lip primer

MAKE UP

แนะนำ 8 ลิปบำรุงริมฝีปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูสวยเป็นธรรมชาติ

ลิปบำรุงริมฝีปากคือไอเท็มที่จะช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียน ล็อกลิปสติกให้ติดทนนาน เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากคอยเติมลิปสติกระหว่างวัน

28 มิถุนายน 2565

ริมฝีปากที่ดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการแต่งหน้า เพราะไม่ว่าจะเลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมตต์ ซาติน หรือกลอส หากริมฝีปากแห้ง ลอก หรือเป็นขุย ก็อาจทำให้สีลิปดูไม่สม่ำเสมอและตกร่องได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ ลิปบำรุงริมฝีปากและลิปไพรเมอร์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่หลายคนขาดไม่ได้ ไม่เพียงช่วยเตรียมริมฝีปากก่อนแต่งหน้า แต่ยังช่วยให้ลิปสติกติดทนนานขึ้นและเผยริมฝีปากที่ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำไมลิปบำรุงริมฝีปากและลิปไพรเมอร์ถึงควรมีติดกระเป๋า?

หลายคนอาจมองว่าลิปบำรุงริมฝีปากหรือลิปไพรเมอร์เป็นเพียงขั้นตอนเสริม แต่ความจริงแล้ว ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการดูแลริมฝีปากตลอดวัน โดยช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ลดปัญหาริมฝีปากแห้งลอก พร้อมปรับผิวริมฝีปากให้เรียบเนียนก่อนลงสี หลายสูตรยังผสานส่วนผสมบำรุง เช่น น้ำมันจากพืช เชียบัตเตอร์ กรดไฮยาลูรอนิก หรือวิตามินอี จึงสามารถใช้เดี่ยวๆ เพื่อเผยสีริมฝีปากธรรมชาติ หรือใช้เป็นเบสก่อนทาลิปสติกก็ได้ การมีลิปบำรุงหรือไพรเมอร์ติดกระเป๋าสักหนึ่งแท่งจึงช่วยให้ริมฝีปากดูสดชื่น พร้อมเติมเมกอัพได้ทุกเวลา

ลิปบำรุงเหล่านี้จำเป็นไหม?

ทั้งลิปบาล์มและลิปไพร์เมอร์แม้จะมีคุณสมบัติต่างกัน แต่ทำหน้าที่บำรุงริมฝีปากเป็นขั้นตอนก่อนลงลิปสติกเพื่อให้สีชัดและติดทนมากขึ้น วิธีการดูง่ายๆ ว่าเราควรเตรียมเทคนิคเหล่านี้ก่อนทาลิปสติกไหมคือ

  • ลิปบาล์ม หากคุณมีปัญหาปากแห้ง แตก ลอก หรือทำงานในห้องแอร์ตลอดเวลาลิปบาล์มอาจเป็นอีกตัวเลือกที่จำเป็นต้องใช้
  • ลิปไพร์เมอร์ อาจจำเป็นถ้าชอบทาลิปสติกเนื้อแมตต์ ปากตกร่องบ่อย หรือต้องการให้สีลิปสติกติดทนยาวนาน

เทคนิคการเติมลิปบำรุงระหว่างวัน ไม่ให้ลิปสติกเดิมเยิ้มหรือหลุดลอก

การเติมลิปสติกระหว่างวันมักเจอปัญหาทาทับแล้วเป็นคราบ ขุย หรือทำให้ลิปเยิ้มลอก วิธีแก้ไขที่ถูกต้องทำตาม 3 สเต็ปนี้

  • เคลียร์คราบเก่า ห้ามทาลิปบาล์มทับไปบนลิปสติกเก่าที่หลุดลอกเด็ดขาด ให้ใช้ทิชชู่แผ่นแห้ง (หรือทิชชู่เปียกสูตรอ่อนโยน) ซับคราบลิปสติกและคราบสิ่งสกปรกเดิมออกให้เกลี้ยงก่อน
  • เติมบำรุงแบบกดซับ ใช้ลิปบาล์มเนื้อบางเบาหรือลิปไพรเมอร์ แตะแต้มลงบนริมฝีปากเบาๆ เน้นบริเวณที่แห้งลอก ห้ามถูไถแท่งลิปบาล์มไปมาเพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ผิวปากลอกเป็นขุยมากขึ้น จากนั้นทิ้งไว้ 1 นาทีแล้วใช้ทิชชู่กดซับความมันส่วนเกินออก
  • แท็บสีลิปสติกกลับคืน ทาลิปสติกเนื้อเวลเวทหรือเนื้อแมตต์ทับลงไป โดยใช้ใช้นิ้วหรือแปรงแตะๆ จากกึ่งกลางปากแล้วเบลอออก แทนการปาดแท่งลิปสติกโดยตรง วิธีนี้จะช่วยให้ลิปสติกเรียบเนียนกลืนไปกับผิวปากใหม่ และติดทนนานเหมือนเพิ่งแต่งหน้าเสร็จตอนเช้าครับ

