Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

อัปเดตลิปสติกโทนชมพู เติมเสน่ห์ให้ริมฝีปากสวยละมุน

เติมความหวานให้เรียวปากดูสุขภาพดี ต้องยกให้ ‘ลิปสติกสีชมพู’ ที่สาวๆ ควรมีติดกระเป๋าไว้สักแท่ง!

02 กุมภาพันธ์ 2567

ลิปสติกสีชมพูคือหนึ่งในเฉดสีคลาสสิกที่หยิบมาแต่งแต้มริมฝีปากได้หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่โทนชมพูอ่อนที่ให้ลุคหวานละมุน ชมพูนู้ดสำหรับวันสบายๆ ไปจนถึงชมพูกุหลาบหรือชมพูเข้มที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้า ด้วยความหลากหลายของเฉดสีจึงสามารถเลือกให้เข้ากับโทนผิวและสไตล์การแต่งหน้าได้ง่าย อีกทั้งยังแมตช์ได้กับทั้งเมกอัพลุคธรรมชาติ ลุคหวานแบบเฟมินีน ไปจนถึงลุคเรียบหรูหรือจัดเต็ม จึงถือเป็นอีกหนึ่งสีลิปสติกที่ใช้งานได้หลากหลายและเหมาะสำหรับทุกโอกาส หากกำลังมองหาลิปสติกสีชมพูที่ทาแล้วสวย เข้ากับหลายลุค และเลือกใช้ได้ในชีวิตประจำวัน บทความนี้ได้รวบรวมลิปสติกสีชมพูที่น่าสนใจมาแนะนำ พร้อมจุดเด่นของแต่ละเฉด เพื่อช่วยให้เลือกสีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ลิปสติกสีชมพูคืออะไร?

ลิปสติกสีชมพูคือเฉดสีที่มีตั้งแต่ชมพูอ่อน ชมพูพีช ชมพูนู้ด ชมพูกุหลาบ ไปจนถึงชมพูเข้ม โดยแต่ละเฉดสามารถสร้างลุคที่แตกต่างกันออกไป โทนชมพูอ่อนและชมพูนู้ดให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและละมุน ขณะที่ชมพูกุหลาบหรือชมพูเข้มจะช่วยเพิ่มความชัดเจนและเสน่ห์ให้กับริมฝีปาก จึงสามารถเลือกใช้ได้ตามโอกาสและสไตล์ที่ต้องการ

 

ลิปสติกสีชมพูเหมาะกับใครบ้าง?

ลิปสติกสีชมพูสามารถเข้ากับได้หลายโทนผิว โดยสิ่งสำคัญคือการเลือกอันเดอร์โทนของสีให้เหมาะกับผิว หากเป็นผิวโทนเย็นอาจเลือกชมพูที่มีเบสอมฟ้าหรือชมพูกุหลาบ ส่วนผิวโทนอุ่นเหมาะกับชมพูที่มีเบสพีชหรือส้ม ขณะที่ผิวโทนกลางสามารถเลือกได้หลากหลายเฉดตามลุคที่ต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นสีที่สามารถใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน วันทำงาน และโอกาสพิเศษ

 

วิธีเลือกซื้อลิปสติกสีชมพู

การเลือกสีชมพูที่เหมาะกับตัวเองควรพิจารณาทั้งโทนสีผิว ฟินิช และระดับความเข้มของสี หากต้องการลุคธรรมชาติสำหรับทุกวัน ลิปเนื้อเชียร์หรือซาตินในโทนชมพูนู้ดและชมพูอ่อนเป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่าย ส่วนคนที่ต้องการให้ริมฝีปากดูโดดเด่นขึ้น อาจเลือกเนื้อแมตต์หรือเฉดชมพูกุหลาบและชมพูเข้มที่ให้เม็ดสีชัดเจน

 

