Vogue Beauty Thailand

WELLNESS

นอนกระตุกจนสะดุ้งตื่น อาการแบบนี้ร่างกายกำลังบอกอะไร?

ชวนทำความเข้าใจว่าอาการนอนกระตุกเกิดจากอะไร แบบไหนเป็นเรื่องปกติ และเมื่อไหร่ที่ควรระวังมากขึ้น

27 พฤษภาคม 2569

     เคยเป็นไหม? ตอนที่กำลังเคลิ้มจะหลับ อยู่ดีๆ ร่างกายก็กระตุกแรงจนสะดุ้งตื่น บางคนอาจรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง ขากระตุก หรือใจหล่นวูบขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าอาการ “นอนกระตุก” แบบนี้เป็นเรื่องปกติ หรือจริงๆ แล้วร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างอยู่กันแน่

     แม้อาการนอนกระตุกจะพบได้บ่อย และส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ในหลายกรณีมักเกี่ยวข้องกับความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ คาเฟอีน หรือภาวะที่ระบบประสาทยังตื่นตัวมากเกินไปก่อนนอน บทความนี้โว้กบิวตี้จึงอยากพาไปทำความเข้าใจว่าอาการนอนกระตุกเกิดจากอะไรได้บ้าง รวมถึงอาการกระตุกแบบไหนที่ควรเริ่มสังเกตและระวังมากขึ้น

 

Article

นอนกระตุกคืออะไรและมีอาการเป็นอย่างไร?

อาการนอนกระตุก (Hypnic Jerk) คืออาการที่ร่างกายเกิดการกระตุกแบบฉับพลันในช่วงที่กำลังเคลิ้มจะหลับ ซึ่งเป็นช่วงที่สมองและร่างกายกำลังเปลี่ยนผ่านจากภาวะตื่นเข้าสู่การนอนหลับ หลายคนมักอธิบายความรู้สึกของอาการนอนกระตุกว่าเหมือนตกจากที่สูง อยู่ดีๆ ก็สะดุ้งขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว บางคนอาจรู้สึกเหมือนขาร่วง ใจหล่นวูบ ตัวกระตุก หรือบางคนก็มีอาการเพียงนิ้วกระตุก ขากระตุก หรือสะดุ้งเบาๆ ก่อนหลับ

 

นอนกระตุกเกิดจากอะไรได้บ้าง?

แม้อาการนอนกระตุกจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ในหลายกรณีก็เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและภาวะที่ทำให้ระบบประสาทตื่นตัวมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงก่อนนอน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ความเครียดและความวิตกกังวล : เพราะเมื่อสมองยังอยู่ในภาวะตื่นตัวหรือคิดอะไรไม่หยุด แม้ร่างกายจะเริ่มพักผ่อนแล้ว ระบบประสาทก็อาจยังไม่ผ่อนคลายเต็มที่ จนเกิดการกระตุกหรือสะดุ้งขึ้นมาในช่วงกำลังจะหลับ หลายคนจึงมักมีอาการนอนกระตุกในช่วงที่เครียด งานเยอะ หรือคิดมากก่อนนอน
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : การนอนดึก อดนอน หรือพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าสะสมและรบกวนวงจรการนอน ส่งผลให้ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การหลับไม่ราบรื่น จึงทำให้เกิดอาการนอนกระตุกได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในคนที่พักผ่อนน้อยต่อเนื่องหลายวัน
  • ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป : คาเฟอีนจากกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้แต่ช็อกโกแลต สามารถกระตุ้นระบบประสาทและทำให้ร่างกายตื่นตัวนานกว่าปกติ หากดื่มในช่วงบ่ายหรือเย็น อาจทำให้สมองยังไม่เข้าสู่โหมดพักผ่อนเต็มที่ จึงเพิ่มโอกาสเกิดอาการนอนกระตุกหรือหลับไม่สนิทได้ง่ายขึ้น
  • ความเหนื่อยล้า : การออกกำลังกายหนัก ใช้ร่างกายมากเกินไป หรือสะสมความเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน ก็กระตุ้นให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทตอบสนองไวขึ้นในช่วงก่อนหลับ จนเกิดอาการกระตุกของแขน ขา หรือทั้งร่างกายได้เช่นกัน
  • เล่นมือถือหรือใช้หน้าจอก่อนนอน : แสงจากหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ รบกวนการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ทำให้สมองยังคงตื่นตัว แม้จะรู้สึกง่วงแล้วก็ตาม ส่งผลให้หลับยาก หลับไม่ลึก และเกิดอาการนอนกระตุกได้
  • ระบบประสาทยังผ่อนคลายไม่เต็มที่ : ในช่วงที่กำลังเคลิ้มหลับ ร่างกายจะเริ่มคลายกล้ามเนื้อและลดการทำงานบางส่วนลง แต่บางครั้งสมองอาจตีความการคลายตัวนี้เหมือนร่างกายกำลังสูญเสียการทรงตัว จึงส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อกระตุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหลายคนรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงหรือสะดุ้งตื่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