 

Article

1. Rouge Coco Baume จาก CHANEL

(ปริมาณ 3 g ราคา 1,600 บาท)

ลิปบำรุงริมฝีปากเนื้อบาล์มบำรุงขั้นสูงให้สีระเรื่อดูเป็นธรรมชาติ ชูจุดเด่นฟินิชแวววาว ปรับระดับความเข้มได้ตามใจชอบ เนื้อบางเบาสบายปาก ล็อกสีและความชุ่มชื้นสูง มอบสีสันและการบำรุงทำให้ปากดูอวบอิ่ม สามารถทาชั้นเดียวเพื่อบำรุงก่อนลงลิปสติกหรือใช้ทาหลายชั้นเพื่อฟินิชสีเข้มและฉ่ำวาว เหมาะสำหรับใช้ทุกวันและพกพาเติมระหว่างวัน มาพร้อมแพ็คเกจสีขาวคาดทองสุดหรูหรา

  • ส่วนผสมเด่น: อเลโอแอ็กทีฟ ออยล์จากผลมะกอกและเชียบัตเตอร์
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง ชอบลุคธรรมชาติ หรือมองหาลิปบาล์มที่ให้สีระเรื่อในแท่งเดียว
  • Experience: เนื้อบาล์มเนียนลื่น ให้ความรู้สึกสบายริมฝีปากทันที พร้อมฟินิชที่ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบและสุขภาพดี สามารถใช้เดี่ยวๆ หรือทาก่อนลิปสติกได้

 

Article

2. Lip Primer จาก 3CE

(ปริมาณ 3.5 g ราคา 690 บาท)

    ลิปบำรุงริมฝีปากที่ให้ความชุ่มชื้นป้องกันริมฝีปากจากความแห้งแตกและช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียน สามารถทาได้ทั้งก่อนและหลังลงลิปสติก มีส่วนผสมอย่างวิตามิน C และ E ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยที่ริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม มาพร้อมกับแพ็กเกจขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย

  • ส่วนผสมเด่น: มีส่วนผสมของ Vitamin E (Tocopherol) และสารให้ความชุ่มชื้น ช่วยปรับริมฝีปากให้เรียบเนียนก่อนลงสี
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปแมตต์และมีปัญหาลิปตกร่องหรือเป็นขุย
  • Experience: เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ช่วยให้ลิปสติกเกาะริมฝีปากได้ดีขึ้นและสีดูสม่ำเสมอ

 

Article

3. Line & Define Vegan Lip Primer จาก Bite Beauty

(ปริมาณ 10 g ราคา 820 บาท)

     สายวีแกนต้องไม่พลาดสำหรับลิปบำรุงริมฝีปากแท่งนี้ เพราะมีส่วนผสมจากเมล็ดของผลกีวี่และสารสกัดจากขนุนที่จะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นและทาลิปสติกได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น ป้องกันการตกร่องของลิปสติก เหมาะสำหรับคนที่ชอบทาลิปสติกเนื้อแมตต์หรือลิควิดลิปสติก

  • ส่วนผสมเด่น: Plant-derived Wax Blend และ Fatty Acids จากพืช ช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียนและช่วยล็อกสีลิปสติก
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการเตรียมริมฝีปากก่อนแต่งหน้า และชอบผลิตภัณฑ์สูตรวีแกน
  • Experience: เนื้อไพรเมอร์ลื่น ไม่เหนอะหนะ ช่วยให้ลิปสติกเกลี่ยง่ายและลดการไหลของสีบริเวณขอบปาก

 

Article

4. Sugar Lip Wonder Drops Advanced Therapy จาก Fresh

(ปริมาณ 5 ml ราคา 1,080 บาท)

    ลิปบำรุงริมฝีปากที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและบำรุงริมฝีปากที่แห้งลอกให้เรียบเนียนนุ่มขึ้น อุดมไปด้วยกรด AHA ที่ผสานคุณค่าจากน้ำตาล สารสกัดผลไม้ธรรมชาติและดอกฮิบิสคัส จะช่วยฟื้นบำรุงและเตรียมริมฝีปากให้พร้อมสำหรับการทาลิปสติก เรียกว่าได้ทั้งการบำรุงและความติดทนในแท่งเดียว