นี่คือ 5 ลิปสติกสีชมพูที่น่าสนใจ

Article

1. CHANEL ROUGE COCO HYDRA GLOSS สี Reflet (ราคา 1,500 บาท)

ลิปกลอสรุ่นไอคอนิกที่ปฏิวัติวงการกลอสยุคเก่า ด้วยการผสานความฉ่ำวาวขั้นสุดระดับกระจกเข้ากับการบำรุงเข้มข้นเนียนนุ่มเสมือนลิปออยล์ โดดเด่นที่สุดในเรื่องเนื้อสัมผัสแบบเจลผสมออยล์ที่เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่หนึบปาก มอบสีสันโปร่งแสงดูเป็นธรรมชาติ ช่วยพรางร่องปากให้เรียบเนียนอวบอิ่มทันที เหมาะสำหรับคนปากแห้งที่ต้องการลุคสวยหรู ดูสุขภาพดีสไตล์ลักชัวรีในทุกๆ วัน
  • ความฉ่ำวาว: ฉ่ำวาวสูงมาก ฟินิชเคลือบแก้วโปร่งแสง ช่วยพรางร่องปากให้ดูอวบอิ่มน้ำทันที
  • ส่วนผสมเด่น: HydraBoost Complex: แว็กซ์ธรรมชาติ 3 ชนิด (โจโจ้บา, ทานตะวัน, มิโมซ่า) เติมความชุ่มชื้นเข้มข้น พร้อมเปปไทด์ธรรมชาติ: บำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่ม เอิบอิ่ม
  • เหมาะกับใคร: คนปากแห้ง เป็นร่อง ทาลิปสติกแล้วตกร่อง และคนที่ชอบลิปกลอสปากฉ่ำ แต่เกลียดความเหนียวเหนอะหนะ
  • Experience: เนื้อสัมผัสลื่นและบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ความเงางามตั้งแต่ครั้งแรกที่ทา โดยสี Reflet เป็นเฉดโปร่งแสงที่ช่วยเติมสีให้ริมฝีปากอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถทาเดี่ยวๆ หรือใช้ทาทับลิปสติกเพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวได้ เหมาะกับ Everyday Look ที่ต้องการความเรียบหรู
 
Article

2. Rom&nd Dewyful Water tint สี Taffy (ราคา 475 บาท)

ลิปทินต์เนื้อดิวอี้ทาง่ายสีสวยชัดจาก Rom&nd ที่มอบความชุ่มชื้น เติมความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากกับเนื้อทินต์เบาสบาย กู้ปากแห้ง โดยเฉพาะเฉดสีชมพูที่สามารถทาได้ทุกโอกาสอย่างสี Taffy หรือสีชมพูบาร์บี้ที่สาวๆ หลายคนยกให้เป็นสีชมพูที่ถูกต้อง ทาแล้วให้ฟินิชริมฝีปากฉ่ำอวบอิ่มในสีชมพูหวานสุดน่ารัก ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะหยิบมาทาในช่วงวาเลนไทน์นี้

  • ความฉ่ำวาว: ให้ฟินิชแบบ Dewy Shine ริมฝีปากดูฉ่ำวาวและอิ่มฟู แต่ยังคงสัมผัสบางเบา ไม่หนักริมฝีปาก
  • ส่วนผสมเด่น: สูตรเน้นการมอบความชุ่มชื้น ช่วยให้ริมฝีปากรู้สึกนุ่มสบายและดูเรียบเนียนขึ้นขณะสวมใส่
  • เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปทินต์เนื้อบางเบาและลุคริมฝีปากฉ่ำวาว โดยเฉพาะคนที่มีปากแห้งและต้องการสีที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
  • Experience: เนื้อทินต์ลื่น เกลี่ยง่าย และให้สีโปร่งแสงที่สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อความชัดได้ สี Taffy เป็นชมพูโทนสดใสที่ช่วยขับให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา เมื่อทาทับหลายชั้นจะได้สีชมพูที่ชัดขึ้นพร้อมความฉ่ำวาว เหมาะทั้งทาเดี่ยวๆ และใช้คู่กับลิปไลเนอร์

