Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

ทิปส์แก้ปัญหา ‘รูขุมขนกว้าง’ แต่งหน้าไม่เรียบเนียน จากช่างแต่งหน้าเกาหลีมือโปร

เพียงแค่นำเมกอัปไอเท็ม 2 ชิ้นนี้มาผสมกัน ก็ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนกว้างได้อย่างแนบเนียน!

22 พฤษภาคม 2569

เคยไหม? ต่อให้ลงทุนกับรองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแรงแค่ไหน แต่พอแต่งหน้าเสร็จแล้วส่องกระจกใกล้ๆ กลับยังเห็นปัญหา “รูขุมขนกว้าง” จนเสียความมั่นใจ แถมเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เมคอัพยังเริ่มตกร่อง เป็นคราบ และดูไม่เรียบเนียน ยิ่งเติมแป้งซ้ำก็ยิ่งทำให้ผิวดูหนาและขรุขระกว่าเดิม

ความจริงแล้ว ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากรองพื้นของคุณเสมอไป แต่อยู่ที่ขั้นตอนการแต่งหน้ามากกว่า วันนี้โว้บิวตี้เลยรวบรวมเทคนิคดีๆ จาก “Son Ju-hee” ช่างแต่งหน้ามืออาชีพระดับท็อปของเกาหลี ที่จะช่วยเปลี่ยนผิวให้ดูเรียบเนียน ฟุ้งละมุนราวกับใส่ฟิลเตอร์ตลอดเวลา บอกเลยว่าแค่ปรับลำดับการแต่งหน้าใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างแบบเห็นชัดเจน!

 

STEP 1 : เตรียมผิวให้พร้อม

การเตรียมผิวถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เมกอัปติดทนและดูเรียบเนียนมากขึ้น เริ่มจากใช้โทนเนอร์เนื้อบางเบาเช็ดตามแนวผิว เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและลดความมันส่วนเกิน จากนั้นลงเซรั่มกระชับรูขุมขน โดยเน้นบริเวณ T-Zone ที่มักมีปัญหารูขุมขนเห็นชัดเป็นพิเศษ

หลังจากนั้นควรเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและช่วงแก้มที่มักแห้งกว่าที่คิด แนะนำให้ปิดท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสบายผิว เพื่อช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและลดโอกาสที่รองพื้นจะตกร่องระหว่างวัน

ในส่วนของกันแดด ควรเลือกสูตรที่มีเนื้อสัมผัสบางเบาและให้ความชุ่มชื้นแบบฉ่ำน้ำ เพื่อไม่ให้รบกวนเลเยอร์ของเมกอัป เช่น Round Lab Birch Juice Moisturizing Sunscreen SPF50+ PA++++ ที่ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและแต่งหน้าต่อได้ง่ายขึ้น

  • ข้อควรระวัง : ควรหลีกเลี่ยงกันแดดสูตร Tone-up เพราะมักมีส่วนผสมของผงแป้งในปริมาณค่อนข้างมาก เมื่อลงเมคอัพหลายชั้นทับกัน อาจทำให้รองพื้นจับตัวเป็นคราบและยิ่งเน้นรูขุมขนให้ดูชัดกว่าเดิม

 

STEP 2 : เทคนิคการปกปิดรูขุมขน

หลายคนมักเริ่มต้นงานผิวด้วยการลงรองพื้นก่อน แต่คุณซนจูฮีแนะนำให้ลองเปลี่ยนลำดับมาเป็นการลงคอนซีลเลอร์ก่อน โดยเฉพาะบริเวณจมูกหรือจุดที่มีปัญหารูขุมขนชัด วิธีนี้จะช่วยให้การปกปิดดูเนียนละเอียดและทำให้ผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น

เคล็ดลับสำคัญคือการนำคอนซีลเลอร์เนื้อแมตต์ อย่าง LUNA หรือ Banila Co มาผสมกับไพรเมอร์เบลอผิว เช่น hince Blur Primer ในปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์เกาะผิวได้แนบสนิทมากขึ้น

เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ลงไพรเมอร์แยกก่อน เพราะในบางครั้งอาจทำให้เมคอัพเลื่อนหรือหลุดง่ายระหว่างวัน แต่เมื่อผสมเข้ากับคอนซีลเลอร์แล้ว จะช่วยให้เนื้อสัมผัสกลืนไปกับผิวและเติมเต็มรูขุมขนได้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

สำหรับวิธีลง แนะนำให้ใช้แปรงหัวตัดสำหรับงานรูขุมขน เช่น Fillimilli ค่อยๆ กดเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนผิวด้วยจังหวะสั้น ๆ และน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยเติมเต็มร่องรูขุมขนให้ดูเรียบเนียน หากเป็นบริเวณที่มีรูขุมขนกว้างมาก สามารถใช้สปาตูลาช่วยปาดเกลี่ยเนื้อผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้นได้

อีกหนึ่งทริกที่ช่วยให้งานผิวดูบางเบาและเป็นธรรมชาติ คือหลังลงผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้พัฟคุชชั่นตบเบาๆ บนผิวอีกครั้ง จะช่วยให้เมคอัพกลืนเข้ากับผิวได้ดีขึ้น พร้อมลดความรู้สึกหนาหนักของงานผิวอย่างเห็นได้ชัด

 

STEP 3 : เบลอผิวด้วยแป้ง

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมองข้าม คือการลดแสงสะท้อนบนผิว ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้รูขุมขนดูชัดและนูนเด่นมากขึ้น โดยแนะนำให้เลือกใช้ “แป้งสูตรเบลอผิว” โดยเฉพาะ เพราะแป้งฝุ่นทั่วไปบางสูตรอาจยิ่งเน้นพื้นผิวและทำให้รูขุมขนดูชัดกว่าเดิม

ไอเท็มที่ได้รับความนิยมคือ Innisfree No-Sebum Blur Powder ด้วยเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมาก สามารถกระจายตัวบนผิวได้อย่างบางเบา ช่วยเบลอรูขุมขนให้ดูฟุ้งละมุน โดยไม่ทำให้เมคอัพจับตัวเป็นคราบหรือดูหนาจนเกินไป

สำหรับวิธีลง แนะนำให้ใช้แปรงหัวแบนแตะแป้งในปริมาณเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ กดหรือ Tap ลงบนผิวเบา ๆ ก่อน จากนั้นจึงวนแปรงอย่างนุ่มนวลเพื่อให้แป้งแนบไปกับผิวและช่วยเซตเมคอัพให้ดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากบริเวณไหนมีปัญหาผิวลอก แห้ง หรือมีเซลล์ผิวตายสะสม ควรหลีกเลี่ยงการลงแป้งซ้ำบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้ผิวดูแห้งกร้านและเห็นพื้นผิวชัดกว่าเดิมได้

 

ภาพปก & ภาพประกอบ : YouTube : 저스트손주희 / Courtesy of the brands