  • ส่วนผสมเด่น: Sugar, Hyaluronic Acid, Sea Fennel Extract และ Orange Extract ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนพร้อมเติมความชุ่มชื้น
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง ลอก หรือสีลิปติดไม่สม่ำเสมอ
  • Experience: ใช้ก่อนแต่งหน้าหรือก่อนนอนเพื่อให้ริมฝีปากดูนุ่มและเรียบขึ้น ช่วยให้ลิปสติกลงสีได้สวยกว่าเดิม

 

Article

5. Prep + Prime Lip จาก MAC Cosmetics

(ปริมาณ 1.7 g ราคา 659 บาท)

     ลิปไพรเมอร์จาก MAC มีเนื้อเนียนนุ่มที่ปราศจากน้ำมัน ช่วยไม่ให้ริมฝีปากเป็นขุยและติดทนนาน นอกจากนี้ยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากโดยไม่ทิ้งความมันหรือเหนียวเหนอะหนะอีกด้วย สามารถใช้เป็นรองพื้นก่อนทาลิปสติกได้หรือจะใช้เป็นลิปบำรุงริมฝีปาก เพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวันก็ได้เช่นกัน

  • ส่วนผสมเด่น: Emollient-rich Formula พร้อมสารให้ความชุ่มชื้น ช่วยปรับสภาพริมฝีปากก่อนลงลิป
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการให้ลิปสติกติดทนนาน โดยเฉพาะลิปแมตต์
  • Experience: เนื้อบางใส ไม่เปลี่ยนสีลิป ช่วยลดการตกร่องและทำให้สีลิปติดริมฝีปากได้ดีขึ้น

 

Article

6. Lip Primer จาก NYX

(ปริมาณ 3 g ราคา 399 บาท)

     ลิปบำรุงริมฝีปากเบสสีเนื้อจาก NYX ที่จะช่วยเติมเต็มร่องปาก ป้องกันลิปสติกไหลเกินขอบปาก ช่วยให้เนื้อสัมผัสและสีของลิปสติกให้เด่นชัดขึ้น และช่วยให้ลิปสติกติดทนยาวนานกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่ชอบทาลิปสติกสีสันจัดจ้าน เช่น แดงสด เบอร์กันดี น้ำตาลเข้ม เป็นต้น 

  • ส่วนผสมเด่น: Jojoba Esters, Tocopheryl Acetate (Vitamin E) และ Carnauba Wax ช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียนและลดความแห้ง
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการไพรเมอร์ราคาจับต้องได้และใช้ได้กับลิปทุกประเภท
  • Experience: ช่วยเบลอร่องริมฝีปากและทำให้ลิปสติกติดทนขึ้น โดยไม่ทำให้สีเพี้ยน

 

Article

7. Virgin Kiss Lip Primer จาก Clio

(ปริมาณ 3.2 g ราคา 499 บาท)

     ลิปบำรุงริมฝีปากที่ช่วยเติมเต็ม เปรียบเสมือนเป็นการเตรียมริมฝีปากให้เนียนเรียบก่อนการทาลิปสติกสีๆ เพื่อให้ริมฝีปากดูมีความสมูธและสวยงาม มาพร้อมกับการป้องกันแสงแดดด้วย SPF13 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบำรุงริมฝีปากจากรังสียูวีที่อาจทำให้ริมฝีปากคล้ำและเกิดริ้วรอยได้

  • ส่วนผสมเด่น: Moisturizing Oil Complex และสารเคลือบริมฝีปาก ช่วยให้ลิปสติกเกลี่ยได้เรียบเนียน
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปแมตต์หรือมีริมฝีปากแห้งเป็นขุย
  • Experience: ให้สัมผัสลื่นสบาย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบขึ้นทันที และช่วยให้การทาลิปสีทำได้ง่ายขึ้น

  

Article

8. Lip Primer จาก Vatanika Beauty

(ปริมาณ 5 g ราคา 795 บาท)

     ลิปบำรุงริมฝีปาก ด้วยสารบำรุงสูตรพิเศษทำให้สีลิปสติกติดทนนานตลอดวัน แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากแบบไม่ต้องกลัวเป็นคราบหรือทำให้สีลิปสติกหลุดร่อน ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย แพ็กเกจจิ้งสีทองดูหรูหรา หยิบขึ้นมาใช้เมื่อไหร่ก็ปัง

