Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

มัดรวมเทคนิคแต่งหน้าจากคลาสเมคอัพ Jung Saem Mool | Exclusive

อยากแต่งหน้าตัวเองให้สวยต้องลองเทคนิคทั้งหมดนี้ที่โว้กบิวตี้เก็บมาให้จากมาสเตอร์คลาสสุดพิเศษที่มาสเตอร์ Jung Saem Mool มาสอนเองกับตัว

18 สิงหาคม 2568

เป็นอีกปีที่มาสเตอร์จอง (Jung Saem Mool) บินมาถึงไทยเพื่อเปิดคลาสเรียนแต่งหน้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โว้กบิวตี้ก็ไม่พลาดเข้าคลาสและเก้บทุกเทคนิคแต่งหน้า เพราะ K-Beauty ยุคนี้พัฒนาไปไกลจากแต่ก่อนมาก เทคนิคหรือเทรนด์ใหม่ๆ มาสเตอร์จองก็นำมาฝากทุกคนในคลาสเช่นกัน เตรียมเมคอัพให้พร้อม แล้วมาเริ่มแต่งหน้าตามเทคนิคทั้งหมดนี้กัน

Article

มาสเตอร์คลาสเมคอัพจาก Jung Saem Mool 

ภาพ: Courtesy of Jung Saem Mool Thailand

1.เมคอัพสวยต้องเริ่มที่ผิว 

     งานผิวแบบ K-Beauty ยังคงเอกลักษณ์ที่เมคอัพสไตล์อื่นๆ ทำตามไม่ได้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมผิว มาสเตอร์จองแนะนำให้ใช้โทนเนอร์เช็ดผิวก่อนเสมอ จากนั้นมาสก์หน้าด้วยโทนเนอร์แพดสัก 3-5 นาทีหรือหากมีเวลามากหน่อยให้ใช้ชีทมาสก์ทิ้งไว้ 10 นาที ขั้นตอนนี้แม้จะดูไม่จำเป็น แต่เชื่อเถอะว่าทำแล้ว งานผิวสวยขึ้นจริงๆ 

     หลังจากมาสก์เสร็จ ให้ล็อกความชุ่มช่ื่นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล และนวดให้ซึมทั่วหน้า หากใครหน้ามันให้เน้นลงเฉพาะจุดที่แห้ง เช่นหน้าแก้มหรือกรอบหน้า ทิปส์เล็กๆ ที่มาสเตอร์จองให้มาสำหรับการทามอยส์คือการเกลี่ยให้ซึม โดยเฉพาะคิ้วและเปลือกตา เพราะจะส่งผลต่ออายส์เมคอัพได้

2.เบส/ไพรเมอร์ ลงเฉพาะจุด

ดูจากสภาพอากาศเมืองไทย ส่วนใหญ่คนจะเลือกลงไพรเมอร์คุมมัน ซึ่งควรลงไพรเมอร์คุมมันเฉพาะจุดอย่างจมูก ซอกปีกจมูก หน้าแก้ม กลางหน้าผาก ส่วนเมคอัพเบสที่มักจะช่วยปรับโทนผิว หากอยากให้สีผิวสม่ำเสมอสามารถทาทั่วหน้าได้ แต่ถ้าอยากให้ผิวดูไบร์ทให้ลงเฉพาะหน้าแก้ม สันจมูก คาง และหน้าผาก

3.ไม่กลบ แต่ต้องเกลี่ย

เตรียมทุกอย่างมาดีแล้วอย่าพลาดที่เอาแต่ตบๆ กลบๆ จนรองพื้นหนาเตอะ งานผิวตามสไตล์ K-Beauty ก็มักจะใช้คุชชั่นอยู่แล้ว (ในคลาสนี้ใช้คุชชั่นรุ่น Skin Nuder จาก Jung Saem Mool) ดังนั้นวิธีการลงให้เนียนและดูธรรมชาติที่สุด คือการแตะเนื้อคุชชั่นมาวนที่ด้านหลังของฝาจนกว่าเนื้อคุชชั่นจะเกลี่ยจนได้ปริมาณที่น้อยลง แล้วค่อยกดลงไปบนผิว ส่วนการเลเยอร์เพื่อเพิ่มการปกปิดนั้น ไม่ใช่เลเยอร์ทับทั่วหน้า เพราะจะทำให้หน้าแบน แต่ให้เลเยอร์รอบสองเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดจริงๆ หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ใช้คอนซีลเลอร์แทน 

 

Article

ขั้นตอนเตรียมผิวจากมาสเตอร์จอง

ภาพ: Courtesy of Jung Saem Mool Thailand

Article

วิธีลงคุชชั่นให้ได้งานผิวแบบฉบับ Jung Saem Mool

ภาพ: Courtesy of Jung Saem Mool Thailand

4.เลเยอร์ครีมบลัช

     เทคนิคการใช้ครีมบลัชของมาสเตอร์จองในคลาสนี้เธอแนะนำให้ลงครีชบลัชตั้งแต่ก่อนลงรองพื้น/คุชชั่น โดยลงสีธรรมชาติที่หน้าแก้มไล่ไปที่ข้างแก้มก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นใช้ครีมบลัชสีที่อ่อนกว่า (หรือไฮไลต์ครีมก็ได้) มาลงเฉพาะช่วงโหนกแก้มให้สีบลัชออนมีมิติเล่นแสงขึ้น แล้วค่อยลงรองพื้น/คุชชั่นต่อ

