Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

รวมเทคนิคซื้อเครื่องสำอางให้ครบทุกชิ้น ภายในงบ 2,000 บาท

มาบริหารงบ 2,000 บาท ให้สามารถซื้อเครื่องสำอางได้ครบทุกชิ้นกันดีกว่า

28 กุมภาพันธ์ 2569

อยากได้ลุคสวยปัง แต่ไม่อยากให้ยอดแจ้งเตือนจากแอปธนาคารดังรัวๆ ใช่ไหม?

ผู้เขียนเข้าใจฟีลนั้นดีเลย เพราะวงการบิวตี้มันเข้าแล้วออกยากมาก จะหยิบจับอะไรก็ดูน่าลองไปหมด จนบางทีก็อดใจไม่ไหวและรูดบัตรไปแบบไม่คิด แต่ความจริงแล้วการแต่งหน้าให้สวยครบลุคไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายหนักเสมอไป แค่ต้องรู้จักวางแผนและเลือกซื้อให้ฉลาด ทุกคนก็สามารถสวยได้แบบไม่ต้องกุมขมับตอนเช็กยอดเงินคงเหลือแล้ว

ผู้เขียนเลยอยากชวนทุกคนมาดู 3 สเต็ปการจัดกระเป๋าเครื่องสำอางที่ช่วยคุมงบให้อยู่หมัด พร้อมลิสต์ให้ดูด้วยเลยว่าแม้จะมีงบไม่เกิน 2,000 บาท ก็สามารถสวยได้ไม่ว่าจะสายฝอแกลมๆ ฟาดๆ หรือสายเกาหวานละมุนๆ โดยไม่ต้องซื้อของเกินจำเป็นเลย

1.ซื้อผลิตภัณฑ์ไซซ์พกพา

มาเริ่มกันทีสเต็ปแรกอย่าง “ซื้อผลิตภัณฑ์ไซซ์พกพา” ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะฟังดูตลก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้แย่เลยสำหรับคนที่ชอบลองไอเท็มใหม่ๆ แต่ในเวลาเดียวกันก็อยากประหยัดงบไปด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ไซซ์พกพามักจะมาในขนาดไม่ใหญ่มาก เช่นเดียวกับราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไป ทำให้ใช้หมดได้เร็ว โดยไม่ต้องเสียดาย และถ้าหากใช้แล้วไม่ชอบก็สามารถเปลี่ยนไปใช้หรือลองตัวอื่นได้ จึงเหมาะกับคนที่ชอบเทสต์ของใหม่ๆ แต่ก็ไม่อยากทุ่มเงินมากจนเกินไปนั่นเอง

2.ตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

มาต่อกันที่ “การตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น” ซึ่งก็หมายความตรงตัวเลย เพราะสเต็ปนี้เราจะให้ความสำคัญกับการใช้เฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น และตัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนออกไป เช่น เราอาจจะซื้อแค่รองพื้น และตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นอย่างคอนซีลเลอร์ และคอเรคเตอร์ออก เพราะถ้าเราเลือกซื้อรองพื้นที่ให้การปกปิดดีและกลบรอยคล้ำดำได้สนิท ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อคอนซีลเลอร์เพื่อเพิ่มการปกปิดเลย แต่เน้นการใช้รองพื้นดีๆ เป็นหลัก

3.เน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้หลายรูปแบบ

ปิดท้ายด้วยขั้นตอนสุดท้ายที่สาวๆ อยากสวยแบบประหยัดควรทำเลยก็คือการหาไอเท็มที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายส่วนบนใบหน้า หรืออาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาในรูปแบบ 2 in 1 เช่น คอนทัวร์ที่มาพร้อมไฮไลต์เตอร์ในแท่งเดียว ซึ่งสามารถใช้แต่งตาได้ หรือลิปสติกที่มีทั้งเนื้อแมตต์และเนื้อกลอส เพื่อให้เปลี่ยนลุคได้เต็มที่  เพราะผลิตภัณฑ์พวกนี้จะช่วยลดความจำเป็นในการซื้อของหลายชิ้น ซึ่งอาจจะทำให้คุมงบได้ยาก ดังนั้นการซื้อของที่ใช้ได้หลายแบบจึงดีต่อสาวๆ ที่ต้องการประหยัดงบขั้นสุด เพราะไม่ต้องซื้อของหลายอย่าง แต่ยังเสกความสวยๆ ได้ครบทุกส่วนของใบหน้า

เพียงทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ ผู้อ่านก็สามารถวางแผนการใช้จ่ายกับค่าเครื่องสำอางได้แล้ว แต่สำหรับสาวๆ ที่เป็นมือใหม่หัดเริ่มแต่งหน้าจริงๆ และไม่รู้จะซื้ออะไรใส่กระเป๋าบ้าง ก็หมดกังวลได้เลย เพราะวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมไอเท็มเด็ดมาครีเอต 2 เมกอัปสไตล์ให้ด้วย ไม่ว่าจะสวยฝอแกลมๆ หรือสายเกาหวานๆ ก็สามารถแต่งหน้าสวยๆ ได้ในงบไม่เกิน 2,000 บาทด้วย

ลุคที่ 1: สายฝอแกลมๆ แบบประหยัดงบ

Total 1,807 บาท

สำหรับงานผิวในลุคสายฝอเราจะเน้นที่งานผิวเรียบเนียนเบลอรูขุมขน ตามด้วยรองพื้นที่มีความแมตต์ แต่เบาสบายผิว ต่อด้วยงานคอนทัวร์และไฮไลต์ผิวแบบจัดเต็ม โดยคอนทัวร์ที่เลือกใช้จะเน้นสีเข้มเล็กน้อย เพื่อนำไปใช้ในการแต่งตาต่อได้

ด้านงานตาเราจะไม่ใช้อายแชร์โดว์เพื่อเป็นการประหยัดงบ แต่จะเน้นไปในส่วนของการเขียนคิ้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเน้นความฟูตั้งของขนคิ้ว จึงเลือกใช้ที่ปัดคิ้วเนื้อแว็กซ์ที่ช่วยให้ขนตั้ง จากนั้นจะต่อด้วยการปัดขนตา ซึ่งต้องเลือกสูตรที่เพิ่มวอลลุ่มเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ขนตาที่หนางอน

ในส่วนของสีปากนั้น สายฝอจะเน้นทาสีแมตต์เพียวๆ หรือออนท็อปด้วยกลอสก็ได้ แต่ที่สำคัญควรจะเลือกลิปสติกที่สามารถนำมาเกลี่ยบนหน้าแก้มเพื่อใช้แทนบลัชออนด้วย  

ก่อนจะปิดท้ายลุคสายฝอราคาประหยัดด้วยความติดทนขั้นสุดจากแป้งอัดแข็ง ซึ่งสาเหตุที่ผู้เขียนเปลี่ยนจากการใช้เมกอัปสเปรย์มาเป็นการใช้แป้งอัดแข็งแทน เพราะว่าอยากให้สาวๆ สามารถคุมมันระหว่างวันและเน้นการปกปิดผิวให้เนียนกริบสมกับลุคสายฝอไปเลย

 