  • ส่วนผสมเด่น: Moisturizing Complex และ Vitamin E ช่วยบำรุงพร้อมเตรียมริมฝีปากก่อนแต่งหน้า
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการไพรเมอร์ที่ใช้ได้ทุกวันและช่วยให้ลิปติดทนขึ้น
  • Experience: เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนและทำให้การลงลิปสติกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 

How to ใช้ลิปบำรุงริมฝีปากและลิปไพรเมอร์ให้ได้ผล

การเตรียมริมฝีปากโดยลิปบำรุงริมฝีปาก ก่อนแต่งหน้าเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ลิปสติกดูสวยและติดทนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งหรือตกร่อง

  • ทาลิปบาล์มหรือลิปบำรุงหลังการลงสกินแคร์ ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วซับส่วนเกินออกก่อนแต่งหน้า
  • หากใช้ลิปไพรเมอร์ ให้ทาบางๆ ทั่วริมฝีปากก่อนลงลิปสติก เพื่อช่วยให้สีเรียบเนียนและติดทนนานขึ้น
  • สำหรับวันที่ไม่ต้องการแต่งหน้า สามารถใช้ลิปบาล์มที่มีสีระเรื่อเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ริมฝีปากดูสดใสและชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เติมลิปบำรุงระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องปรับอากาศหรือหลังรับประทานอาหาร เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและลดปัญหาริมฝีปากแห้งลอก

 

ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปบำรุงริมฝีปาก

Q: ใช้ลิปบาล์มแทนลิปไพร์เมอร์ได้ไหม?

A: อาจใช้แทนกันโดยตรงไม่ได้ แม้จะทาลงบนริมฝีปากเหมือนกัน แต่จุดประสงค์หลักและผลลัพธ์ที่ได้ต่างกัน

ลิปบาล์มจะเน้นบำรุง ทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นและเคลือบผิวปากด้วยความมัน หากทาแล้วทาลิปสติกตามทันที ความมันของบาล์มจะทำให้ลิปสติกลื่นไหลเยิ้มและหลุดลอกได้ง่ายกว่าเดิม ส่วนลิปไพร์เมอร์เน้นล็อกสี ทำหน้าที่สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบริมฝีปาก ช่วยเบลอร่องปากให้เรียบเนียน เสมือนกาวเนื้อนุ่มที่ทำให้ลิปสติกยึดเกาะแน่น สีชัด และติดทนนานโดยไม่ทิ้งความมันเยิ้ม

Q: ส่วนผสมไหนในลิปบำรุงที่คนปากแห้งลอกควรสังเกตบนฉลากก่อนซื้อ?

A: สำหรับคนที่มีปัญหาปากแห้งลอกขั้นสุด สิ่งสำคัญคือการมองหาลิปบำรุงที่มีสารให้ความชุ่มชื้นเข้มข้น และต้องเลี่ยงสารที่อาจระเบิดผิวปากให้แห้งกว่าเดิม โดยส่วนผสมที่ควรสังเกตบนฉลากแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้

ส่วนผสมที่ควรมี คนปากแห้งลอกต้องการทั้งตัวเติมน้ำ และตัวเคลือบปิดผิวเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ให้มองหาคำเหล่านี้บนกล่อง

  • Ceramides (เซราไมด์): ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวริมฝีปากที่แห้งแตกให้กลับมาแข็งแรง
  • Shea Butter / Cocoa Butter: ไขมันธรรมชาติเข้มข้น ช่วยเติมความนุ่มนวลและลดอาการแห้งเป็นขุยชะงัด
  • Hyaluronic Acid / Glycerin: สารดึงน้ำเข้าสู่ผิว ช่วยให้ริมฝีปากอวบอิ่มจากภายใน
  • Petrolatum (เช่น วาสลีน): ตัวเคลือบผิวชั้นดี ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกไป เหมาะมากสำหรับทาก่อนนอน
  • Jojoba Oil / Argan Oil: น้ำมันธรรมชาติที่ซึมเข้าบำรุงผิวปากได้ลึก ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ส่วนผสมที่ควรเลี่ยง บ่อยครั้งที่ยิ่งทาลิปมัน ปากยิ่งลอก เป็นเพราะริมฝีปากระคายเคืองจากสารเหล่านี้

