วงการบิวตี้ตอนนี้เห็น LED Mask บ่อยจนหลายคนต้องเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราต้องมีบ้างแล้วไหมนะ?” แต่คำตอบที่ได้ก็คงไม่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งมีหลายแบรนด์ หลายราคาให้เลือกมากมาย และปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่มีคำถามนั้นกับตัวเอง เพราะฉะนั้นจากข้อมูลที่ไปค้นหามาแล้ว ได้ทำออกมาเป็นเช็กลิสต์สำหรับการตัดสินใจลงทุนกับ LED Mask ว่าจะคุ้มค่ากับการเพิ่มเข้าไปในรูทีนของทุกคนหรือเปล่า
5 เรื่องที่ควรเช็กลิสต์ก่อนซื้อ LED Mask
1.พร้อมจะใช้ทุกวันหรือไม่?
ถ้าไม่คิดจะใช้เป็นประจำทุกวัน เก็บเงินไว้ดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านรวมถึงตัวเราเองที่มีเครื่องนวดหน้าติดบ้านก็ยังเห็นด้วยว่าถ้าหากไม่ได้ใช้ LED Mask เกือบทุกวัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
2.อุปกรณ์นี้ผ่านการรับรองจาก FDA หรือไม่?
การได้รับการรับรองจาก FDA ไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์นั้นดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ในตลาดแล้วเสมอไป แต่ตามมาตรฐานแล้ว อย่างน้อยก็หมายความว่าอุปกรณ์นั้นปลอดภัย ควรมองหาอุปกรณ์ที่ “FDA-cleared” ต้องระวังคำที่ดูคล้ายกันอย่าง FDA-certified หรือ FDA-tested นั้นไม่ใช่การรับรองจริงแต่อย่างใด
3.คาดหวังว่าต้องเห็นผลทันทีไหม?
ต้องเข้าใจก่อนว่า LED Mask ไม่สามารถเห็นผลอย่างชัดเจนได้ทันที สิ่งที่ LED Mask ทำได้ดีคือการ ‘สนับสนุน’ กระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ หากใช้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
4.ราคาถูกเกินไปไหม?
LED มาสก์ที่ได้มาตรฐานจริงๆ มักมีราคาจำหน่ายอยู่ในช่วงประมาณ 3,500-30,000 บาทขึ้นไปโดยช่วงราคานี้ขึ้นอยู่กับจำนวนหลอดไฟ โดยทั่วไปประมาณ 100–500 ดวงถือว่าเป็นมาตรฐาน รวมถึงคุณภาพของหลอดไฟ ขนาด และรูปทรงของตัวมาสก์เอง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน
5.ผ่านการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างบ้างไหม?
การศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานานจึงไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะทำ แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะยืนยันได้ว่าอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่สามารถส่งผลกับผิวได้จริง
สรุปแล้วถ้าซื้อ LED Mask มาใช้แล้วจะคุ้มค่าไหม?
ส่วนตัวคิดว่าการจะใช้เครื่องบำรุงผิวเหล่านี้ให้เห็นผลนั้นต้องอาศัยความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคิดว่าสามารถทำได้จนเป็นกิจวัตรประจำวัน นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยเสริมผิวที่ดี แต่ ไม่ใช่ตัวช่วยวิเศษที่เห็นได้ชัดในทันทีทันใด และบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันยังไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาถ้าไม่ได้ใช้ต่อเนื่องจริงจัง เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้ความคุ้มค่าจริงๆ ให้ลองย้อนกลับมาตัดสินใจด้วยว่าเรามีไลฟ์สไตล์ในการบำรุงผิวแบบไหน มีเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าติ๊กถูกทุกคนก็ไม่ต้องลังเลและไปซื้อมาลองใช้กับตัวเองได้เลย สำหรับใครที่ไม่ได้กังวลเรื่องราคาพร้อมยอมจ่ายก็อยากแนะนำให้ลองเพราะเราก็เชื่อว่าเครื่องนี้สามารถช่วยฟื้นฟูผิวหน้าของเราได้ไม่ปราการใดก็ปราการหนึ่ง
SKINCAREปีนี้อยากหน้าวีเชฟ ขอแนะนำ EMS V Roller ไอเท็มที่น่ามีติดบ้าน | Vogue Beauty Picks