Article

MERREZCA - Pore Blurring Skin Setting Gel

ราคา : 59 บาท

Article

REVLON - Colorstay Makeup Combination/Oily Skin

ราคา : 439 บาท

Article

4U2 - Skin Contour Stick 

ราคา : 223 บาท

Article

LAZEE - Combo Set

ราคา : 389 บาท

Article

SIS2SIS - Volumizing Mascara

ราคา : 49 บาท

Article

KATHY AMREZ – Lip Duo Matte & Shine

ราคา : 290 บาท

Article

CUTE PRESS Hybrid Airbrush Blotting Finish Powder

ราคา : 358 บาท

ลุคที่ 2: สายเกาหวานๆ ในราคาน่ารัก

Total 1,917 บาท

ด้านลุคเกาหลีหวานๆ แน่นอนว่าจะต้องเน้นงานผิวที่ฉ่ำวาว ดังนั้นการใช้เบสที่ให้ฟินิชผิวแบบ Glass Skin จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะเสริมด้วยรองพื้นที่มีความโกล์วกำลังดีเพื่อให้ผิวฉ่ำขึ้นไปอีกขั้น จากนั้นตามด้วยคอนทัวร์แนวคูลโทนที่ไม่เข้มมากจนเกินไป เพื่อนำมาเขียนทำเงาใต้ตาแบบเดียวกับเวลาแต่งดอลลี่อาย

ส่วนของการแต่งตาจะใช้คอนทัวร์และไฮไลต์สติ๊กมาแต่เป็นดอลลี่อายแทนที่นอกจากจะช่วยประหยัดค่าอายแชร์โดว์พาเลตต์แล้ว ยังประหยัดเวลาแต่งตาไปได้เยอะเลย ส่วนงานคิ้วจะเน้นเติมส่วนที่แหว่งหรือบางมากกว่าการถมให้เข้ม ดังนั้นไอเท็มที่ควรใช้ก็ควรเลือกเป็นที่เขียนคิ้วหัวปากกาและเจลปัดคิ้วแบบใสที่ช่วยทำให้คิ้วเป็นทรงและไม่ตั้งโด่งเกินไปจนดูเฉี่ยวแบบสายฝอ

ด้านการปัดขนตานั้น ผู้เขียนแนะนำการให้ใช้รุ่นที่หัวแปรงไม่ใหญ่มาก เพื่อเพิ่มความยาวและช่วยในการจับช่อขนตา ซึ่งเป็นคีย์หลักของการแต่งหวานให้หวาน เพราะขนตาฟูหนาจะทำให้หน้าดูดุเกินไป

คอมพลีตลุคด้วยลิปสติกที่ผู้เขียนเชียร์ให้สาวๆ เน้นการเบลนด์ลิปแมตต์ให้ฟุ้งและทาลิปกลอสบางๆ ทับ เพื่อความอิ่มฟูของริมฝีปาก

จบด้วยการเซ็ตทุกอย่างให้เกาะผิวด้วยสเปรย์ล็อกเมคอัปที่เพิ่มความวาวให้ผิว เพื่อให้หน้าดูโกล์วและสุขภาพดีขั้นสุด

 

Article

BROWIT Healthy Glass Skin Face & Body Base

ราคา : 59 บาท

Article

TIRTIR -Mask Fit Red Foundation 

ราคา : 759 บาท

Article

BBIA - Last Contour Stick 

ราคา : 410 บาท

Article

MAYBELLINE – Build-a-Brow 2-IN-1 Brow Pen & Sealing Gel 

ราคา : 231 บาท

Article

SUPERMOM - Slim Fix Curling Mascara

ราคา : 359 บาท

Article

4U2 – Twogether Matte&Gloss Lip

ราคา : 299 บาท

Article

DAZZLE ME - Get a Grip! Makeup Setting Spray

ราคา : 159 บาท

สุดท้ายแล้วผู้เขียนอยากชวนให้สาวๆ ลองปรับมุมมองและเข้าใจว่าการแต่งหน้าแบบประหยัดงบก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกไซซ์พกพา ตัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน หรือมองหาไอเท็มที่ใช้ได้หลายหน้าที่ ทั้งหมดนี้คือทริกเล็กๆ ที่ช่วยให้กระเป๋าสตางค์ไม่บาง แต่ลุคยังปังเหมือนเดิม รวมถึงเป็นเครื่องยืนยันว่าการจะแต่งลุคสวยๆ บนใบหน้า ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ของแพงเสมอไป แต่คือการรู้จักเลือกใช้สิ่งของที่คุ้มค่าและสอดคล้องกับกำลังทรัพย์ของตัวเองที่สุดนั่นเอง