    • Menthol / Camphor / Peppermint (เมนทอล, การบูร, เปปเปอร์มินต์): สารที่ทาแล้วรู้สึกเย็นๆ สดชื่น แต่ความเป็นจริงมันจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ปากยิ่งแห้งและลอกในระยะยาว
    • Salicylic Acid (กรดซาลิไซลิก): มักใส่ในลิปบาล์มเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวปาก แต่ถ้าปากคุณกำลังแห้งลอกขั้นสุด สารนี้จะยิ่งไปซ้ำเติมทำให้ปากลอกแสบกว่าเดิม
    • Fragrance / Parfum: น้ำหอมสังเคราะห์ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวริมฝีปากเกิดการแพ้ คล้ำ และลอกเป็นแผ่น
    คำแนะนำเพิ่มเติม: ถ้าปากลอกหนักมาก แนะนำให้ใช้ลิปบาล์มประเภท Medical Grade หรือ Hypoallergenic ที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ จะปลอดภัยและฟื้นฟูผิวปากได้ไวที่สุด

    Q: การใช้ลิปบำรุงเปลี่ยนสีจะทำให้สีลิปสติกเพี้ยนไหม?

    A: ไม่ทำให้สีเพี้ยนแต่จะทำให้สีของลิปมันเปลี่ยนสี ชัดเจน น้อยลง หรือเปลี่ยนเฉดไปจากเดิมเล็กน้อย เนื่องจากกลไกการทำงานของลิปทั้งสองชนิดขัดกันเอง โดยสาเหตุเกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 ข้อ

    ลิปไพร์เมอร์จะบล็อกการเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิและ pH

    • กลไกของลิปมันเปลี่ยนสี ลิปพวกนี้มักมีสารเคมี (เช่น Red 27) ที่จะทำปฏิกิริยากับ ค่า pH (ความเป็นกรด-ด่าง) และความชุ่มชื้น บนผิวปากโดยตรงเพื่อเปลี่ยนเป็นสีชมพู
    • สิ่งที่ลิปไพร์เมอร์ทำ ไพร์เมอร์จะทำหน้าที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ เคลือบและกั้นผิวปากเอาไว้ เมื่อทาลิปมันทับลงไป เนื้อลิปมันจึงไม่ได้สัมผัสกับผิวปากและค่า pH จริงๆ ทำให้การเปลี่ยนสีทำงานได้ไม่เต็มที่ สีจึงอาจจะดูอ่อนลงกว่าปกติ
    ลิปไพร์เมอร์เนื้อสีขาวหรือสีนู้ดจะกลบสีลิป
    • ลิปไพร์เมอร์บางรุ่นมีเนื้อสีขาวขุ่นหรือสีนู้ดเพื่อช่วยกลบสีปากคล้ำ
    • เมื่อคุณทาลิปมันเปลี่ยนสีที่มีเนื้อโปร่งแสง (Sheer) ทับลงไป สีชมพูใสๆ ของลิปมันจะไปผสมกับเบสสีขาวหรือสีนู้ดของไพร์เมอร์ ส่งผลให้สีลิปดู นมขึ้น มัวขึ้น หรือดูทึบแสง ไม่ใสเป็นธรรมชาติเหมือนตอนทาลงบนปากเปล่า
    คำแนะนำในการใช้งาน
    • ถ้าอยากได้สีชัดเป็นธรรมชาติ ไม่ควร ทาลิปไพร์เมอร์คู่กับลิปมันเปลี่ยนสี ให้ทาลิปมันเปลี่ยนสีลงบนปากเปล่าได้เลย เพราะในลิปมันมีสารบำรุงที่ช่วยเติมร่องปากในตัวอยู่แล้ว
    • ถ้าต้องการใช้ลิปไพร์เมอร์จริงๆ แนะนำให้ใช้คู่กับ ลิปสติกเนื้อแมตต์ ลิปสติกเนื้อครีม หรือลิปจิ้มจุ่ม จะช่วยดึงประสิทธิภาพของไพร์เมอร์ในการล็อกสีสันและป้องกันลิปตกร่องได้ดีที่สุด
     

    Tips: หากไม่มีลิปไพร์เมอร์แต่อยากได้ความชุ่มชื้นและอยากให้ลิปติดทนให้ทาลิปบาล์มทิ้งไว้ 5-10 นาทีระหว่างแต่งหน้าส่วนอื่นเพื่อเติมความชุ่มชื้น จากนั้นใช้ทิชชู่ซับความมันของลิปบาล์มออกให้แห้งสนิท และลงลิปสติกตามปกติ วิธีนี้จะช่วยลดความลื่นและทำให้ลิปสติกเกาะริมฝีปากได้ดี

    ภาพ : Courtesy of brands