 

Article

3. Maybelline Super Stay Vinyl Ink Pink Mix Collection (ราคา 329 บาท)

ลิปจิ้มจุ่มเนื้อไวนิลยอดนิยมจาก Maybelline กับ 6 เฉดสีโทนชมพูใหม่ล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก NYC ให้พิกเมนต์แน่น สีสดชัด ติดแน่นนานถึง 16 ชั่วโมง ไม่ติดแมสก์และให้ฟินิชไชน์ริมฝีปากฉ่ำวาว จึงกลายเป็นเฉดสีใหม่ที่น่าลองและเหมาะสมสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์นี้ อีกทั้งยังตอบโจทย์ซื้อเป็นของขวัญให้คนที่รักได้ดีอีกด้วย

  • ความฉ่ำวาว: ให้ฟินิชแบบ Vinyl Shine ที่เงางามคล้ายเคลือบฟิล์มบนริมฝีปาก ช่วยให้สีดูสดและมีมิติ โดยยังคงความรู้สึกเบาสบายเมื่อทา
  • ส่วนผสมเด่น: สูตรเน้นการสร้างฟิล์มสีบนริมฝีปากเพื่อช่วยให้เม็ดสีเกาะติดได้ยาวนาน พร้อมส่วนผสมที่ช่วยให้เนื้อสัมผัสไม่แห้งตึงและคงความเงางาม
  • เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการลิปสีติดทนแต่ไม่อยากได้ฟินิชแมตต์ ชอบริมฝีปากที่ดูฉ่ำวาวและสีชัด รวมถึงคนที่ต้องการลิปสำหรับวันยาวๆ ที่ไม่ต้องเติมบ่อย
  • Experience: เนื้อลิปเกลี่ยง่าย ให้สีชัดตั้งแต่ปาดแรก และเซตตัวเป็นฟินิชไวนิลที่ยังคงความเงาไว้ได้ดี สีติดริมฝีปากแน่นและทนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อปล่อยให้เนื้อลิปเซตตัวหลังทา เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ทั้งสีชัด ความเงา และความติดทนในแท่งเดียว

 

Article

4. 3CE BLUR WATER TIN สี Sport Player (ราคา 690 บาท)

ลิปทินต์เนื้อดีที่ครองใจใครหลายคนสำหรับลิปสติกสัญชาติเกาหลี 3CE รุ่น Blur Water Tint กับเนื้อลิปที่แปลกใหม่ในรูปแบบทินต์น้ำ ทิ้งไว้สักพักกลายเป็นเนื้อแมตช์เรียบเนียนเข้าไปริมฝีปากให้สีสวยชัด ติดทน และกันน้ำ พร้อมมอบลุคสวยหวานแบบฉบับสาวเกา(หลี) ให้คุณนั้นโดดเด่นกว่าใครกับสี Sport Player สีชมพูละมุนขับผิว เพิ่มสีสันให้เรียวปากคุณน่าหลงใหล จนกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดกระเป๋า

  • ส่วนผสมเด่น: สูตรเน้นเนื้อสัมผัสแบบ Water Tint ที่บางเบาและเกลี่ยง่าย พร้อมฟิล์มสีที่ช่วยให้สีติดริมฝีปากได้ดี
  • เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสีติดทนและฟินิชแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงคนที่ต้องการลิปเนื้อบางเบาสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
  • Experience: เนื้อทินต์บางเบา เกลี่ยง่าย และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฟินิชแมตต์เมื่อเซตตัว สี Sport Player เป็นโทนชมพูที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ริมฝีปากแบบสดใส ทาแบบบางๆ จะได้ลุคละมุน หรือเพิ่มเลเยอร์เพื่อให้สีชัดขึ้นได้

 

