยงามเกินจริงไหม ถ้าใช่ต้องเริ่มเลี่ยงหรือลดจำนวนการเสพคอนเทนต์เหล่านี้ ถัดมาคือการตั้งคำถามกับตัวเองว่าวันนี้เราพึงพอใจในความงามธรรมชาติของเราแล้วหรือยัง? คำถามนี้ไม่ได้ให้ทุกคนปลง แต่เป็นการยอมรับและเข้าใจก่อน จากนั้นค่อยๆ หาทางออก เช่น ถ้ารู้ตัวว่าโอเคกับโครงหน้าแล้ว แต่อยากให้ผิวหน้าดูดีกว่านี้ ลองใช้เวลาศึกษาสกินแคร์สักหน่อย (ไม่ต้องไปไหนไกลเพราะโว้กบิวตี้มีหมวดสกินแคร์ให้ทุกคนได้อัปเดตและรู้จักการดูแลผิวแบบครบครันนะ!) หรือลองใช้เมคอัพในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนใบหน้าต่างๆ ที่สำคัญยุคนี้มีหัตถการที่เป็นตัวช่วยเรื่องความงามอยู่มากมาย และอยากให้การศัลยกรรมเป็นตัวเลือกสุดท้าย เพราะหากเราเข้าใจตัวเองดีแล้วทางออกอย่างศัลยกรรมนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับจุดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตจริงๆ เท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่ต้องการปรับเปลี่ยนใดๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะสิ่งที่ทำแล้วสบายใจก็คือความสุขอย่างหนึ่ง แต่ลองมองในระยะยาวว่าหากวันนึงร่างกายเริ่มแก่ตัวลง การดูแลที่ต้องเพิ่มมากขึ้น การส่องกระจกเจอกับความจริงจะเป็นเรื่องทุกข์อยู่ไหม การติดแอปฯ จะเยียวยาใจในระยะยาวได้จริงหรือเปล่า แล้วคุณล่ะได้คำตอบว่าอย่างไร?