Article

นอนกระตุกแบบไหนเป็นเรื่องปกติ?

อาการนอนกระตุกส่วนใหญ่มักเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากภาวะตื่นเข้าสู่การนอนหลับ โดยหลายคนมีอาการเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในวันที่เครียด เหนื่อย พักผ่อนน้อย หรือดื่มคาเฟอีนมากกว่าปกติ ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่ถือว่าอันตราย โดยลักษณะของอาการนอนกระตุกที่มักพบได้ตามปกติ ได้แก่

  • เกิดขึ้นช่วงกำลังเคลิ้มจะหลับ
  • สะดุ้งเพียงครั้งเดียวหรือเป็นนานๆ ครั้ง
  • รู้สึกเหมือนตกจากที่สูง ใจหล่นวูบ หรือขากระตุก
  • ไม่มีอาการเจ็บ แน่นหน้าอก หรือหมดสติร่วมด้วย
  • ไม่ได้กระตุกต่อเนื่องทั้งคืน
  • ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก

หลายครั้งอาการนอนกระตุกมักเกิดในคืนที่เครียด เหนื่อย หรือนอนพักผ่อนไม่พอ การนอนให้เป็นเวลา ลดคาเฟอีนช่วงเย็น รวมถึงปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายก่อนเข้านอนมากขึ้น จะช่วยให้อาการนอนกระตุกเกิดน้อยลงและนอนหลับได้สบายขึ้น

 

นอนกระตุกแบบไหนที่ควรระวัง?

หากอาการนอนกระตุกเริ่มเกิดบ่อยขึ้นหรือมีอาการบางอย่างร่วมด้วย ก็อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับและระบบประสาทที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยอาการนอนกระตุกที่ควรเริ่มสังเกตและระวัง ได้แก่

  • กระตุกถี่มากจนรบกวนการนอน
  • สะดุ้งตื่นหลายครั้งตลอดทั้งคืน
  • กระตุกแรงผิดปกติหรือเกิดทั้งตัวบ่อยๆ
  • มีอาการชัก เกร็ง หรือหมดสติร่วมด้วย
  • กระตุกแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงกำลังจะหลับ
  • มีอาการใจสั่น หายใจผิดปกติ หรือแน่นหน้าอกร่วมกัน
  • รู้สึกอ่อนแรง เวียนหัว หรือมีอาการทางระบบประสาทอื่นๆ
  • อาการเริ่มส่งผลต่อคุณภาพการนอนและชีวิตประจำวัน

หากอาการนอนกระตุกเกิดขึ้นบ่อยจนเริ่มรบกวนการนอน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยอย่างกระตุกแรงผิดปกติ ใจสั่น หรือหายใจไม่อิ่ม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะบางครั้งอาการที่ดูเหมือนเล็กน้อย อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการนอนหลับหรือระบบประสาทบางอย่างได้เช่นกัน

 

ข้อมูล : Sleep Foundation, Cleveland Clinic, Healthline
ภาพ : Pexels (cottonbro studio, Polina, Ron Lach)