Article

5. Dior Addict Lip Tint No-transfer lip tint - 94% สี 351 Natural Nude (ราคา 1,600 บาท)

ปิดท้ายด้วยลิปทินต์ที่ติดทนนานถึง 12 ชั่วโมงจาก Dior กับสูตรเฉพาะ Dior Addict Lip Tint ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 94% ผสมผสานน้ำมันเชอร์รี่ในเนื้อเวลเวต เบาสบาย ทาง่ายในเฉดสีสดใส พร้อมมอบความชุ่มชื้นและให้ฟินิชกึ่งแมตช์ที่เรียบเนียนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติสวยงามยิ่งในเฉดสีชมพูก็ให้ลุคสวยหวานอย่างสี Natural Nude พร้อมให้คุณเผยรอยยิ้มได้ตลอดทั้งวัน

  • ส่วนผสมเด่น: สูตรมีส่วนผสมจากธรรมชาติ 94% พร้อมเชอร์รี่ออยล์ ช่วยมอบความชุ่มชื้นและความสบายริมฝีปากขณะทา
  • เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการลิปสีติดทนสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ชอบฟินิชกึ่งแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องการเติมลิประหว่างวันบ่อยๆ
  • Experience: เนื้อทินต์บางเบา เกลี่ยง่าย และให้สีสม่ำเสมอ เฉด 351 Natural Nude เป็นโทนนู้ดชมพูที่ให้ลุคละมุนและสุภาพ เหมาะทั้งวันทำงานและ Everyday Look โดยสีจะเซตตัวเป็นฟินิชกึ่งแมตต์หลังทา

  

Q: ลิปสติกสีชมพูทาอย่างไรไม่ให้ดูหวานเกินไป?

A: หากไม่ต้องการให้ลุคดูหวานจนเกินไป สามารถเลือกสีชมพูที่มีเบสตุ่นหรือหม่น เช่น ชมพูกุหลาบ ชมพูน้ำตาล หรือชมพูเบอร์รี่ แทนชมพูพาสเทลที่มีความหวานสูง และจับคู่กับเมกอัพโทนกลางอย่างน้ำตาล เบจ หรือโทนบรอนซ์ นอกจากนี้การเลือกเนื้อแมตต์หรือซาตินก็ช่วยให้ลุคดูเรียบและโมเดิร์นขึ้น

Q: ลิปสติกสีชมพูจับคู่กับบลัชสีอะไร?

A: ลิปสติกสีชมพูสามารถจับคู่กับบลัชได้หลายเฉด โดยหลักง่ายๆ คือเลือกบลัชที่มีอันเดอร์โทนใกล้เคียงกับสีปาก เช่น ลิปชมพูโทนเย็นเข้ากับบลัชชมพูหรือชมพูกุหลาบ ส่วนลิปชมพูโทนอุ่นสามารถจับคู่กับบลัชชมพูพีชหรือชมพูคอรัลได้ หากต้องการลุคเป็นธรรมชาติ ควรเลือกบลัชที่มีสีอ่อนกว่าสีลิปเล็กน้อย เพื่อให้เมกอัพดูกลมกลืนและไม่แย่งความเด่นจากริมฝีปาก

Q: ลิปสติกสีชมพูแบบไหนเหมาะกับคนปากคล้ำ?

A: คนที่มีริมฝีปากคล้ำควรเลือกสีชมพูที่มีเม็ดสีค่อนข้างชัดหรือมีเบสที่ช่วยกลบสีปาก เช่น ชมพูกุหลาบ ชมพูตุ่น ชมพูเบอร์รี่ หรือชมพูอมแดง มากกว่าสีชมพูพาสเทลหรือชมพูนู้ดที่มีความโปร่งแสงสูง เพราะสีเหล่านี้อาจผสมกับสีริมฝีปากเดิมจนทำให้เฉดสีดูคล้ำหรือไม่สม่ำเสมอ หากต้องการให้สีลิปชัดขึ้น การใช้ลิปไพรเมอร์หรือคอนซีลเลอร์สำหรับริมฝีปากเป็นเบสก่อนทาก็ช่วยให้สีแสดงออกได้ใกล้เคียงกับสีในแท่งมากขึ้น