     เสร็จจากเลเยอร์แรกแล้ว เมื่อลงรองพื้นหรือคุชชั่นเสร็จให้ใช้วิธีเดิมลงครีมบลัชอีกครั้ง ทิปส์ที่มาสเจอร์จองให้ไว้คือลงครีมบลัชให้เห็นชัดไปก่อนได้ เพราะเมื่อเซ็ตตัวหรือเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นแล้วสีจะถูกทำให้อ่อนลงไปเอง (ยกเว้นกับบลัชออนแบบฝุ่นที่ต้องปัดอย่างเบามือ)

5.แต่งตาด้วย 3 เลเยอร์

     มือใหม่หรือมือโปรก็มักจะใช้เทคนิคนี้แต่งตาเสมอ เรียงลำดับจาก ชิมเมอร์ > กลิตเตอร์ > ไฮไลต์ ลงชิมเมอร์อายแชโดว์ทั่วเปลือกตา แตะกลิตเตอร์ลงที่กลางเปลือกตา และลงเนื้อไฮไลต์ที่หัวตา เพราะจากการคาดการณ์ของมาสเตอร์จองเมคอัพเทรนด์ของ K-Beauty ในปีหน้าที่มาแรงแน่ๆ คือ "Glary Twinkle Silver" อายส์เมคอัพเป็นประกายโทนสีเงินที่สามารถใช้เทคนิคนี้แต่งได้แบบไม่ยุ่งยาก

     แต่หากใครไม่ชอบอายส์เมคอัพแบบประกายวิบวับเกินไป ให้เปลี่ยนจากชิมเมอร์มาเป็นเนื้อแมตต์ลงทั่วเปลือกตาก่อน ให้เพิ่มประกายแค่กลิตเตอร์กลางเปลือกตา ก่อนตามด้วยอายไลเนอร์และปัดขนตา 

     จำเป็นต้องแต่งตาล่างด้วยไหม? คำตอบคือจำเป็น แต่เราจะไม่เชื่อมให้สีของขอบตาลงมาชนกับปลายตาบนแบบเป๊ะๆ เพราะจะทำให้ตาแคบลง แต่จะเกลี่ยให้สีฟุ้งออกด้านข้างเล็กน้อยให้ดวงตาดูยาวขึ้น 

6."ซอฟต์ไลเนอร์" is The Key 

     รู้สึกไหมว่าเขียนลิควิดอายไลเนอร์แล้วตาดูดุจนกลบมู้ดตาหวานที่ทำไว้ตอนลงอายแชโดว์จนหายหมด นั่นเป็นเพราะลายเส้นที่คมชัดเกินไปทำให้ลุคดูไม่ซอฟต์ตามแบบ K-Beauty เวอร์ชั่นใหม่ มาสเตอร์จองแนะนำให้ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มเขียนให้ชิดโคนขนตาและเกลี่ยให้ฟุ้งออกจะได้ 'ซอฟต์ไลเนอร์' ที่ทำให้อายส์เมคอัพดูละมุนและไม่เปลี่ยนมู้ดให้ตาดูดุ  

 

Article

มาสเตอร์จองสอนวิธีแต่งตาแบบสาวเกาหลีตามเทรนด์ที่กำลังจะมาถึง "Glary Twinkle Silver"

ภาพ: Courtesy of Jung Saem Mool Thailand

7.งานคิ้วธรรมชาติมีรายละเอียดกว่าที่คิด

     คิ้วสวยต้องมีองศาที่เข้ากับใบหน้า เริ่มจากปัดขนคิ้วด้วยแปรงสปูลี่เปล่าเพื่อเกลี่ยเอารองพื้นหรือผงแป้งต่างๆให้หลุดออก จากนั้นลงคิ้วสีฝุ่นโทนสีเบจด้วยแปรงหัวพุ่มก่อน ใช้ดินสอเขียนคิ้วหัวเรียวสะกิดเส้นขนคิ้วเริ่มที่แนวข้างปีกจมูก สะกิดเส้นเบาๆ ไม่ลงน้ำหนักมากเกินไป เติมสีคิ้วช่วงกลางถึงหางคิ้วให้ดูเป็นทรงแบบไม่หนาจนเป็นแถบ

     ปิดท้ายด้วยการปัดมาสคาร่าคิ้วแบบสองจังหวะ วิธีคือการถือแปรงสปูลี่เปล่าหนึ่งข้างและมาสคาร่าคิ้วหนึ่งข้าง เริ่มจากใช้สปูลี่ยกเส้นขนคิ้วและปัดตามด้วยมาสคาร่า ปัดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทีละชั้นจนถึงหางคิ้ว ขนคิ้วจะตั้งฟูกว่าปัดแบบปกติ

8.ลิปเมคอัพสวย ไม่ได้มาจากลิปสติกแท่งเดียว 

     งานลิปให้เริ่มจากทาลิปบาล์มก่อนหนึ่งรอบ จะมีสีหรือไม่มีสีก็ได้ จากนั้นเขียนลิปไลเนอร์สีเบจชมพูที่กลางขอบริมฝีปากล่างและกระจับปากให้ปากดูอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย เอาลิปสติกสีที่ต้องการมาวนที่ด้านหลังของฝาคุชชั่นครีมบลัช (หรือจะลงที่หลังมือก็ได้เช่นกัน) จากนั้นทาลิปด้วยการใช้ฟองน้ำหรือพัฟคุชชั่นเกลี่ยไปให้ทั่วปาก จะได้ฟินิชลิปเมคอัพเบลอสวยเหมือนเหล่าเคป็อปไอดอล

Article

เทคนิคทาลิปสิกให้สวยต้องไม่จบแค่ลิปสติกแท่งเดียว

ภาพ: Courtesy of Jung Saem Mool Thailand